www.siamboots.com

   F50 adiZero: เร็วจริงแรงจริง !! นี่แหละ "ความเร็วแสง"

   
   F50 adiZero คือการพลิกประวัติศาสตร์รองเท้าฟุตบอลสายความเร็วของอาดิดาส  ด้วยน้ำหนักตัว
ในระดับ 165 กรัม  นับเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบาที่สุด ณ ขณะนั้น

   อาดิดาสได้สร้างความฮือฮาให้ทั่วทั้งวงการฟุตบอลด้วยการปล่อย F50 adiZero ออกมาในฐานะ
รองเท้าฟุตบอลสายความเร็วรูปแบบใหม่ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดในโลก  จากในอดีตที่รองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์นี้ไม่เป็นที่นิยมมากนัก  หากยังจำกันได้กับซีรี่ย์ F50 Tunit+ ซึ่งมีจุดเด่นในการเปลี่ยนปุ่มของ
รองเท้าให้เหมาะต่อสภาพสนาม  แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือน้ำหนักตัวที่สูงมาก  ทั้งๆ ที่รองเท้าซีรี่ย์นี้
ได้ถูกคนทั่วโลกยกให้อยู่ในพิกัดความเร็ว  ด้วยภาพลักษณ์ของพรีเซนเตอร์ซุปเปอร์สตาร์ทั้งหลาย
ไม่ว่าจะเป็น ลีโอเนล เมสซี่ และ อาเยน ร็อบเบน นั่นเอง

   อาดิดาสตัดสินใจใช้เวทีฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้ในการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอล
สายความเร็วในสังกัดของตนเอง  ด้วยรูปโฉมที่พลิกประวัติศาสตร์จากรองเท้าฟุตบอลที่เคยมี
น้ำหนักตัวในระดับมากกว่า 300 กรัม  ถูกจับลดน้ำหนักตัวลงมาเหลือเพียง 165 กรัม เช่นนี้  ทำให้
นักฟุตบอลทั่วทั้งโลกจับตารองเท้ารุ่นนี้ทันที 

   ถึงแม้ว่าจะเนิ่นนานจนอาดิดาสได้ผลิต adiZero II ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นที่สองออกมาจำหน่ายแล้ว
แต่ผมเองก็เพิ่งจะได้ครอบครองเจ้า F50 adiZero มาเป็นอาวุธคู่กายลงสนามเพื่อกระชากหนีคู่แข่ง
ดังนั้นคงจะไม่สายเกินไปใช่ไหมที่จะมาทดสอบรองเท้ารุ่นนี้  เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ที่ยังสนใจ
ในตัวของรองเท้าฟุตบอลสายความเร็วจากอาดิดาสรุ่นนี้อยู่

   Details

   
   "Light Speed" หรือ "ความเร็วแสง" คือคำที่อาดิดาสเลือกนำมาใช้นิยามถึงตัวตนของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้  เท่านั้นยังไม่พอ  อาดิดาสยังเลือกใช้ "ลีโอเนล เมสซี่" และ "ดาวิด บีย่า"  มาช่วย
บรรยายถึงสรรพคุณของ F50 adiZero อีกด้วย

    ข้อมูลทางเทคนิคระบุว่ารองเท้ารุ่นท็อป F50 adiZero  นั้นมีน้ำหนักเพียง 165 กรัม  ตัวรองเท้า
ผลิตจากหนังสังเคราะห์แบบชั้นเดียว (Single Layer Synthetic) เพื่อลดน้ำหนักตัวของรองเท้าลง
ตัวรองเท้ามีพื้นผิวแบบ Sprint  Skin  เป็นเทคโนโลยีเก่าจาก F50 i  ทำให้มีผิวสัมผัสที่เรียบ   แต่
สามารถยึดติดกับลูกฟุตบอล  และมีความสามารถที่จะช่วยให้ลมไหลผ่านตัวรองเท้าโดยแทบจะ
ไม่มีแรงต้านทาน  ภายในมีโครงสร้างพิเศษที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงของตัวรองเท้า  รูปทรงของตัว
รองเท้ารุ่นนี้ถูกออกแบบให้สามารถใช้งานได้ทั้งผู้ที่มีหน้าเท้าแคบและหน้าเท้ากว้าง และมีความ
กระชับมาก ในขณะที่ยังคงมีความสบายเท้าเมื่อสวมใส่พอสมควร  ปุ่มสตั๊ดแบบใหม่ที่มีรูปร่าง
สามเหลี่ยมจำนวน 11 ปุ่ม
 จะช่วยเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะกับพื้นสนาม และยังช่วยเพิ่ม
ประสิทธิภาพในการออกตัวให้แก่ผู้สวมใส่เป็นอย่างดี   โครงสร้างชุดพื้นSprint Frame  เป็น
โครงสร้างของชุดพื้นและเกาะกันกระแทกส้นเท้าที่มีน้ำหนักเบาและมีความมั่นคงในระดับที่ดี ชุด
พื้นจะเป็นแบบชิ้นเดียวกันทั้งหมด ขจัดปัญหาการเกิดแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนจากการวิ่ง
และมีเกาะกันกระแทกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก (External Heel Counter)
   (ข้อมูลทั่วไปของรองเท้ารุ่น F50 adiZero --> คลิก)

