

Mercurial Talaria IV คือรองเท้ารุ่นรองท็อปในตระกูลจรวดทางเรียบของไนกี้ แต่จากที่ผ่านๆมา (ตั้งแต่ Mercurial III) นั้นพบว่า
Talaria ไม่ได้รับความนิยมมากนักในเมืองไทย เนื่องจากมีเข้ามาขายไม่กี่สีและหาซื้อค่อนข้างยาก และพอมาถึงในเจเนอเรชั่นนี้ก็
จะเห็นได้ว่ารองเท้ารุ่นรองท็อปคู่นี้นั้นได้มีรูปร่างหน้าตาแตกต่างจากรุ่นท็อปอย่าง Mercurial Vapor IV แต่กลับไปทำให้คล้ายคลึง
กับรุ่นเล็กสุดอย่าง Mercurial Veloci IV
มาดูกันที่วัสดุหลักของหน้าผ้ารองเท้ารุ่นนี้ ซึ่งทำมาจากหนังสังเคราะห์ที่มีชื่อว่า KNG-75 มีความเงางามน่าสัมผัส รูปทรงของ
รองเท้ามีความเรียวยาวปราดเปรียวคล้ายกับ Mercurial Vapor IV จึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการออกตัวได้ดี แต่จุดที่สะดุดตาก็คง
จะหนีไม่พ้นการที่ไม่มีอุปกรณ์ปิดเชือก ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ถูกจับไปคู่กับ Mercurial Veloci IV ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นเล็กสุดในตระกูลนี้
สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นอื่นก็คือการที่บริเวณหุ้มส้นภายในนั้นจะมีพื้นที่สำหรับช่วยบีบล็อคร่องเอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่ ช่วยเพิ่มความ
กระชับในขณะใช้งาน ค่าตัวของเจ้า Mercurail Talaria IV นั้นอยู่ที่ 4,500 บาท เป็นรองเท้ารุ่นรองท็อปที่มีค่าตัวแพงที่สุดในขณะนี้
ข้อมูลทั่วไป
ระดับรองเท้า : Medium
วัสดุหลักบนตัวรองเท้า : หนังสังเคราะห์ KNG-75
ลักษณะเกราะกันส้นเท้า : ภายนอก (External Heel Counter)
วัสดุพื้นรองด้านใน : EVA Foam
การถอดพื้นรองด้านใน : ถอดได้
วัสดุที่ใช้ทำปุ่ม : PU
ลักษณะปุ่มแบบ FG : ปุ่มใบมีด ใช้แนววางปุ่มแบบพิเศษ
น้ำหนักโดยประมาณ : 267 กรัม
จุดเด่นโดยรวม : -
ราคา : 4,500 บาท
SiamBoots Meter & Comment
| พละกำลัง |
|
|
|
|
|
| ความเร็ว |
|
|
|
|
|
|
| การป้องกัน |
|
|
|
|
|
|
|
| เทคโนโลยี |
|
|
|
|
|
|
|
|
| โดยรวม |
|
|
|
|
|


Mercurial Talaria IV นั้นไม่สามารถดึงดูดใจได้เท่าที่ควร การที่ไม่มีอุปกรณ์ปิดเชือกแบบ Mercurial Vapor IV นั้นถือ
เป็นความผิดพลาดที่ส่งผลให้รองเท้ารุ่นรองท็อปคู่นี้ถูกมองข้ามไป และด้วยราคาที่สูงถึง 4,500 บาท ผนวกกับมีเพียง
ไม่กี่สีที่เข้ามาขายในประเทศไทย ทำให้ Talaria IV แทบจะไม่ได้รับความนิยมเลย แต่ถึงแม้ว่ามองผ่านๆ จะคล้ายกับ
Veloci IV แต่ถ้าพูดถึงในแง่ของประสิทธิภาพและการใช้งาน Talaria IV นั้นมีประสิทธิภาพที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง
