www.siamboots.com
   


   adiPURE IV : เจเนอเรชั่นนี้แหละ "ของจริง"

   
      มาร่วมทดสอบรองเท้าคลาสสิคตัวพ่อ "adiPURE IV" รองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้ เจเนอเรชั่นใหม่แห่งปี
   2011  ซึ่งคราวนี้ต้องบอกว่าพิเศษสุดๆ  เพราะผมได้รองเท้ามาทดสอบใช้งาน   ก่อนที่จะมีเข้ามาจำหน่าย
   ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ  ดังนั้นกล้าพูดได้เลยว่านี่คือบทความการทดสอบการใช้งาน "บทความ
   แรกในประเทศไทย"
  ท่านใดกำลังสนใจที่จะคว้ามาใส่ลงสนาม  ขอบอกว่า "อย่าเพิ่งซื้อ  ถ้ายังไม่ได้
   อ่านบทความทดสอบนี้"


   Details

      ก่อนที่จะพูดถึงรายละเอียดของการทดสอบ adiPURE IV นั้น  จะขอพูดถึงรายละเอียดต่างๆ ของ
   รองเท้ารุ่นเก๋าคู่นี้กันก่อนนะครับ

   
      รองเท้าซีรี่ย์ adiPURE เป็นรองเท้าฟุตบอลสายคลาสสิคที่อาดิดาสเริ่มสายการผลิตตั้งแต่ปี 2008
   และมีกำหนดการเปลี่ยนโมเดลออกเจเนอเรชั่นใหม่ทุก 1 ปี  จึงทำให้เจเนอเรชั่นที่ IV มีกำหนด
   เปิดตัวและออกจำหน่ายในปี 2011 นี้

   
      การออกแบบโดยรวมต้องบอกว่าอาดิดาสเลือกที่จะกลับมาใส่ "ความเก๋า" ด้วยการออกแบบที่
   เรียบง่าย  แต่คลาสสิคด้วยลายเย็บ  และหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather) ที่มีความหนานุ่มใน
   ทุกการสัมผัส  และด้วยการออกแบบเช่นนี้  ทำให้หลายๆ คนนึกถึงรองเท้าคลาสสิคระดับตำนานที่
   มีชื่อว่า "Copa Mundial"

   
      แต่สิ่งที่อาดิดาสพยายามพัฒนาให้กับ adiPURE IV เพื่อความสามารถที่เหนือกว่า  ก็คือเทคโนโลยี
   และวัสดุที่ถูกใช้อยู่ภายในรองเท้า  รวมถึงการออกแบบตกแต่งรายละเอียดต่างๆ ให้แลดู "ร่วมสมัย"
   เช่น  ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ที่ใช้แนววางปุ่มแบบ Traxion  รวมถึงวัสดุที่ใช้มีความแข็งแรงทนทาน
   และสวยงามด้วยพลาสติกใส  

   
      และสำหรับ adiPURE IV ได้มีการเปลี่ยนวัสดุภายใน  แผ่นรองพื้นและหุ้มส้นของรองเท้า  ใช้วัสดุ
   ที่มีผิวสัมผัสเป็น "กำมะหยี่"  ทำให้มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับเท้า  ไม่เกิดการลื่นไถลและที่
   สำคัญหุ้มส้นจะมีความกระชับ  ไม่มีการกัดใดๆ ทั้งสิน  แต่อาจจะมีข้อด้อยในเรื่องของการทำความ
   สะอาดที่ต้องหลีกเลี่ยงความชื้นและกลิ่นอับชื้นที่จะเกิดขึ้นได้ง่าย
   
   Feeling

   
      จากที่ได้ลองสวมใส่รองเท้ารุ่นเก๋าคู่นี้  พอจะบอกได้ว่าอาดิดาสออกแบบให้รองเท้านั้นมีรูปทรง
   ที่ "เรียวยาว" กว่าเดิม  หัวรองเท้าค่อนข้างแหลม  ทำให้รูปทรงของรองเท้าไม่ค่อยเข้ารูปกับเท้า
   ที่มีความกว้าง  โดยเฉพาะตรงข้อเท้าที่ไม่เข้ารูปเท่าใดนัก

   
      ในส่วนของความรู้สึกภายใน  ทั้งพื้นรองและหุ้มส้น  ต้องบอกว่าเป็นความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมมาก
   ภายในกระชับเท้าและไม่มีอาการลื่นไถล  หุ้มส้นแบบใหม่นี้ช่วยสร้างความกระชับและความ
   มั่นใจได้เป็นอย่างดี
   
   Features  

   
      
      จุดเด่นอันดับหนึ่งของ adiPURE IV ก็คือการสัมผัสกับลูกฟุตบอลที่นิ่มนวลเป็นอย่างมาก
   การสัมผัสลูกฟุตบอลด้วยข้างเท้าด้านในนั้นค่อนข้างหนักแน่น  โดยเฉพาะบริเวณตราสามขีด
   สัญลักษณ์ทางการค้าของอาดิดาส  บริเวณนั้นมีความแน่นของผิวสัมผัสเป็นอย่างมาก  ส่งผล
   ให้ความสามารถในการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในมีความแม่นนำและหนักแน่น