   
   เจเนอเรชั่นแรกของซีรี่ย์ F50 adiZero ได้รับการออกแบบและพัฒนามาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2009 เพื่อ
ที่อาดิดาสจะเปิดสายการผลิตได้ทันศึกฟุตบอลโลก 2010 ที่ประเทศแอฟริกาใต้  ทั้งนี้หากใครได้ติด-
ตามข่าวสารในเว็บไซด์ SiamBoots.com ของเรามาตั้งแต่แรก  ก็น่าจะได้เห็นภาพหลุดต่างๆ นานา
ของ F50 adiZero ก่อนใคร  ที่สำคัญเรายังได้สัมผัส F50 adiZero ตัวเป็นๆ ก่อนใครตั้งแต่ปลายเดือน
ธันวาคม 2009 อีกด้วย !!!  สำหรับแนวคิดการออกแบบของรองเท้าฟุตบอลสายความเร็วจากอาดิดาส
ซีรี่ย์นี้คือ

   1. ออกแบบและพัฒนาเพื่อให้เป็นรองเท้าฟุตบอลน้ำหนักเบาที่สุดในโลก  ตามแนวคิดตามหลัก
วิศวกรรมศาสตร์ที่ว่า ยิ่งรองเท้ามีน้ำหนักเบาเท่าไหร่ ก็ยิ่งจะส่งผลให้ผู้สวมใส่สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น
นั่นเอง  นี่แหละคือนิยามง่ายๆ ของรองเท้าฟุตบอลสายความเร็ว
   2. รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะต้องมีศักยภาพในการเล่นกับลูกฟุตบอลได้ดี ได้แก่ ผิวสัมผัสที่สามารถ
ยึดติดกับลูกฟุตบอลได้ดี  รูปทรงรองเท้าจะต้องสามารถโค้งรับกับลูกฟุตบอลเพื่อประสิทธิภาพใน
การพาบอลไปกับเท้า
   3. ไม่เพียงแค่ความเร็วที่จะได้รับ  แต่ผู้สวมใส่จะได้รับซึ่งความสบายเท้า ดังนั้นอาดิดาสจึงได้เลือก
ผลิตออกมาจำหน่ายทั้งเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์และหนังแท้ออกมาจำหน่าย

   
   และโปรโมทสรรพคุณของรองเท้ารุ่นนี้ด้วยสองสุดยอดซุปเปอร์สตาร์อย่าง "ลีโอเนล เมสซี่" และ
"ดาวิด บีย่า"
 ซึ่งทั้งสองยอดนักเตะนี้ก็ได้เป็นพรีเซนเตอร์รองเท้าฟุตบอลตระกูล F50 มาตั้งแต่ไหน
แต่ไรแล้ว  ถึงแม้ว่าทั้งสองคนนี้จะสามารถบรรยายสรรพคุณได้ทั้งในเรื่องของความเร็ว ความคล่องตัว
และความสามารถในการถล่มประตูคู่แข่ง
 เท่านั้นยังไม่พอ  เพราะในช่วงตลอดระยะเวลาเกือบ
หนึ่งปีที่ผ่าน อาดิดาสยังได้เซ็นต์สัญญาคว้ายอดนักเตะมากมายที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์แบรนด์อื่นๆ มา
เข้าสังกัด F50 adiZero เป็นที่เรียบร้อย  รวมถึงการสับเปลี่ยนนักฟุตบอลหลายๆ คน ที่เคยโดดเด่น
กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ของอาดิดาส ทั้ง Predator X และ adiPure III ให้มาใส่ F50 adiZero
ลงทำผลงานในสนามอีกด้วย

   
   นอกเหนือจากตำแหน่งรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักที่เบาที่สุดในโลกแล้ว  อาดิดาสยังสร้างความฮือฮา
ด้วยการเปิดตัวรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ถึง 3 เฉดสีพร้อมกัน โดยเฉพาะสีม่วงสะท้อนแสง ซึ่งจัดเป็น
เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะตัวของพรีเซนเตอร์อันดับหนึ่ง "ลีโอเนล เมสซี่"  ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรก
ที่กล้าผลิตออกมาจำหน่ายพร้อมกันถึง 3 เฉดสีเช่นนี้

   แต่พอมาพูดถึงจุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ที่นอกเหนือจากน้ำหนักตัวที่โครตจะเบาแล้ว  อาดิดาสยังได้
กล้าที่จะเลือกผลิตเวอร์ชั่นหนังแท้ออกมาจำหน่ายควบคู่กับเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์ ยิ่ง
สามารถเรียกกระแสตอบรับจากผู้ใช้ได้เป็นอย่างมาก  เพราะทั้งสองเวอร์ชั่นนั้นต่างก็มีจุดเด่นที่แตก-
ต่างออกไปในตัวของมันเองอยู่แล้ว  เท่านั้นยังไม่พอ  เพราะอุปกรณ์ที่ให้แถมมาก็คือชุดแผ่นรองพื้น
อีกสองแบบ ทั้งแบบ Ultralight และ Comfort ให้เลือกใช้ได้ตามความชอบแบบไม่ต้องไปปรึกษาใคร
  
   Feeling

   
   สำหรับรองเท้ารุ่น F50 adiZero ที่ผมนำมาทดสอบครั้งนี้จะเป็นเวอร์ชั่นแบบหนังสังเคราะไมโคร-
ไฟเบอร์  สีฟ้าสดใสในธีมของยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกส์ 2010/2011 ซึ่งออกจำหน่ายมาตั้งแต่ช่วงเดือน
กันยายน 2010 โดยรองเท้าคู่นี้ผมเลือกที่จะใส่ตรงไซด์กับเท้าผมพอดีเป๊ะ ไม่มีการเผื่อไม่มีการลด
พบว่าในด้านยาวจะมีความยาวเกินมาไม่เกิน 0.2 cm ในขณะด้านกว้างนั้นขอบอกว่าใส่สบายและ
เข้ารูปกับเท้าบานๆ ของผมพอสมควร  และยังสามารถเพิ่มความประชับเท้าได้ด้วยการผูกรัดเชือก
รองเท้าให้แน่นมากขึ้น

    หนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์แบบชั้นเดียว  เมื่อสวมใส่แล้วจะรู้สึกได้ถึงความบางของ
หน้าผ้าได้อย่างชัดเจน  แต่ด้วยหน้าผ้าแบบชั้นเดียวจึงทำให้สามารถสวมใส่เข้ารูปกับเท้าได้
ไม่ยากนัก  แต่ตัวรองเท้าจะเริ่มมีรอยยับให้เห็นตั้งแต่แรกที่ได้สวมใส่และเคลื่อนไหว

   
   สำหรับชุดปุ่มแบบ FG นั้นยอมรับเลยว่าปุ่มค่อนข้างสั้น  และชุดพื้นนอกที่รู้สึกได้ว่ามันบอบบาง
กว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่ได้เคยสัมผัสมา ความรู้สึกเมื่อใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงไปยืนบนพื้นสนามหญ้าเทียม
จะรู้สึกเหมือนว่าเท้าเราจะลอยอยู่เหนือพื้นด้วยซ้ำไป  แต่นั้นก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึก   เพราะ
ในความเป็นจริงแล้วความยาวของปุ่ม FG นั้นกดลงไปถึงพื้นอย่างพอเหมาะ  และด้วยชุดพื้นที่
บอบบางนั่นเอง  ส่งผลให้เวลาเคลื่อนที่  แรงกระแทกและความรู้สึกจะถูกส่งผ่านมายังเท้าของเรา
ได้  ถึงแม้ว่าจะใช่แผ่นรองพื้นแบบ Comfort ก็ตาม
  
   Features  

   
   จุดเด่นอย่างแรกเลยของ F50 adiZero ก็คือน้ำหนักของรองเท้าที่เบามาก  บอกตรงๆ ว่า
สามารถรู้สึกถึงความแตกต่างของน้ำหนักเมื่อเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ  ดังนั้นเมื่อผมได้ลอง
ออกตัววิ่งแบบเต็มความเร็ว ไม่ใช่แค่วิ่งวอร์มแต่ยังรวมถึงการใช้งานจริงในเกมการแข่งขัน
จะรู้สึกได้เลยว่ารองเท้ารุ่นนี้มันช่วยให้ผมวิ่งเร็วขึ้นจริง  ยิ่งถ้าเทียบกับรองเท้าฟุตบอล
สายพละกำลังจะยิ่งเห็นความแตกต่าง  แต่ถ้าเทียบกับรองเท้าสายความเร็วรุ่นอื่นๆ อาจจะ
ไม่แตกต่างกันมากนัก  และไม่ใช่แค่ความเร็วที่เพิ่มขึ้น  แต่ยังพบว่าตัวเองสามารถวิ่งอยู่ใน
สนามได้นานขึ้นอีกด้วย  นี่แหละคือข้อดีของรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบา

   การทำงานของชุดพื้นและปุ่มสามารถตอบสนองต่อจังหวะการวิ่งได้ดี  ปุ่มแบบสามเหลี่ยม
ช่วยให้สามารถเปลี่ยนทิศทางการวิ่งได้อย่างทันท่วงที และความสามารถในการยึดเกาะกับ
พื้นสนามที่เต็มไปด้วยหญ้า(เทียม)เช่นนี้  ค่อนข้างจะเป็นที่น่าพอใจเลยทีเดียว

   
   
   ในเรื่องของการสัมผัสกับลูกฟุตบอล  หน้าผ้าหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์ที่มีลักษณะผิว
แบบหม่นๆ  ไม่ค่อยดึงดูดแบบติดหนึบกับลูกฟุตบอลมากนัก  ทั้งนี้ลักษณะผิวสัมผัสบริเวณ
สันเท้าด้านใน ที่มีคำว่า F50 ประทับติดเอาไว้นั้น  จะมีลักษณะนูนขึ้นมาเป็นลวดลาย  เพื่อ
ทำหน้าที่ในการสัมผัสและดึงดูดกับลูกฟุตบอล  แต่จากการใช้งานจริงนั้นพอจะบอกได้ว่า
มันไม่ค่อยได้ช่วยอะไรมากเท่าไหร่นัก  ทั้งนี้ยังพบว่าลักษณะรูปทรงของตัวรองเท้า ได้ออก
แบบมาให้มีความโค้งเว้ารองรับกับทรงกลมของลูกฟุตบอลได้ดี  จังหวะการยิงด้วยสันเท้า
ด้านใน  จึงสามารถสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มเท้า  นั่นหมายความว่ารองเท้ารุ่นนี้ถูก
ออกแบบให้บริเวณสันเท้าด้านในนั้นเป็นพื้นที่สำหรับเตะลูกฟุตบอลนั่นเอง  

      
   รูปทรงของตัวรองเท้าที่ค่อนข้างจะมีความโค้งเว้าเข้ารูปกับทรงกลมของลูกฟุตบอล
ช่วยให้จังหวะการเลี้ยงและกระชากด้วยหลังเท้าสามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รวดเร็วและแม่นยำ  จากภาพจะเห็นได้เลยว่าจังหวะการสปรินซ์ตัววิ่ง  ปุ่มรองเท้า
ด้านหน้าจะทำหน้าที่ในการส่งแรง  ในขณะที่บริเวณหลังเท้าซึ่งมีความเข้ารูปกับ
ลูกฟุตบอลนั้น  จะเป็นพื้นที่ที่ใช้ในการพาลูกฟุตบอลกระชากหนีคู่แข่งได้ดั่งต้องการ

   Conclusion  

   

