www.siamboots.com


ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Predator Lethal Zones


 "Testing!" Predator® Lethal Zones : รองเท้าสายพันธุ์
"คอนโทรล" ที่ยังคงมีกลิ่นอายความดุดันของสายเลือด "นักล่า"


   
   อาดิดาส Predator® Lethal Zones คือการเปลี่ยนเจเนอเรชั่นที่สร้างความฮือฮาประจำปี 2012 ได้มากที่สุด
สำหรับวงการรองเท้าฟุตบอล  และถือเป็นการเปลี่ยนแปลงตัวตนจากรองเท้าฟุตบอลพันธุ์ดุ  ให้กลายมาเป็น
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ "คอนโทรล" อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่าคราว adiPOWER Predator® เสียด้วยซ้ำ
ดังนั้น วันนี้..SiamBoots จะพาทุกท่านไปร่วมทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานที่แท้จริง  มาหาคำตอบไปพร้อมๆ
กันว่า  เจ้าของตำแหน่งรองเท้าฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี 2011  พอมาในเจเนอเรชั่นใหม่จะเป็นอย่างไร !?!?

   
   บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ทำการเปิดตัวและวางจำหน่ายเจเนอเรชั่นที่ 12 ของรองเท้า
ฟุตบอลซีรี่ย์ระดับตำนานที่มีอายุอานามยาวนานมากว่า 20 ปี ในชื่อว่า Predator® Lethal Zones อย่างเป็น
ทางการ  ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2012 แถมต่อด้วยตารางแผนการจัดโปรโมทแบบแน่นเอี้ยด  ไม่ว่าจะเป็น
การเดินทางจัดกิจกรรมตามโรงเรียนชั้นนำต่างๆ ทั่วกรุงเทพ  รวมถึงการจัดกิจกรรมให้สาธารณชนสามารถ
ร่วมทดสอบรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ  และยังอาศัยช่วงศึกยูโร 2012 ที่
มีกิจกรรมให้แฟนๆ ร่วมสนุกชิงรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ไปเป็นรางวัลมากถึง 5 คู่  รวมถึงการโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ
ที่ผมเองได้พบเห็นจนชินตา  ทั้งอินเตอร์เน็ต  รถไฟฟ้า  และสถานที่สำคัญอื่นๆ  โดยเฉพาะภาพยนตร์โฆษณา
"adidas Predator Lethal Zones vs the deadly challenges" ที่เมื่อได้เห็นทีไร  ผมก็แอบยิ้มในความกล้าบ้าบิ่น
ของเนื้อเรื่องในนั้น  คิดเหมือนกันว่าจะหาโอกาสเอาหลอดไฟนีออนหลากสี  มาตั้งเป็นช่องแคบๆ แล้วส่งบอล
ให้ผ่านไปมาให้ได้  หรือแม้แต่จะให้ใครสักคนขึ้นไปโยนลูกฟุตบอลลงมาจากดาดฟ้าของตึก 10 ชั้น  แล้วจะ
ลองใช้หลังเท้าดูดบอลแบบนิ่มๆ ดูซิ   แล้วก็อาจจะปิดท้ายด้วยการยิงลูกฟุตบอลเต็มแรง  ฝ่าพายุฝนที่ช่วงนี้
เริ่มตกหนักจนน้ำท่วมกันข้ามคืนแล้ว  ว่าจะมันส์สะใจอย่างในคลิปหรือเปล่า

   ทั้งหมดนี้ถือเป็นการทุ่มการตลาดอีกครั้งของ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้การนำ
ของผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด คุณจ็อบ  วรวรรธน์ เตชะมนตรีกุล ซึ่งยังคงไว้วางใจที่จะส่งมอบ
Predator® Lethal Zones ให้กับ SiamBoots สำหรับทำการทดสอบรีวิวการใช้งานจริงในสนามฟุตบอล  
พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเต็มที่  ตามแบบฉบับที่เรานำเสนอแบบตรงไปตรงมามาโดยตลอด  และ
ที่ทำให้ผมรู้สึกตื่นเต้นและดีใจไปมากกว่านั้นก็คือการได้รับมอบและสัมผัสกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่คู่นี้
ก่อนกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการอีกด้วย !!

   
   ตั้งแต่ที่รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Predator® Lethal Zones มาอยู่ในการครอบครองของผม  ก็ได้จัดการ
พารองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ "คอนโทรล" คู่นี้  ลงสนามแข่งขันเพื่อทดสอบการใช้งานจริงมาโดยตลอด
จนมั่นใจได้ว่าผมนั้นสามารถเก็บข้อมูลการทดสอบได้อย่างครบถ้วนตามมาตรฐานของตัวเองแล้ว  ตลอดระยะ
เวลากว่า 4 สัปดาห์ที่ผมได้ใช้งานรองเท้าฟุตบอลเฉดสี "น้ำเงินเมทัลลิค" ที่มีวัสดุหน้าผ้าเป็นหนังสังเคราะห์
แบบใหม่  และ โดดเด่นด้วยเฉดสีส้มเข้ม  ที่แสดงจุดไฮไลท์ต่างๆ ของลูกเล่นและเทคโนโลยีใหม่ของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้อย่างชัดเจน  ภายใต้รหัสเฉดสีอย่างเป็นทางการว่า "Bright Blue/Infrared/Collegiate Navy/
White"
 ผมสามารถบอกได้เลยว่า Predator® Lethal Zones มีความสมบูรณ์แบบในการเป็นรองเท้าฟุตบอล
ประเภทคอนโทรลมากกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วอย่าง adiPOWER Predator® ที่เป็นเจ้าของรองเท้าฟุตบอล
ยอดเยี่ยมเมื่อปี 2011  จึงแน่นอนแล้วว่า..ในปีนี้  Predator® Lethal Zones พร้อมจะป้องกันตำแหน่ง
รองเท้าฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีอย่างสมภาคภูมิแน่นอน


   Details

   
   ในขณะที่รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์สปีดของอาดิดาสอย่าง adiZero F50 นั้นแทบจะไม่ต้องคาดเดาตัว
พรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่ง  แต่สำหรับเจเนอเรชั่นที่ 12 ของซีรี่ย์ Predator® รุ่นนี้  กลับเป็นไปในทาง
ตรงกันข้าม  ถ้าถามว่า..ใครเป็นพรีเซนเตอร์หลักของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรลรุ่นใหม่จาก
อาดิดาส  ก็จะขอตอบว่า "ซาบี้" มั้ง !? หรือไม่ก็ "ฟาน เพอร์ซี่" มั้ง !? เอ๊ะ..หรือยังเป็นเจ้าเก่าขาประจำ
อย่าง "เจอราร์ด" ดี !?  เพราะอาดิดาสจัดการโปรโมทโฆษณา Predator® Lethal Zones ด้วยนักเตะ
ชื่อดังมากหน้าหลายตาเสียเหลือเกิน  จนแทบจะเรียกว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่ใช้จำนวนพรีเซนเตอร์
ด้วยนักเตะชื่อดังมากที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมาก็เป็นได้

   
   ชื่อของ เดวิด เบ็คแฮม, ซาบี้ เฮอร์นันเดส, หลุยส์ นานี่, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่, ซาเมียร์ นาสรี่,
อังเคล ดิ มาเรีย, ซาบี้ อลอนโซ่, สตีเวน เจอร์ราร์ด, อิเคร์ คาซิยาส และดานี่ อัลเวซ
 ล้วนแล้ว
แต่เป็นนักเตะชื่อดังระดับโลกที่อาดิดาสเลือกใช้ในการโปรโมทรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มาโดยตลอดในช่วง
ที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2012  จนกระทั่งถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2012 ที่มีการเปิดตัววาง
จำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย  ตลอดจนทัวร์นาเมนท์สำคัญอย่างยูโร 2012 อีกด้วย

   
   จุดขายสำคัญของเจเนอเรชั่นนี้ก็คือ "5 โซนอันตราย" (Lethal Zones) ซึ่งช่วยในการควบคุมลูกฟุตบอล
ให้ได้ดังใจ ช่วยให้นักเตะควบคุมลูกฟุตบอลได้อย่างลื่นไหลในทุกโอกาสและสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการ
เลี้ยงบอล ปั่นบอล เปิดบอล จับบอล และส่งบอล โดยโซนแรกออกแบบสำหรับการเลี้ยงลูกฟุตบอลด้วย
ความเร็ว โซนที่สองสำหรับการจับบอลหรือสัมผัสบอลจังหวะแรกอย่างนุ่มนวล โซนที่สามสำหรับการปั่นบอล
ที่เฉียบขาดขณะเล็งไปที่ประตู โซนที่สี่สำหรับการเปิดบอลที่แม่นยำในระยะไกลๆ และโซนสุดท้ายสำหรับ
การส่งบอลที่มีความลื่นไหล รวมห้าโซนพิฆาตที่ให้ผลลัพธ์รวบยอดเพียงหนึ่งเดียว นั่นคือ การควบคุมบอล
ได้อย่างสมบูรณ์แบบ (Perfect Ball Control)
     