   
      บริเวณหลังเท้าส่วนหน้าก็มีผิวสัมผัสที่มีความนุ่มนวลไม่แพ้กัน  เท่าที่สัมผัสพบว่าผิวสัมผัส
   บริเวณนี้จะมีความนุ่มมาก  แต่จะมีความบางของชั้นหนังกว่าบริเวณข้างเท้า  พื้นที่ใช้สำหรับ
   การเตะลูกฟุตบอลด้วยหลังเท้า  สามารถทำได้อย่างหนักแน่นและเต็มหลังเท้า   

   
   
      นอกจากจุดเด่นในการสัมผัสกับลูกฟุตบอลในสไตล์ "One Touch Football" แล้ว  
   adiPURE IV ยังมีความสามารถที่ดีในการเลี้ยงบอลและกระชากบอล  เพราะเท่าที่ได้
   ลองทดสอบการใช้งาน  พบว่ารองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักตัวที่เบาพอสมควร  และด้วย
   การวางปุ่ม FG แบบ Traxion ถึงแม้จะมีชุดพื้นที่ค่อนข้างแคบ  ความยาวของปุ่มที่
   ยาวพอสมควร  แต่ด้วยฐานปุ่มแต่ละปุ่มนั้นมีฐานที่กว้าง  เป็นผลให้การเคลื่อนที่ไม่ก่อ
   ให้เกิดอาการปวดฝ่าเท้า  ตรงจุดนี้ถ้าหากลองเปรียบเทียบกับ Predator Absolute X
   
ซึ่งหากดูผิวเผินแล้วจะมีรายละเอียดของพื้นและชุดปุ่มและการวางปุ่มแทบจะไม่แตกต่าง
   กันเลย  แต่ผลที่ได้กลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง  เพราะราชานักล่าค่อนข้างจะมีปัญหา
   ในการเคลื่อนที่และมีอาการปวดฝ่าเท้า

   Conclusion  

   
      adiPURE IV ให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมตามคอนเซ็ปต์ของคำว่า "One Touch Football"
   ได้เป็นอย่างดี  จุดเด่นหลักๆ ของรองเท้ารุ่นนี้คือหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather) ซึ่ง
   มีความนุ่มมากกว่ารุ่น adiPURE III พอสมควร  นอกจากนี้การออกแบบที่คลาสสิคในสไตล์
   เรียบง่าย  ตราสามขีดอาดิดาสแบบหนักแน่นชัดเจน  ก็เป็นสเน่ห์อย่างหนึ่งที่ทำให้มนต์ขลัง
   ความเก๋าที่เคยเป็นตำนานนั้นกลับมาโดนใจใครต่อใครหลายๆ คน

      ในแง่ของการใช้งาน  ต้องบอกว่าอาดิดาสพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีทางวัสดุ  นำมา
   ประยุกต์ใช้ร่วมกับการออกแบบที่ร่วมสมัยได้เป็นอย่างดี  ชุดพื้นและปุ่มนั้นมีความสวยงาม
   ปุ่ม FG แบบ Traxion สามารถใช้งานได้ดีทั้งสนามหญ้าจริง (สภาพแบบไทยๆ) และ
   สนามหญ้าเทียม  ยึดเกาะพื้นได้ดีและไม่มีอาการปวดฝ่าเท้า
  ในส่วนของแผ่นรอง
   และหุ้มส้นด้านในแบบใหม่นี้  มีประสิทธิภาพในการสร้างความกระชับเท้าเป็นอย่างมาก
   แต่อย่างที่ได้เกริ่นไปตั้งแต่แรกแล้วว่าวัสดุดังกล่าวจะสร้างความยากลำบากในการทำความ
   สะอาดและก่อให้เกิดกลิ่นอับชื้นได้ง่าย

      สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อติของรองเท้าคู่นี้ที่คงไม่มีใครจะตอบคำถามได้ (นอกจากทีมงานที่ได้
   ออกแบบรองเท้ารุ่นนี้) ก็คือการออกแบบที่เรียวยาว  ทั้งๆ ที่เอกลักษณ์ของรองเท้าคลาสสิค
   นั้นควรจะเป็นรองเท้าที่สวมใส่สบายและสง่างาม  จึงทำให้มีปัญหาสำหรับคนเอเชียที่ส่วน-
   ใหญ่จะมีหน้าเท้าที่กว้าง  ส่งผลให้รองเท้าจะมีรูปทรงที่ไม่เข้ารูปเท้าและไม่สง่างามอย่างที่
   ควรจะเป็นนั่นเอง
   
   ขอขอบคุณ : ร้าน "Silly Seller Shop" โดยพี่นนท์ Chandler Bing
   

   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com