   การใช้งานกับพื้นหญ้าจริง

   ด้วยชุดพื้นที่ค่อนข้างบอบบางเป็นอย่างมาก  จริงอยู่ที่มันมีข้อดีในเรื่องของน้ำหนักตัว
ที่เบา  แต่มันก็มีข้อเสียด้วยเช่นกัน  เพราะรองเท้าคู่นี้ผมได้เอาไปทดลองใช้กับสนาม
หญ้าจริงสภาพบ้านๆ  มีหญ้าบ้างมีดินบ้างสลับกันไปเป็นหย่อมๆ  และที่สำคัญความแข็ง
ของพื้นนั้นแข็งเอาเรื่อง  บอกตรงๆ เลยว่าผมไม่อยากที่จะก้าวขาออกวิ่งเต็มความเร็วเลย
ชุดพื้นที่บอบบางและไม่มีระบบการดูดซับแรงกระแทก  ทำให้ผมรู้สึกถึงแรงกระแทกที่ส่ง
ขึ้นมาจากพื้นแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย  รวมถึงใจนึงก็ยังกลัวว่ารองเท้าคู่สวยคู่นี้จะได้รับ
ความเสียหายอีกด้วย

   การใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม

   สำหรับการใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม นั้นทำได้ดีในเรื่องของความเร็วและการยึดเกาะ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นควรจะต้องเจาะจงใช้งานเฉพาะสนามหญ้าเทียมที่มีความนุ่ม ความเรียบ
และมีหญ้าที่ยาวพอสมควร  ไม่ใช่สนามที่เต็มไปด้วยเม็ดยางคาร์บอน  ในเรื่องของการ
ระบายความร้อนนั้นไม่พบว่ามีปัญหาแต่อย่างใด  เนื่องจากตัวรองเท้านั้นบางมาก  จึง
ไม่ค่อยเกิดการอมความร้อนจนทำให้รู้สึกอึดอัดจนเกินไป  

   ในส่วนของข้อด้อยก็คงจะเป็นเรื่องของการบอบบางของวัสดุ  โดยเฉพาะชุดพื้น
และปุ่ม FG  เพราะเท่าที่ได้สัมผัสและใช้งานจริงมาแล้ว  รู้สึกว่าวัสดุมันบอบบางเกินไป
จนบางครั้งยังรู้สึกกลัวว่ามันจะแตกหัก  ยิ่งเอาไปใช้งานในสนามหญ้าจริงสภาพบ้านๆ
ตามที่ได้บอกไปแล้วว่าผมเองนั้นแทบจะไม่อยากออกตัววิ่งเลย  รวมถึงการดูดซับแรง
กระแทกที่แทบจะไม่มีอุปกรณ์หรือเทคโนโลยีรองรับตรงนี้เลย  แรงกระแทกจากพื้นจึง
วิ่งตรงสู่เท้าเต็มๆ  

      
   โดยรวมแล้วต้องยอมรับว่า F50 adiZero คู่นี้  มีความสุดยอดในการเป็นรองเท้าฟุตบอล
สายความเร็ว  หากมองในแง่ของน้ำหนักตัวซึ่งเป็นหลักการทางฟิสิกส์  ยอมรับเลยครับว่า
รองเท้าคู่นี้ช่วยทำให้ผมวิ่งเร็วขึ้นจริง  กระชากได้แรงจริงและยังสามารถวิ่งในสนาม
ได้นานขึ้นอีกด้วย
  จึงไม่ค่อยแปลกใจเกี่ยวกับกระแส F50 adiZero ในช่วงปีที่ผ่านมาเลย
ว่าจะมีนักฟุตบอลมากมายหลายที่เลือกไปคบหากับรองเท้ารุ่นนี้  แต่ราคาค่าตัว 7,690 บาท
นั้นอาจจะเป็นระดับราคาปกติของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปเช่นนี้  แต่ในเรื่องของวัสดุ
บางอย่างที่ต้องบอกกับตรงๆ ว่าช่างบอบบางมาก  จนต้องถามถึงอายุการใช้งานที่อาจจะ
น้อยกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตลาด  ก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้นักฟุตบอลและผู้เล่นที่มีกำลัง
ทรัพย์ไม่หนามากนัก  ต้องมานั่งคิดกันหนักพอสมควรในเรื่องของราคาและอายุการใช้งาน
ที่(อาจจะ)สวนทางกัน...
   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 5/10
   - ความสบายในการสวมใส่
6/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 7/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 5/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 7/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 6/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 5/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "สปีด" 9/10
   - ความคุ้มค่า 6/10

การรองรับแรงกระแทก                
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม              
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล              
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่                
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด            
ความคุ้มค่า              

   


   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com