   ทั้งนี้อาดิดาสยังนำเสนอคลิปวีดีโอการทดสอบ Predator® Lethal Zones แบบโหดสุดขั้ว  เพื่อแสดงถึง
ศักยภาพของรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่รุ่นนี้ของตัวเอง  ในชื่อที่เรียกว่า "Predator® Lethal Zones vs The
Deadly Challenges"
 

   

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Predator® Lethal Zones

   
   ข้อมูลทางเทคนิคของอาดิดาส Predator® Lethal Zones คู่นี้  ผมได้ยกมาจากบทความ "Hand On!" ที่
ได้นำเสนอไปเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา  เพราะเชื่อว่าข้อมูลที่นำเสนอไปในบทความนั้น  มีความครบ
ถ้วนสมบูรณ์  แสดงตัวตนที่แท้จริงของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ไปทุกๆ อย่างแล้ว  ดังนั้นหากผู้อ่านท่านใดได้
ทำการติดตามอ่านไปแล้ว  ก็สามารเลื่อนข้ามส่วนนี้ไปยังหัวข้อ "Feeling" ได้ทันที  

   
   สัมผัสแรกที่ได้หยิบจับเอา Predator® Lethal Zones ขึ้นมาไว้บนมือ  นอกจากความเงางามของเฉดสี
แบบเมทัลทิคของตัวรองเท้าที่ระยิบระยับสะท้อนแสงแล้ว  ก็ยังรู้สึกได้ถึงน้ำหนักตัวของรองเท้าที่หนักขึ้น
ว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วเล็กน้อย  ซึ่งผมเองก็ได้จัดการจับทั้งสองรุ่นขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักตัวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
โดย Predator® adiPower มีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 222 กรัม  ส่วน Predator® Lethal Zones คู่ที่กำลังอยู่ในมือ
ของผมนี้มีน้ำหนัก 240 กรัม (รองเท้าทั้งสองไซด์ 9.5 US , 9 UK , 43 1/3 Fr หรือ 27.5 cm)

   
   ก่อนที่จะทำความรู้จักกับโซนอันตราย (Lethal Zones) ทั้ง 5 โซน ซึ่งเป็นจุดขายสำคัญของรองเท้ารุ่นนี้
เรามาดูวัสดุหลักที่ถูกนำมาใช้ผลิตเป็นหน้าผ้าและตัวรองเท้ากันก่อนดีกว่า  ในเจเนอเรชั่นนี้อาดิดาสจะไม่
ใช้หนังวัตว์แท้มาผลิตเป็นหน้าผ้าและตัวรองเท้าอีกแล้ว  แต่ได้เปลี่ยนมาใช้เป็นหนังสังเคราะห์แบบพิเศษ
ที่อาดิดาสพัฒนาขึ้นมาเอง  และได้ตั้งชื่อเรียกว่า ไฮบริดทัช (Hybridtouch) จุดเด่นอยู่ที่การผสมผสาน
ข้อดีของหนังแท้และหนังสังเคราะห์เข้ามาไว้ด้วยกัน  ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกสบายและกระชับ ทั้งยังกันน้ำซึม
และใส่สบายในทุกสภาพอากาศ  ถูกสร้างความโดดเด่นด้วยการลงเฉดสีแบบเมทัลลิค  เมื่อแสงแดด
สาดส่องและตกกระทบ  จะสะท้อนแสงวาววับสะดุดตาเป็นอย่างมาก  มีแถบยางปั่นคุณภาพสูงติดอยู่เต็ม
ไปทั่วทุกพื้นที่ของตัวรองเท้า  ซึ่งถูกแบ่งหน้าที่การใช้งานตามคอนเซปออกเป็น 5 โซนอันตราย

   
   โซนแรก "First Touch zone"  คือแถบยางที่มีลักษณะเป็นครีบขนาดยาวและแคบตรงบริเวณหัวรองเท้า  
ถูกออกให้ครีบยางเว้นระยะห่างเพื่อให้เกิดภาวะสูญญากาศสำหรับการควบคุมบอลอย่างฉับไว   สร้าง
ประสิทธิภาพในการสัมผัส  จับและดึงดูดบอลแรกที่ถูกส่งมาด้วยความแรงให้อยู่เชื่องติดเท้า  หากลอง
สัมผัสแถบยาง Touch zone ด้วยมือ  จะรู้สึกได้ว่าแถบยางส่วนนี้เป็นแถบยางที่มีความนิ่มมากที่สุด

   
   โซนที่สอง "Drive zone" แถบยางตามแนวสันเท้ารูปแบบ 3-D ผิวหน้าที่มีทำรายละเอียดให้มีความขรุขระ
เพื่อสร้างแรงเสียดทานและแรงดึงดูดกับลูกฟุตบอล  ถูกออกแบบตามลักษณะธรรมชาติของหลังเท้า  เพื่อให้
สามารถเข้าสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มพื้นที่  นอกจากแถบยางจะมีความเหนียวหนึบแล้ว  ยังพบว่ามีเนื้อ
ยางที่แข็งและแน่นกว่าส่วนอื่นๆ  ทำให้ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงหรือเปิดออกไปด้วย Drive zone นั้นมีน้ำหนักและ
พละกำลังที่แรงขึ้นและไปได้ไกลกว่าเดิม

   
   โซนที่สาม "Sweet Spot zone" โซนนี้จะเป็นพื้นที่แถบยางที่มีลักษณะครึ่งวงกลม  วางตัวอยู่ตรงบริเวณ
หัวรองเท้าด้านใน หรือข้างนิ้วโป้ง  ลักษณะของแถบยางในภาพรวมจะเป็นชิ้นใหญ่ๆ  ผิวหน้าเรียบ  เนื้อยาง
นิ่มและมีความเหนียว  ส่วนบนของแถบยางได้ถูกออกแบบให้ถูกฝ่าออกเป็นร่องๆ  เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัส
กับลูกฟุตบอล  ช่วยให้เพิ่มประสิทธิภาพในการปั่นไซด์โป้งให้กับลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  จริงๆ แล้วโซนนี้
จะทำหน้าที่คล้ายๆ กับ Drive zone  คือช่วยการยิงประตูหรือเปิดบอลโด่งได้อย่างแม่นยำ  แต่จะให้ศักยภาพ
ในการปั่นไซร้โป้งที่ดีกว่า  และตอบสนองต่อนักฟุตบอลที่ถนัดการยิงประตูด้วยพื้นที่ส่วนนี้

   
   โซนที่สี่ "Dribble zone" ส่วนนี้จะเป็นครีบยางตามขวาง  วางตัวอยู่บริเวณข้างเท้าด้านนอก  มีการ
ออกแบบให้มีผิวสัมผัสกับบอลน้อยและมีโครงสร้างที่เหมาะสำหรับการแตะบอลอย่างรวดเร็วหลายๆ ครั้ง
ช่วยให้ควบคุมทิศทางการเลี้ยงบอลได้ดั่งต้องการ  และยังพบว่าลักษณะพื้นผิวของครีบยางส่วนนี้จะมี
ความเหนียวและหนึบ  สามารถช่วยในการปั่นไซร้ก้อยหรือส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านนอกได้อีกด้วย

   
   โซนที่ห้า "Pass zone" โซนนี้จะมีพื้นที่กว้าง  อยู่ตรงบริเวณข้างเท้าด้านในโดยจะเป็นโซนเดียวที่จะไม่มี
แถบยางปั่นเป็นผิวสัมผัส  แต่จะมีการฝังวัสดุพิเศษที่เรียกว่า memory foam เอาไว้ตรงกลางของชั้นหนัง
ทำให้พื้นที่ส่วนนี้มีความหนานุ่มและหนักแน่น  พื้นที่ขนาดใหญ่ได้ถูกตีกรอบเอาไว้ด้วยเส้นสีสีเดียวกับโซน
อื่นๆ  ทำให้สามารถสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มพื้นที่  ลูกฟุตบอลที่ถูกส่งออกไปด้วย Pass zone จะมี
น้ำหนักและแม่นยำมากขึ้นกว่าเดิม

   
   แนวร้อยเชือกรองเท้ายังคงเป็นแบบแนวสมดุลตรงกลางหลังเท้ามากขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ลิ้นรองเท้า
จะมีหูร้อยเชือกอยู่ตรงระดับกลาง  โดยที่พื้นผิวของลิ้นรองเท้าจะมีการดีไซน์ลวดลายเส้นสายให้ดูล้ำสมัย
แม้ว่าจะไม่เกี่ยวข้องต่อการสัมผัสกับลูกฟุตบอลเลยก็เถอะ  เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัว Predator®
Lethal Zones
มาจากโรงงานผลิต  ส่วนล่างจะมีเนื้อแข็ง  ลักษณะแบนราบ  เพื่อลดการรบกวนการสัมผัส
บอลบริเวณหลังเท้า  ส่วนตรงปลายเชือกจะมีลักษณะฟูและนิ่ม  เพื่อให้การผูกปมเชือกนั้นทำได้อย่างแน่นหนา
ปมเชือกไม่คลายออกตอนใช้งาน  ซึ่งเชือกรองเท้าแบบนี้ได้ถูกนำมาใช้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ของ
อาดิดาสทุกซีรี่ย์  จนเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของค่ายสามขีดไปเรียบร้อยแล้ว

   
   ตรงส่วนตัวรองเท้าบริเวณหุ้มข้อของข้างเท้าด้านนอก  ได้ถูกออกแบบให้เป็นแนวเพิ่มความกระชับ
และทำให้ตัวรองเท้าเข้ารูปกับข้อเท้าของผู้ส่วมใส่ได้ดีขึ้น
  เพราะในคราว Predator® adiPower
เมื่อผูกเชือกรองเท้าพร้อมจะลงสนาม  แต่พื้นที่ตรงนี้จะไม่เข้ารูปโอบรัดกระชับกับข้อเท้า(ด้านนอก)ของ
ผู้สวมใส่  นอกจากความกระชับที่ไม่เต็มประสิทธิภาพแล้ว  ความสวมงามในการสวมใส่ก็ลดลงไปด้วย
พอมาในเจเนอเรชั่นนี้  อาดิดาสได้ปรับปรุงแก้ไขจุดบอดตรงนี้ออกไป  ส่วนจะได้ผลมากน้อยเพียงใด
คงต้องรอบทความรีวิวทดสอบการใช้งานหลังจากนี้อีกที

   
   เกราะกันกระแทกส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายได้ถูกเปลี่ยนโฉมให้เป็นแบบภายใน (Internal Heel Counter)
ฝังตัวเข้ารูปอยู่กับตัวรองเท้า  ดีไซน์เพื่อลดความเทอะทะของตัวรองเท้าลงไป  เมื่อลองสัมผัสและออกแรงกด
ลงไป  ก็ชัดเจนเลยว่าไม่สามารถให้การป้องกันการปะทะในระดับที่รุนแรงได้เหมือนแต่ก่อน 

   ลายทางสามขีด  เครื่องหมายการค้าของอาดิดาสก็ได้ถูกย้ายมาประทับตรงบริเวณนี้  ใช้วัสดุเป็นพลาสติก
เคลือบผิวให้มีความเหนียว  ออกแบบให้พื้นผิวมีรอยบากแนวขวางตลอดทั้งเส้น วางตัวเอนตะแคงในระดับ
ประมาณ 30 องศา  พาดยาวไปถึงตอนกลางของตัวรองเท้าทั้งด้านในและด้านนอก  โดยรวมแล้วพื้นที่ส่วนนี้
แทบจะไม่หลงเหลือความดุดันในแบบดั้งเดิมสักเท่าไหร่เลยเสียด้วยซ้ำ  แต่กลับให้ความรู้สึกพริ้วไหว  ลงตัว
ตามสไตล์แฟชั่นการออกแบบรองเท้าฟุตบอลสมัยใหม่เป็นอย่างมาก

   
   หุ้นส้นด้านในได้เปลี่ยนวัสดุหน้าผ้าจากผ้ากำมะหยี่เมื่อเจเนอเรชั่นที่แล้ว  มาใช้เป็นผ้าผสมหนังสังเคราะห์
ให้สัมผัสที่ฝืด  สร้างแรงเสียดทานกับข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  โดยส่วนด้านบนได้ถูกออกแบบให้มี
รอยพิมพ์เป็นจุดๆ  เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสให้มากขึ้น  ด้านในของหน้าผ้าจะมีการบรรจุฟองน้ำเพื่อความนุ่ม  ให้
สัมผัสที่สบายขึ้น  แต่ส่วนด้านล่างและด้านข้างจะไม่มีการใส่ฟองน้ำมาให้  จะรู้สึกถึงวัสดุประเภทพลาสติกแข็ง
ซึ่งทำหน้าที่เป็นโครงสร้างของตัวรองเท้า

   
   ถอดแผ่นรองพื้นด้านในออกมาสำรวจตรวจตรากันหน่อย  วัสดุของแผ่นรองพื้นยังคงผลิตจากโฟม EVA
แบบทั่วๆ ไปที่นิยมใช้ผลิตเป็นพื้นแผ่นรองด้านในของรองเท้าฟุตบอล  แต่ตรงส่วนของฝ่าเท้านั้นจะถูกเสริม
ด้วยโฟม adiPrene 2 ชิ้นขนาดใหญ่  ซึ่งเป็นวัสดุโฟมสังเคราะห์แบบพิเศษของอาดิดาสที่จะช่วยรองรับแรง
กระแทกในจังหวะการเคลื่อนที่  วางตัวตามแนวขวาง  ลองใช้นิ้วกดเปรียบเทียบความยืดหยุ่นกับโฟม EVA
แล้ว  จะรู้สึกได้อย่างชัดเจนกว่าโฟม adiPrene ให้ความยืดหยุ่น  และมีความหนาแน่นของเนื้อโฟมได้ดีกว่า

   
   ผิวหน้าของแผ่นรองพื้นถูกปูด้วยวัสดุประเภทผ้ากำมะหยี่  แบบเดียวกับแผ่นรองพื้นของ Predator®
adiPower
 และมีการดีไซน์ลายพิมพ์กราฟฟิกเป็นธีมเฉพาะตัวของรองเท้าซีรี่ย์นี้  แต่เท่าที่สัมผัสดูแล้ว
ลายพิมพ์กราฟฟิกดังกล่าง  ไม่ได้ช่วยสร้างแรงเสียดทานกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่เลย  และหากสัมผัสดู
คร่าวๆ แล้ว  ผมยังเชื่อว่าผิวหน้าแผ่นรองพื้นแบบ Comford ของ adiZero F50 2012 ให้การยึดเกาะ
ที่หนึบมากกว่าพอสมควร

   
   ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG นั้นถือเป็นอีกส่วนหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดจากเจเนอเรชั่นที่แล้ว
เป็นอย่างมาก  ชุดพื้นจะไม่มี "Powerspine" แนวพลาสติกแข็งตรงบริเวณฝ่าเท้า  หากยังจำกันได้  สิ่งนี้
ได้เคยถูกโฆษณาสรรพคุณว่าสามารถช่วยลดการโค้งงอของชุดพื้นในจังหวะการยิงลูกฟุตบอล  ทำให้
โครงสร้างของรองเท้าทรงตัว  และให้แรงปะทะที่ดีขึ้น  ส่วนตรงกลางระหว่างปุ่มส่วนหน้ากับปุ่มส่วนหลัง
จะเป็นช่องสำหรับใส่ miCoach อุปกรณ์จับความเร็วไฮเทคของอาดิดาส

   ในภาพรวมแล้ว  ชุดพื้นจะคล้ายคลึงกับรุ่น adiZero F50 2012 เป็นอย่างมาก  แต่สิ่งที่ดูจะดีกว่าก็คือ
ความแข็งแกร่งของวัสดุพลาสติก TPU
 ที่ดูเหมือนว่าได้ถูกฉีดขึ้นรูปในปริมาณที่หนากว่าเป็นอย่างมาก

   
   ปุ่มแบบ FG ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ถูกเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยแม่แต่น้อย  จากแนววางปุ่ม
แบบ Traxion ที่เป็นการวางปุ่มใบมีดยาว  ตามแนวของรองเท้าทั้งข้างเท้าด้านใน 3 ปุ่มและด้านนอก 4 ปุ่ม
ได้ถูกยกชุดออกมาใช้รูปแบบปุ่มแบบเดียวกับซีรี่ย์ adiZero F50  คือเป็นปุ่มรูปแบบสามเหลี่ยม  เล็กใหญ่
วางกระจายตัวไปทั่วทั้งชุดพื้นของรองเท้า  เนื่องจากอาดิดาสมั่นใจว่าปุ่ม FG รูปแบบนี้  จะให้ศักยภาพ
ความสามารถด้านต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนมากกว่า  ไม่ว่าจะเป็นปุ่มคู่หน้าสุด  ที่จะช่วยให้การสปรินซ์ออกตัว
นั้นทำได้ดีขึ้น  ปุ่มสายขนาดใหญ่คู่กลาง  จะช่วยทำให้เกิดแรงกดกับพื้นสนามในจังหวะการยั้งตัว หรือวาง
เท้าหลักยิงประตูได้มั่นคงยิ่งขึ้น  และจะทำหน้าที่ร่วมกับปุ่มอีก 3 ปุ่มถัดมา  เพื่อทำหน้าที่กระจายน้ำหนักตัว
ของผู้สวมใส่ได้อย่างทั่วถึง  สม่ำเสมอ

   
   ปุมส่วนหลังก็เช่นกัน  ยังคงใช้รูปแบบปุ่มสามเหลี่ยมแบบเดียวกับซีรี่ย์ adiZero F50  วางตัวอยู่บนชุดพื้น
ส่วนหลังที่มีเฉดสีแตกต่างกับชุดพื้นส่วนหน้า  และหากสังเกตดีๆ จะเห็นว่าชุดพื้นส่วนนี้จะมีประกายระยิบ-
ระยับในเนื้อพลาสติก  คาดว่าน่าจะเป็นกากเพชร หรืออะไรสักอย่าง  ที่ถูกฉีดผสมเข้าไปกับเนื้อพลาสติก

   แม้ว่ารูปแบบปุ่ม FG ของ Predator® Lethal Zones นั้นได้ถูกยกชุดมาจากซีรี่ย์ adiZero F50  ทั้งหมด
เลยก็ตาม  การวางปุ่มเหมือนกัน  รูปแบบปุ่มเดียวกัน  ขนาดปุ่มเท่ากัน  แต่สิ่งเมื่อสัมผัสเปรียบเทียบกัน
ระหว่างรองเท้าทั้ง 2 รุ่น  ซึ่งผมมีอยู่ในมืออยู่แล้ว  บอกได้เลยครับว่า ปุ่มของ Predator® Lethal Zones
นั้นมีความแข็งแรงและมั่นคงกว่า
adiZero F50 2012 อย่างชัดเจน  เพราะผมได้จับเอามาโยกดูแล้ว !!

