
รองเท้าฟุตบอลสายความเร็วรุ่นรองท็อปในเจเนอเรชั่น Mercurial VI นั้นได้ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ จากที่เคยชื่อรุ่นว่า Talaria
ในเจเนอเรชั่นก่อนๆ ได้ถูกเปลี่ยนชื่อรุ่นเป็น "Miracle" หากดูผ่าน ๆ แล้วแทบจะไม่แตกต่างจากรุ่นเล็กสุดอย่างรุ่น Victory
แต่รายละเอียดทางด้านการใช้งานนั้นต้องบอกว่ามีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก
จากข้อมูลระบุไว้ว่าหน้าผ้าและตัวรองเท้ารุ่นนี้นั้นผลิตจากหนังสังเคราะห์ (Synthetic leather) ที่มีความหนานุ่มพอสมควร
รูปทรงรองเท้ามีความเรียวยาวปราดเปรียวเหมือนกับรูปทรงของรุ่น Mercurial Vapor VI ตัวรองเท้ามีแนวร้อยเชือกตรงกลาง
หลังเท้า ไม่มีอุปกรณ์ปิดเชือกแต่อย่างใด ข้างเท้าด้านในที่เป็นแถบของสีที่สองนั้นถูกเคลือบผิวให้มีความเหนียว สามารถดึง-
ดูดยึดติดกับลูกฟุตบอลได้ดี เกราะกันกระแทกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายส่วนท้ายของรองเท้านั้นเป็นแบบภายใน (Internal Heel
Counter) เข้ารูปกับตัวรองเท้า แผ่นรองพื้นภายในผลิตจาก EVA foam สามารถช่วยรับแรงกระแทกได้ในระดับที่น่าพอใจ รอง-
เท้ารุ่นนี้มีจุดเด่นที่อยู่พื้นปุ่มบริเวณส้นเท้าที่ผลิตจากไฟเบอร์กลาส (Fibreglass) ส่วนพื้นปุ่มบริเวณตอนหน้านั้นผลิตจาก TPU
แนววางปุ่ม FG นั้นเป็นปุ่มลักษณะพิเศษเฉพาะของ Mercurial VI พื้นบริเวณหัวรองเท้ามีเทคโนโลยี Toe-off Traction Spikes
เป็นพื้นผิวขรุขระคล้ายหนามหรือฟันปลาที่พื้นนอกบริเวณหัวรองเท้า ช่วยเพิ่มความสามารถในการออกตัวและการยึดเกาะกับพื้น
ได้มากขึ้น น้ำหนักตัวลดลงมาอยู่ที่ 244 กรัม ในราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อยเป็น 5,100 บาท


ข้อมูลทั่วไป
ระดับรองเท้า : Medium
วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ (Synthetic leather)
ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายใน (Internal Heel Counter)
วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA foam
การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้
วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : PU
ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีดแบบพิเศษแบบใหม่ของ Mercurial VI
น้ำหนักโดยประมาณ : 244 กรัม
จุดเด่นโดยรวม : -
ราคา : 4,900 บาท
SiamBoots Meter & Comment
| พละกำลัง |
|
|
|
|
|
|
|
| ความเร็ว |
|
|
|
|
|
|
| การป้องกัน |
|
|
|
|
|
|
|
|
| เทคโนโลยี |
|
|
|
|
|
|
| โดยรวม |
|
|
|
|
|
|
|



ดูจะมีความน่าใช้มากยิ่งขึ้นสำหรับรองเท้ารุ่นรองท็อปที่เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น Mercurial Miracle คุณสมบัติและเทคโนโลยีที่มี
ค่อนข้างจะน่าพอใจกับราคาที่สูงขึ้นเล็กน้อย แต่ที่น่าเสียดายก็คือรูปร่างหน้าตาที่คล้ายกันกับรุ่นเล็กรุ่นอย่าง Victory หาก
ใช้งานจริงในสนามแล้วแทบจะใช้สายตาแยกกันไม่ออก