   Feeling

   
   อาดิดาส Predator® Lethal Zones คู่ที่ผมจะสวมใส่ลงสนามทดสอบในครั้งนี้  ยังคงเป็นไซด์เดิมคือ
9.5 US , 9.0 UK , 43 1/3 Fr และ 27.5 cm ตามมาตรฐานของการสวมใส่ของผมมาโดยตลอด  เพื่อจะ
ได้นำข้อมูลมาใช้เปรียบเทียบการเลือกไซด์รองเท้าในแต่ละรุ่นให้เหมาะสมกับเท้านั่นเอง

   
   เริ่มจากความยาวของรองเท้าคู่นี้ที่ป้ายบอกไว้ว่า 27.5 cm สวมใส่กับถุงเท้าฟุตบอลมาตรฐานของอาดิดาส
ดึงแนวร้อยเชือกให้กระชับ  และผูกเชือกรองเท้าด้วยความแน่นปกติ  พบว่าพื้นที่ด้านหน้าและหัวรองเท้า
จะเหลืออยู่บ้างเล็กน้อย  เหลือน้อยกว่าทั้งอาดิดาส adiZero F50 2012 และ adiPOWER Predator® ที่ผม
ได้เคยรีวิวทดสอบไปแล้ว  ถ้าจะให้ตีเป็นตัวเลขออกมา  Predator® Lethal Zones จะ Oversized ด้านยาว
ราวๆ 0.2-0.3 cm เท่านั้น
 

   ในส่วนของความกระชับทางด้านข้าง  จะรู้สึกบีบกระชับบริเวณขอเท้าเป็นหลัก  และให้ความกระชับได้ดี
กว่า adiPOWER Predator® ซึ่งเคยมีปัญหาว่าเวลาผูกเชือกรองเท้าแน่นๆ  ลำตัวด้านข้างจะโป่งออกและ
ไม่โอบกระชับแนบสนิทกับอุ้มเท้า  แต่ปัญหานี้ได้หมดไปแล้วใน Predator® Lethal Zones คู่นี้  ความรู้สึก
บริเวณหลังเท้าก็จะไม่มีถูกกดจนปวดเหมือนกับคราวของ Predator® X เรียกได้ว่าคนละเรื่องกันเลย  โดย
รวมแล้วเข้ารูปกับเท้าของผมซึ่งมีหน้าเท้ากว้างตามแบบคนไทยได้เป็นอย่างดี  ให้ความกระชับมากพอดู
แต่ก็ไม่อึดอัดจนถึงกับหายใจไม่ออก


   
   ส่วนของหุ้มส้นและข้อเท้านั้นค่อนข้างจะเป็นแบบปกปิดมิดชิด  โดยปลายของส้นเท้าจะสูงจนขึ้นมาปิด
ถึงตรงกลางของแนวเอ็นร้อยหวาย  หลังจากที่ได้ลงใส่แข่งขันในครั้งแรก  ทำให้บริเวณเอ็นร้อยของผม
ถูกกัดพอคันๆ  แต่หลังจากนั้นก็ไม่ถูกกัดอีกเลย  ฟีลลิ่งของหุ้นส้นที่เปลี่ยนวัสดุหน้าผ้าจากกำมะหยี่มาเป็น
หนังสังเคราะห์หนาๆ  ผิวหน้าสากๆ  ก็ถือว่าสามารถสร้างแรงเสียดทานและเกิดความกระชับจับกับส้นเท้า
ได้ดีขึ้นกว่าเดิมพอสมควร  แม้ว่าจะมีความแข็งของหุ้มส้นส่วนล่างที่ไม่มีการยัดฟองน้ำเอาไว้ด้านในก็ตาม

   
   สรุปปิดท้ายเกี่ยวกับการเลือกไซด์ Predator® Lethal Zones เพื่อที่จะเป็นประโยชน์สำหรับการเลือกหา
ซื้อรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้อย่างเหมาะสมกับเท้า  พบว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะ Oversized ด้านยาวราวๆ
0.2-0.3 cm
 เท่านั้น ดังนั้นไม่ว่าท่านจะมีรูปแบบเท้าเรียวยาวหรือเท้ากว้าง  ก็ไม่จำเป็นต้องลดครึ่งไซด์แบบ
adiZero F50 2012  ผมยังขอแนะนำให้เลือกซื้อ Predator® Lethal Zones แบบตรงไซด์  แม้ว่าด้านหน้า
อาจจะเหลือนิดหน่อย  แต่ความกระชับในด้านกว้างจะช่วยทำให้สวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้อย่างมั่นใจ
อาการถูกกัดหรืออึดอัดอาจจะมีบ้างในครั้งแรก  แต่หลังจากนั้น  หนังของตัวรองเท้าจะสามารถ
ปรับตัวให้เข้ากับรูปแบบของเท้าผู้สวมใส่ได้ด้วยตัวของมันเอง

   
   Testing  

   
   Predator® Lethal Zones พร้อม ชุดพร้อม ลูกฟุตบอลพร้อม  ก็ได้เวลาลงสนามทดสอบการใช้งานจริง
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คอนโทรล  รุ่นใหม่จากอาดิดาส  ในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม Winning 7 ที่เดิม
ที่คุ้นเคย  

   เริ่มต้นด้วยเรื่องของความสบายในการสวมใส่ก่อนแล้วกัน  ความรู้สึกแรกที่สามารถสัมผัสได้เลยก็คือ
ความกระชับบริเวณข้อเท้าและหุ้มส้นที่มีมาในระดับที่สูงพอสมควร  แต่จะไม่บีบตรงบริเวณตอนหน้าของ
เท้า  ซึ่งสามารถพบได้ในเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ในขณะที่การระบายความร้อนนั้นยังอยู่ในระดับกลางๆ  
เนื่องจากลักษณะของตัวรองเท้านั้นจะเป็นหนังสังเคราะห์แบบทึบไปหมด  แถมยังมีการเข้ารูปเข้าทรงกับ
เท้าของผมได้อย่างแนบสนิท  หุ้มส้นที่สูงและหุ้มขึ้นมาจนถึงช่วงกลางของเอ็นร้อยหวาย  กับหุ้มส้นด้านใน
ที่ไม่นุ่มสักเท่าไหร่  ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลให้ความสบายในการสวมใส่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ลดลงมา
พอสมควร

   หากจะเปรียบเทียบกับคู่แข่งในตลาดแล้ว  อาดิดาส Predator® Lethal Zones คู่นี้ให้ความสบายเท้า
ในการสวมใส่อารมณ์เดียวกับไนกี้ CTR 360 Maestri II   แต่...!! หุ้มส้นของรองเท้าคู่นี่ผมกำลังสวมใส่
อยู่นี้  ค่อนข้างจะแข็งกว่าพอสมควร  และยังกัดส้นเท้าของผมในครั้งแรกที่ใช้อีกด้วย  

   
   จากนั้นก็ลองเดินลองเคลื่อนตัวออกวิ่งช้าๆ สัมผัสเกี่ยวกับระบบรองรับแรงกระแทกของชุดพื้นและ
ปุ่มแบบ FG ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  สิ่งแรกเลยที่รู้สึกอย่างชัดเจนในทุกการเคลื่อนที่ก็คือปุ่มส่วนหน้า
คู่ที่ 2 ซึ่งเป็นปุ่มขนาดใหญ่  สำหรับทำหน้าที่กระจายแรงและเพิ่มแรงกดลงไปยังพื้นสนาม  นั้นค่อน-
ข้างจะสะท้อนแรงกดกลับมายังเท้าของผมอย่างชัดเจน  หรืออาการที่นิยมเรียกว่า "ปุ่มทิ่มเท้า" แม้ว่า
ปุ่มจะเป็นแบบเดียวกันกับ adiZero F50 ก็ตาม  แต่กลับรู้สึกว่าแรงที่สะท้อนกลับมานั้นมากกว่า  อาจจะ
เป็นเพราะวัสดุพลาสติก TPU ที่ฉีดขึ้นรูปชุดพื้นและปุ่มของ Predator® Lethal Zones นั้นมีความหนา
และแข็งทื่อกว่านั่นเอง

   ในขณะที่แผ่นรองพื้นรองเท้าด้านในที่ผลิตจากโฟม EVA ซึ่งไม่หนามาก  แต่มีการเสริมวัสดุโฟม
adiPrene แนวขวางไว้ที่บริเวณฝ่าเท้าเพื่อช่วยรองรับแรงกระแทก  ก็พอที่จะช่วยลดแรงสะท้อนจาก
ปุ่มที่ทิ่มเท้าได้บ้างเล็กน้อย  แต่การช่วยรองรับแรงกระแทกบริเวณส้นเท้านั้นถือว่าไม่มีจุดเด่นสักเท่าไหร่
ถ้าเปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปในหลายรุ่นๆ  เพราะในความเป็นจริงแล้วการลงน้ำหนัก
บริเวณส้นเท้านั้นจะมีจำนวนครั้งที่มากกว่าการลงน้ำหนักที่ปลายฝ่าเท้า  ดังนั้นถ้าจะให้ดีก็อยากจะ
ให้อาดิดาสเพิ่มวัสดุรองรับแรงกระแทกที่บริเวณส้นเท้าด้วยก็น่าจะช่วยได้บ้าง  (แบบที่เคยใช้ในรุ่น
adiPOWER Predator®
)

   ณ ตอนนี้...ต้องบอกว่าอาดิดาส Predator® Lethal Zones ยังมีความสามารถในการรองรับแรง
กระแทกที่เป็นรองไนกี้ CTR 360 Maestri II อยู่บ้าง  หรือถ้าจะให้เปรียบเทียบกับรองเท้าที่มี
รูปแบบการวางปุ่มที่เหมือนกันอย่าง adiZero F50  ผมบอกได้เลยว่าแผ่นรองพื้นแบบ Comfort
ที่มีแนวโฟม adiPrene ตลอดตามแนวยาวของเท้า  จะให้ความรู้สึกในการช่วยรองรับแรงกระแทก
ได้ดีกว่านะ

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 7/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10


   
   แม้ว่าลักษณะแนววางปุ่มแบบ FG ของ Predator® Lethal Zones จะถอดแบบมาจาก adiZero F50
ซึ่งเป็นรองเท้าสายพันธุ์ความเร็วตัวพ่อของวงการ  แต่ด้วยน้ำหนักตัวที่ถีบตัวขึ้นมาสูงกว่าราวๆ 70 กรัม
ก็สร้างความแตกต่างในจังหวะการสปรินซ์ออกตัววิ่งและเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  จริงที่ว่า 2 ปุ่มคู่หน้า
ถูกออกแบบให้เกิดแรงถีบกับพื้นสนานเพื่อการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าที่เร็วขึ้น  แต่ปัญหาการปุ่มคู่กลาง
ทิ่มเท้า  และมันจะสัมผัสถึงพื้นสนามก่อนเสมอ  รวมกับชุดพื้นที่แข็งและหนากว่า adiZero F50 จึงทำให้
การใช้งานปุ่มคู่หน้านั้นดูจะมีประสิทธิภาพที่ด้อยลงไปเล็กน้อย  

   จากข้างต้นที่ว่าปุ่มสามเหลี่ยมคู่กลางขนาดใหญ่  มักจะสัมผัสถึงพื้นสนามก่อนเสนอ  ทำให้มีข้อดีใน
เรื่องของการจิกเกาะและกระจายแรงกดลงไปยังพื้นสนาม  สุดท้ายแล้วจุดเด่นในการเคลื่อนที่ของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะเป็นไปในแบบที่แม่นยำ  การหลอกล่อสับขายหรือปรับเปลี่ยนทิศทาง
ซ้ายขวาทำได้ดี
กว่า adiZero F50 ซึ่งในรายนั้นจะมีจุดเด่นในการวิ่งสปรินซ์ออกตัวไปด้านหน้า
เป็นหนัก  แต่ Predator® Lethal Zones นั้นไม่ใช่  แม้ว่าจะมีรูปแบบการวางปุ่มเหมือนกันก็ตาม

   
   ฟีลลิ่งความมั่นในเมื่อใช้งานของอาดิดาส Predator® Lethal Zones นั้นมีบางอย่างที่ดีขึ้น  แต่ก็มี
บางอย่างที่สวนทาง  เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  เรื่องแรกเลยก็คือวัสดุหุ้มส้นด้านในที่อาดิดาสเปลี่ยน
มาเลือกใช้หน้าผ้าหนังสังเคราะห์ผิวหน้าฝืด  มีข้อดีคือให้การยึดเกาะกับส้นเท้าที่หนึบขึ้น  แต่ก็ให้
การระบายอากาศไม่ดีและไม่สบายเท่ากับหน้าผ้ากำมะหยี่แบบเดิม  ทั้งนี้ด้วยรูปทรงของรองเท้าที่เข้ารูป
กับลักษณะเท้าได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน  ก็พอจะช่วยสร้างความมั่นใจในการเคลื่อนที่ให้มากขึ้นได้  เพียงแต่
แผ่นรองพื้นด้านในรองเท้าที่แม้จะเป็นผิวหน้ากำมะหยี่  แต่ก็ยังให้การยึดเกาะกับฝ่าเท้าได้ไม่ดีเหมือน
เดิม  ถ้าเปรียบเทียบกับแผ่นรองพื้นแบบ Comfort ของ  adiZero F50 2012 หนังวัวแท้  ที่เพิ่งผมได้
รีวิวไปเมื่อไม่นานมานี้  บอกได้เลยว่าแผ่นรองพื้นอันนั้นให้การยึดเกาะที่แน่นและหนึบกว่ามาก  ไม่เกิด
การลื่นไถล  และสร้างความมั่นใจได้มาก  ซึ่งตรงจุดนี้ผมเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมอาดิดาสถึง
ไม่เปลี่ยนแผ่นรองพื้นไปใช้แบบนั้นเสียที !!!

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 8/10

   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 8/10

   
   การสัมผัสและการควบคุมลูกฟุตบอลถือเป็นจุดเด่นสำคัญอย่างหนึ่งของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เลยก็ว่าได้
ไม่เพียงแค่แถบยางตำแหน่งที่เป็น First Touch เท่านั้นที่จะสามารถใช้สัมผัสและจับลูกฟุตบอลได้ดีขึ้นตามที่
อาดิดาสโฆษณา  แต่ยังรวมถึงแถบยางทั้งหมดที่ติดอยู่รอบตัวรองเท้านั้นก็สามารถที่จะใช้สัมผัสและ
ควบคุมลูกฟุตบอลในจังหวะจับบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  เนื่องจากยาง Hybrid S-L นั้นมีเนื้อยางที่
นิ่มและมีหน้าสัมผัสที่สามารถสร้างแรงเสียดทานกับลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี  รวมถึงการออกแบบให้ชิ้นยาง
มีมิติสูงขึ้นมาจากตัวรองเท้า  ก็มีผลดีต่อการจับบอลทั้งหมด  

   ศักยภาพตรงนี้  ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับคู่มวยในตลาด ณ ตอนนี้อย่างไนกี้ CTR 360 Maestri II  ต้องบอก
เลยว่าอาดิดาส Predator® Lethal Zones นั้นดีกว่าอย่างชัดเจน สามารถที่จะใช้ทุกส่วนหรือทุกลักษณะของ
หน้าเท้าเพื่อการสัมผัสจับบอลได้เป็นอย่างดี  ในขณะที่รองเท้าเก่งรอบด้านของไนกี้นั้นจะไม่มีเทคโนโลยี
เพื่อรอบรองการช่วยสัมผัสหรือจับบอลด้วยหน้าผ้าแบบนี้

   หรือถ้าจะให้วัดกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่มีแถบยางปั่นรอบตัวเหมือนกัน  ก็คงจะหนีไม่พ้นมิซูโน่ Ignitus II KH
ที่ผมเพิ่งจะรีวิวการทดสอบไปก่อนหน้านี้  ขอแตกต่างระหว่างแถบยางสัมผัสของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คือมิติที่ทางอาดิดาส
มีมากกว่า  ในขณะที่แถบยางสัมผัสของอาวุธหนักจากญี่ปุ่นนั้นจะฝังตัวเป็นระดับเดียวชั้นหนังของตัวรองเท้า  
ทำให้พื้นผิวสัมผัสของอาดิดาส Predator® Lethal Zones แล้วให้การสัมผัสควบคุมลูกฟุตบอลในจังหวะการ
จับบอลที่ดีกว่านั่นเอง  

   
   ส่วนการรับและส่งบอลด้วยพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  ด้วยแนวคิดง่ายๆ  แต่กลับทำออกมาได้ผลมากๆ 
ของพื้นที่ Pass Zone บริเวณข้างเท้าด้านในที่ดูเหมือนว่าจะมีการยัดวัสดุนุ่มๆ เอาไว้ที่ด้านในของชั้นผิว
รองเท้า  แต่ด้วยการดีไซน์ให้พื้นที่ Pass Zone ให้มีขนาดใหญ่  และยังมีความนูนออกมาจากตัวรองเท้า  
ก็ส่งผลให้ลูกฟุตบอลนั้นสามารถเข้าถึงหน้าสัมผัสได้อย่างเต็มพื้นที่  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการจับบอลหรือ
ส่งจ่ายบอลให้กับเพื่อนร่วมทีม  ความสามารถตรงนี้ของ Predator® Lethal Zones นั้นมีอย่างเต็มเปี่ยม  
และยังมีเรื่องความหนักแน่นของ Pass Zone ที่สามารถสัมผัสได้ในครั้งแรกที่ใช้งานเลยก็ว่าได้  ทำให้
การควบคุมทิศทางการส่งบอลนั้นหนักแน่นและแม่นยำ  จุดเด่นตรงนี้ Predator® Lethal Zones   นั้น
ทำได้ดีกว่า CTR 360 Maestri II เช่นกัน  เพราะในรายของรองเท้าเก่งรอบด้านจากไนกี้นั้นจะมี
Pass pad เป็นแถบยาง  และแทบจะเรียบเป็นระนาบเดียวกับพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  ที่ก็มีลักษณะโค้งเว้า
เข้าไปเล็กน้อย  จึงทำให้การเข้าถึงของลูกฟุตบอลนั้นยากกว่า

   คะแนน
   - การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล 9/10


      
   ประสิทธิภาพในการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีเกินตัว  แถบยาง
Hybrid S-L จะสามารถสัมผัสและจับกับลูกฟุตบอลให้อยู่ในการควบคุมได้ดั่งที่ต้องการ  ไม่เพียงแต่
แถบยางตรงพื้นที่ Dribble Zone ตามที่อาดิดาสได้โฆษณาเท่านั้นที่สามารถใช้งานได้ดี  แต่ยังรวมถึง
แถบยางตรงอื่นๆ ก็ช่วยรองรับการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าในทิศทางที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ
การควบคุมทิศทางไปซ้าย-ไปขวา นั้นสามารถทำได้อย่างดีเยี่ยม 


   แต่ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ Predator® Lethal Zones ก็คือวัสดุหนังสังเคราะห์
ไฮบริดทัช (Hybridtouch) ที่ยังไงก็ยังเป็นหนังสังเคราะห์อยู่วันยังค่ำ  และยังคงสู้ความนุ่มของหนังแท้
ไม่ได้แน่นอน  รวมกับแถบยางปั่นซึ่งเป็นวัสดุที่ไม่ได้นุ่มอะไรมากนัก  แถมยังมีอยู่เต็มพื้นที่หลังเท้า  ก็ยิ่ง
ทำให้การโค้งตัวของตัวรองเท้าในจังหวะการเคลื่อนที่นั้นดูไม่อิสระ  มีรอยนูนรอบโป่งของตัวรองเท้าโผล่
ออกมาเล็กน้อย  คล้ายกันกับการเลี้ยงและสัมผัสบอลด้วยพื้นที่ข้างเท้าด้านใน  ที่ให้สัมผัสบอลที่หนักแน่น  
และมีพื้นที่ของ Pass Zone ซึ่งมีมิตินูนสูงขึ้นมา  แรกๆ ก็มีจังหวะที่บอลกระเด้งกระดอนหลุดไปไกลจากเท้า
ให้ได้เห็นในบางครั้ง

   
   ทำให้การใช้งานในช่วงแรก  ผมจำเป็นต้องปรับจูนน้ำหนักการสัมผัสบอลให้นุ่มนวลขึ้น  เพื่อให้ระยะ
ของการเลี้ยงบอลนั้นเชื่องติดไม่ห่างจากเท้า  แตกต่างจาก adiZero F50 2012 หนังวัวแท้ ที่แม้ว่าจะไม่มี
แถบยางบนตัวรองเท้าอะไรมากมายเท่ากับรองเท้ารุ่นนี้  แต่ความนุ่มของหนังแท้แบบเต็มๆ  ก็ช่วยให้สามารถ
เลี้ยงบอลติดเท้าได้ดีกว่า  และตัวรองเท้ามีอิสระในการโค้งเว้าให้สอดรับกับความกลมของลูกฟุตบอลได้
มากกว่า  

   สรุปโดยภาพรวมของการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยพื้นที่หลังเท้า  ข้างเท้าด้านนอกและด้านในของ
รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Predator® Lethal Zones คู่นี้  จะมีจุดเด่นในการควบคุมทิศทางพาบอล
ไปซ้าย-ไปขวาได้เป็นอย่างดี  เพียงแต่การควบคุมน้ำหนักยังต้องอาศัยความคุ้นเคยอยู่บ้าง
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ไม่ใช่อาวุธที่จะเลี้ยงพาบอลในที่แคบๆ หรือเผชิญหน้ากับคู่แข่งในระยะใกล้  และ
ไม่ใช่รองเท้าที่เลี้ยงพาบอลได้สนุกเท้ามากนัก  แต่ก็ทำได้ดีกว่าคู่แข่งที่ตรงสายพันธุ์อย่างไนกี้ CTR 360
Maestri II
ที่รายนั้นไม่มีอุปกรณ์ช่วยควบคุมการเลี้ยงพาบอลเหมือนกับเจเนอเรชั่นที่ 12 ของ Predator®
คู่นี้

   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 8/10


   
   การยิงประตูและเปิดบอลโด่ง  ถือเป็นหัวข้อที่น่าสนใจอย่างยิ่ง  แม้ว่าอาดิดาส Predator® Lethal Zones
คู่นี้จะถูกแปลงสายพันธุ์มาเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลก็ตาม  แต่ด้วยเหตุที่ต้นตระกูลของรองเท้า
รุ่นนี้เคยเป็นหนึ่งในอาวุธหนักที่มีความสามารถในการยิงประตูที่ดุดัน รุนแรงและแม่นยำ  ดังนั้นศักยภาพ
เกี่ยวกับการยิงประตูจะยังคงอยู่ในสายเลือดหรือไม่  ถือเป็นเรื่องที่น่าหาคำตอบเป็นอย่างยิ่ง

   เริ่มต้นจากการวางเท้าหลักด้วยชุดพื้นและแนววางปุ่มแบบใหม่ที่เป็นรูปแบบสามเหลี่ยม  ปุ่มคู่ที่สองด้านหน้า
ที่แม้จะทิ่มเท้าในจังหวะการเคลื่อนที่ซึ่งผมได้วิพากษ์วิจารณ์ไปแล้วในหัวข้อการทดสอบที่ผ่านมา  แต่พอ
มามองในแง่การยึดเกาะและถ่ายเทแรงเหวี่ยงกับพื้นสนาม  ในจังหวะการวางเท้าหลัก  บอกได้เลยว่าปุ่ม
คู่ดังกล่าวให้แรงกดลงไปยังพื้นสนามและจิกพื้นได้อย่างเหนียวแน่นมั่นคง  ไม่เกิดการลื่นไถล

ผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือการวางเท้าหลักที่มั่นคง  ช่วยเสริมให้แรงเหวี่ยงของเท้าอีกข้างนั้นทำได้อย่างเต็มแรง
ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง  ให้สามารถทำได้อย่างเต็มที่

   
   เมื่อชุดพื้นและแนววางปุ่มให้การยึดเกาะและการถ่ายเทแรงที่ดีแล้ว  ก็มาถึงคิวของหน้าผ้าสัมผัสบ้าง
ผมได้ลองยิงเต็มแรงทั้งการยิงด้วยสันเท้า ซึ่งเป็นแนวแถบยางของ Drive Zone และการยิงด้วยบริเวณ
สันนิ้วหัวแม่เท้า  หรือตรงแถบยางที่เรียกว่า Sweet Spot Zone พบว่าทั้ง 2 โซนนี้ให้การตอบสนองและ
มีวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกันเป็นอย่างมาก  

   เริ่มจาก Drive Zone หรือแถบยางตรงแนวสันเท้า  ที่มีการเข้าถึงค่อนข้างยากพอสมควรสำหรับผู้ที่
ไม่ชำนาญการยิงลักษณะนี้  การวางเท้าจำเป็นต้องเอียงตัวและตะแคงเท้า  พร้อมกับกดเท้าที่เหวี่ยงให้
ขนานไปกับพื้น  เพื่อที่จะได้สอดแนว Drive Zone ให้เข้าไปสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มพื้นที่
แม้ว่าการเข้าถึงหรือการใช้งานจะไม่ใช่เรื่องง่าย  แต่ผลลัพธ์การยิงประตูที่ออกมานั้นยอดเยี่ยมเป็น
อย่างมาก  ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจะพุ่งแรง  มีอาการส่ายและฮุบปลายให้ได้เห็น  หาก
ใช้งานจนชำนาญแล้ว  ก็จะสามารถใช้ทักษะเฉพาะตัวมาควบคุมการไซร์โค้งของลูกยิงได้อย่างมี
ประสิทธิภาพอีกด้วย  

   
   Sweet Spot Zone หรือแถบยางตรงสันนิ้วหัวแม่เท้า  จะเป็นส่วนที่เข้าถึงและใช้งานได้ง่ายกว่ามาก
ไม่เพียงแค่เรียกใช้งานในการยิงประตูเท่านั้น  แต่ใช้เพื่อการเปิดบอลโด่งได้ดีอีกด้วย  จุดเด่นของ
แถบยางส่วนนี้คือความแม่นยำ  การควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้งที่ยอดเยี่ยม  เพียงแต่
น้ำหนักของลูกบอลที่ออกไปจากเท้านั้นจะไม่รุนแรงเท่ากับการยิงด้วยแนวสันเท้า  โดยส่วนตัวแล้ว
ผมชื่นชอบที่จะยิงประตูด้วย Sweet Spot Zone มากกว่า  เพราะการใช้งานที่ง่ายและสามารถควบคุม
ทิศทางได้ดั่งที่ใจต้องการ

   ส่วนเรื่องความแรงของลูกยิงที่ออกไปจากเท้า  ถ้าเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้วอย่าง adiPOWER
Predator®
 ต้องบอกว่าไม่ค่อยแตกต่างกันมาก  แม้ว่าเจเนอเรชั่นที่แล้วจะใช้หนังวัวแท้ที่หนักแน่น
แต่ก็มีน้ำหนักตัวที่น้อยกว่านิดนึง  ทั้งเรื่องของแนววางปุ่มแบบใหม่ที่ให้การส่งและกระจายแรงได้
ดีกว่า  ทำให้ผลลัพธ์ของความแรงนั้นไม่แตกต่างกันมากนัก  แต่...ผมยังขอยืนยันว่าหนังสังเคราะห์
ไฮบริดทัช ของPredator® Lethal Zones ไม่นุ่มเท้า  ให้การปกป้องสุขภาพเท้าได้ไม่ดีและ
ยิงไม่สนุกเท้าเท่ากับหนังวัวกระทิงแน่นๆ
ของ adiPOWER Predator® อยู่ดี  

   อย่างไรก็ตาม..ด้วยความสามารถการยิงประตูและเปิดบอลโด่งของ Predator® Lethal Zones
ที่ผมได้สัมผัสรับรู้จากการทดสอบการใช้งานจริง  บอกได้เลยว่ารองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ "คอนโทรล"
รุ่นนี้  ยังคงมีกลิ่นอายและศักยภาพของการถล่มประตูอย่างเต็มเปี่ยม  สมแล้วกับการที่สืบสายเลือด
มาจากซีรี่ย์พันธุ์ระดับตำนานในนาม Predator®

   คะแนน
   - ความสามารถในการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 9/10


   
   การเปลี่ยนลักษณะของเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายมาเป็นแบบภาพใน (Internal Heel Counter)
เข้ารูปกับตัวรองเท้า  จึงให้การป้องกันการปะทะบริเวณนี้ได้ในระดับปานกลาง  แม้ว่าหุ้นส้นจะเป็นหุ้นส้นแบบ
ทรงสูง  ปกปิดขึ้นมาถึงกึ่งกลางของเอ็นร้อยหวายก็ตาม  ส่วนแนวแถบยางปั่นที่มีอยู่เต็มพื้นที่ของตัวรองเท้า
เต็มไปหมด  แต่ด้วยเนื้อยางที่ไม่ถือว่าแข็งและหนามากนัก  รวมถึงวัสดุตัวรองเท้าที่ไม่ใช่หนังแท้  ทำให้จังหวะ
การถูกคู่แข่งเข้าปะทะหรือเหยียบใส่   จึงไม่สามารถช่วยผ่อนแรงปะทะได้ดีเท่ากับมิซูโน่ Ignitus II KH
แต่ถ้าสำหรับรองเท้าฟุตบอลประเภทคอนโทรลแล้ว  ก็ถือว่าให้การป้องกันเท้าในระดับที่ดีทีเดียว

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10

   Conclusion  

   
   ผ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับการทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Predator® Lethal Zones
ในสนามแข่งขันจริงๆ  พร้อมกับการลงความเห็นวิเคราะห์วิจารณ์ให้คะแนนกันแบบตรงไปตรงมาเช่นเคย
มาถึงช่วงสุดท้ายนี้ผมจะขอสรุปผลการรีวิวรองเท้าฟุตบอลกลายพันธุ์รุ่นนี้ว่ามีข้อดีข้อด้อยอย่างไร  รวมถึง
สรุปความสั้นๆ ถึงตัวตนของ Predator® Lethal Zones  และยังได้เพิ่มส่วนการวิเคราะห์เปรียบเทียบกับ
รองเท้ารุ่นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประโยชน์ในการรับทราบข้อมูลของผู้อ่าน  ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยการเสนอ
แนะแนวทางการพัฒนาแบบที่เคยทำมา

   คะแนนการทดสอบในหัวข้อต่างๆ  นั้นสามารถบอกได้แล้ว  ว่าอาดิดาสสามารถพัฒนาเจเนอเรชั่นที่ 12
ของซีรี่ย์ Predator® ออกมาภายใต้คอนเซปของการเป็นรองเท้าฟุตบอลประเภท "คอนโทรล" ได้เป็น
อย่างดี  ภาพรวมของคะแนนนั้นเทไปอยู่ที่ความสามารถในการสัมผัส ควบคุมและเล่นกับลูกฟุตบอลเสีย
เป็นส่วนใหญ่  ส่วนการป้องกันและการรองรับแรงกระแทกนั้นอยู่ในระดับกลางๆ เหมือนกับรุ่นอื่น  

   Predator® Lethal Zones =vs= adiPOWER Predator®

   
   คงต้องขอสรุปเปรียบเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้วก่อนเลยแล้วกัน  จริงๆ แล้ว adiPOWER Predator®
นั้นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนมาเป็นรองเท้าสายพันธุ์คอนโทรลตามที่อาดิดาสพยายามโฆษณา  แต่
SiamBoots ก็ยังคงสรุปให้ว่าเป็นรองเท้าสายพันธุ์พาวเวอร์ ตามชื่อ adiPOWER  ความแตกต่างของ
ทั้ง 2 รุ่นนี้อยู่ที่แถบยางปั่นและควบคุมลูกฟุตบอลที่ Predator® Lethal Zones มีมากกว่า

   บอกได้เลยว่า Predator® Lethal Zones นั้นมีแถบยางปั่นที่ทรงประสิทธิภาพ  เหนียวหนึบ  และ
สัมผัสใช้งานเข้าถึงได้ง่ายกว่าแถบยางข้างเท้าด้านในของ adiPOWER Predator® เป็นอย่างมาก
จึงทำให้ Predator® Lethal Zones มีความแม่นยำ การควบคุมบอลและการปั่นไซร์โค้งที่ดีกว่า
ส่วนเรื่องพละกำลังการยิงประตูนั้นไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก  เพียงแต่ความนุ่มของหนังวัวแท้จาก
หน้าผ้าของ adiPOWER Predator® จะช่วยรักษาสุขภาพเท้าและให้ความสนุกในการ "ใส่เต็มข้อ"
ได้ดีกว่า  สำหรับฟีลลิ่ง ความกระชับ หุ้มส้นและประสิทธิภาพการเคลื่อนที่ต่างๆ โดยภาพรวมแล้ว
ต้องบอกว่าสูสีกัน  แนววางปุ่มแบบใหม่กับแบบเก่านั้นถือว่ามีศักภาพที่ไม่ต่างกันเลย  ส่วนใครจะ
ถนัดแบบไหนก็คงต้องให้ลองไปสัมผัสด้วยตัวเองจะดีที่สุด

   Predator® Lethal Zones =vs= adiZero F50 2012 หนังวัวแท้

   
   คิวต่อมาเป็นรองเท้าฟุตบอลสายความเร็ว อาดิดาส adiZero F50 2012 ที่ขอเลือกเวอร์ชั่น หนังวัวแท้
มาทำการสรุปเปรียบเทียบ  เพราะเป็นเวอร์ชั่นที่มีคะแนนดีที่สุด  จริงๆ แล้ว ก็ไม่ได้เป็นรองเท้ารุ่นที่จะมา
วัดอะไรกันได้ตรงๆ เพราะเป็นรองเท้าคนละสายพันธุ์กัน  ก็เลยจะขอเปรียบเทียบแค่เรื่องของชุดพื้นและ
ปุ่มของ Predator® Lethal Zones ที่ยกชุดมาจาก adiZero F50 2012

   ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ของ Predator® Lethal Zones นั้นมีความแข็งแรงกว่าอย่างเห็นได้ชัด  ทำให้
มีอาการ "ปุ่มทิ่มเท้า" มากกว่า  แม้ว่ารูปแบบปุ่มจะเหมือนกัน  แต่ในจังหวะของการเคลื่อนที่สปรินซ์ตัว
ด้วยความเร็ว  กลับเกิดข้อแตกต่างกัน  โดย adiZero F50 2012 จะให้อารมณ์ในการวิ่งด้วยความเร็วไป
ในทิศทางด้านหน้า  ส่วน Predator® Lethal Zones จะให้ความแม่นยำในการเคลื่อนที่ที่ดีกว่านิดหน่อย
และจะให้อารมณ์ของการเคลื่อนที่แบบซ้าย-ขวา ที่ดีกว่า  ทั้งนี้เมื่อรวมกับปัจจัยของน้ำหนักตัวและแผ่น
รองพื้นด้านในแบบ Comfort ของ adiZero F50 2012  บอกได้เลยว่า Predator® Lethal Zones ยังวิ่ง
มันส์สู้ adiZero F50 2012 ไม่ได้

   Predator® Lethal Zones =vs= CTR 360 Maestri II

   

   และสุดท้ายผมจะขอเปรียบเทียบไปที่คู่แข่งตรงสายพันธุ์ "คอนโทรล" ไนกี้ CTR 360 Maestri II
ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งรายสำคัญในตลาดของอาดิดาส Predator® Lethal Zones โดยตรง  เป็นที่ทราบกันดี
ว่าคะแนนการทดสอบของ CTR 360 Maestri II จาก SiamBoots นั้นถือว่าอยู่ในระดับที่สูงมาอย่าง
ช้านาน  เรียกได้ว่าเป็นมวยถูกคู่ที่ผมจะขอเปรียบเทียบอย่างตรงไปตรงมาให้คุณผู้อ่านได้รับทราบ

   ข้อแตกต่างระหว่างรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ "คอนโทรล" 2 รุ่นนี้  ค่อนข้างมีหลายสิ่งหลายอย่าง
ให้ได้เปรียบเทียบ  โดยทาง Predator® Lethal Zones นั้นจะให้ศักยภาพในการยิงประตูและปั่นไซร์
โค้ง  รวมถึงการเปิดบอลโด่งที่ดีกว่าพอสมควร  น้ำหนักรองเท้าที่เบากว่า  ผสานกับแนววางปุ่มที่เอื้อ
ต่อการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วได้มากกว่า CTR 360 Maestri II  ในขณะที่ทางรองเท้าเก่งรอบด้านจาก
ไนกี้นั้นมีระบบการรองรับแรงกระแทกจากการเคลื่อนที่ที่ยอดเยี่ยมกว่า  แนววางปุ่มนั้นกระจายแรงได้ดี
การเปลี่ยนทิศทางการวิ่งแบบฉับพลัน 360 องศา จึงทำได้ดีกว่า  แต่น้ำหนักตัวรองเท้าที่หนักมากกว่า
พอสมควร  จังหวะที่ต้องการใช้ความเร็วสูงจึงยังสู้ Predator® Lethal Zones ไม่ได้  ทั้งนี้หนังสังเคราะห์
แคงกาไลท์ที่หนากว่าและน้ำหนักตัวรองเท้าที่หนักว่า ของ CTR 360 Maestri II ก็ยังมีผลดีต่อพละกำลัง
ความรุ่นแรง  และการรักษาสุขภาพเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีกว่าพอสมควร    ประเด็นการควบคุมและการ
สัมผัสบอล  รวมถึงการส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  นั้น Predator® Lethal Zones ดูดีกว่าเล็กน้อย  อาจ
จะเป็นเพราะแถบยางปั่นที่มีอยู่เต็มหลังเท้านั่นแหละ  

   ถ้าถามว่าจะเลือกอะไร...ก็คงต้องแล้วแต่แนวทางความถนัดของท่านเป็นหลัก  ถ้าชอบการยิงประตู
แม่นยำ  ปั่นไซร์โค้ง  สัมผัสควบคุมและการส่งบอลเป็นหลัก  และยังพอจะมีเขี้ยวเล็บในจังหวะการเลี้ยง
พาบอลไปกับเท้า Predator® Lethal Zones จะตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้ดีกว่า  แต่ถ้าใคร
ถวิลหาระบบการรองรับแรงกระแทกที่ดี  การเคลื่อนที่สบายเท้า  การยิงที่หนักหน่วงและการส่งบอลที่
แม่นยำ แล้วล่ะก็ CTR 360 Maestri II จะตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้ดีกว่า

   
   ก่อนปิดบทความการทดสอบนี้  ผมขอสรุปถึงตัวตนของรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Predator® Lethal Zones
คู่นี้ที่ผมได้สัมผัสจากการทดสอบการใช้งานจริงที่ผ่านมา

   Predator® Lethal Zones ได้ถูกทำให้กลายพันธุ์มาเป็นรองเท้าประเภท "คอนโทรล" ได้อย่าง
สมบูรณ์แบบจนแทบจะไม่มีที่ติ  จุดเด่นที่สำคัญของรองเท้ารุ่นนี้ก็คือแนวแถบยางปั่นที่แบ่ง
หน้าที่ต่างๆ อย่างชัดเจน  ซึ่งแถบยางพวกนี้สามารถใช้งานได้จริง  มีความสามารถในการ
สัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมมาก  ทั้งนี้ยังมีศักยภาพในการยิงประตูและเปิดบอล
ที่แม่นยำดั่งที่ต้องการ  สมแล้วกับการที่สืบเชื้อสายมาจากรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์พาวเวอร์
ระดับตำนาน  ความสามารถในการเคลื่อนที่และพาบอลไปกับเท้านั้นอยู่ในระดับที่ดีมากหาก
คิดว่านี่ไม่ใช่รองเท้าประเภทสปีด  เพียงแต่น้ำหนักตัวที่อยู่ในพิกัดเกินกว่า 220 กรัม  ดังนั้น
รองเท้ารุ่นนี้จะไม่ช่วยทำให้คนใส่วิ่งตัวปลิวสักเท่าไหร่  ด้วยชุดพื้นและแนววางปุ่มที่ให้
ความแม่นยำในการยึดเกาะ  การกระจายแรงของปุ่มคู่กลางที่ชัดเจน  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้
เหมาะสมกับการเคลื่อนที่แบบซ้ายขวา  เลี้ยงพาบอลผ่านคู่แข่งไปทีละคนๆ มากกว่าการวัด
กันที่ความเร็วต้น

   ข้อด้อยของ Predator® Lethal Zones นั้นจะอยู่ที่ชุดพื้นและระบบรองรับแรงกระแทกที่ยัง
อยู่ในระดับกลางๆ เท่านั้น  และวัสดุผิวหน้าของแผ่นรองพื้นยังไม่สามารถให้การยึดเกาะ
และป้องกันการลื่นไถลของฝ่าเท้าได้อย่างน่าพอใจเท่าไหร่ 

   สรุปแล้ว "Predator® Lethal Zones นั้นได้ถูกพัฒนาให้เป็นรองเท้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ
มากขึ้นอย่างชัดเจน  ดีกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว...และพร้อมที่จะป้องกันตำแหน่งรองเท้าฟุตบอล
ยอดเยี่ยมแห่งปี 2012 จากหลายสื่อฯ ชั้นนำของโลก ในฐานะตัวเต็งอันดับ 1 เลยก็ว่าได้"
 

   
   
ตัวตนของ Predator® Lethal Zones ที่ผมได้สาธยายไปใน 3 ย่อหน้าที่ผ่านมา  พอจะบอกได้ถึงความ
ยอดเยี่ยมของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จากอาดิดาสได้เป็นอย่างดี  และเชื่อว่าน่าจะตรงกับความคิดเห็นของ
ใครหลายๆ คนที่ได้สัมผัสใช้งานไปแล้ว  ส่วนใครที่กำลังตัดสินใจจะเป็นเจ้าของอาวุธครบเครื่องรุ่นนี้
อยู่  ก็น่าจะหาคำตอบได้แล้วเช่นกัน

   ส่วนตัวของผม  ในเรื่องของประโยชน์การใช้และที่เข้ากับสไตล์ลักษณะการเล่นของผมนั้น  บอกได้เลย
ว่าอาดิดาส Predator® Lethal Zones ถือเป็นหนึ่งในรองเท้ารุ่นนี้ตรงใจของผมมากที่สุด  กับสไตล์การ
เล่นแบบเน้นการควบคุมและการจ่ายบอลเป็นหลัก  ไม่ได้เน้นความเร็ว  ไม่ได้เน้นพละกำลังอะไรมากนัก 
แต่ถ้าอยู่ในสถานะการณ์สำคัญเมื่อไหร่   ความเร็วและพละกำลังก็มีเพียงพอให้ได้เรียกใช้งาน  ส่วนเรื่อง
มนต์เสน่ห์ของความดุดันที่ถูกเปลี่ยนมาเป็นความครบเครื่อง  จริงๆ ผมว่าบรรดาแฟนพันธุ์แท้ซีรี่ย์นี้
น่าจะปรับตัวและรับกับแนวทางการเปลี่ยนแปลงตัวตน  ได้ตั้งแต่เจเนอเรชั่นของ adiPOWER Predator®
แล้วนะ  คราวนั้นมีหลายกระแสที่ว่าความดุดันระดับตำนานได้หายไปแล้วชื่อ Predator® แต่สุดท้ายก็ได้
เข้าป้ายความตำแหน่งรองเท้าแห่งปีไปครอง  แถมยังเป็นที่นิยม  มีคนใช้งานมากมาย  สวนกระแสกกับ
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่สุด  ดังนั้นสำหรับ Predator® Lethal Zones คงไม่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับเรื่อง
ดังกล่าวเลยแม้แต่น้อย  และเชื่อว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ก็จะได้รับความนิยมอย่างล้นหลามอยู่ดี

   เรื่องของความแข็งแรงทนทาน  อายุการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้น่าจะไม่แตกต่างจากเจเนอเรชั่นที่แล้ว
มากนัก  ตัวของหนังและอัพเปอร์รองเท้าคงจะไม่มีปัญหาอะไร  เช่นเดียวกับชุดพื้นและปุ่ม FG แบบใหม่
ที่หลายคนอาจจะกังวล  แต่เท่าที่ผมสำคัญและใช้งานมาอย่างหนักหน่วง  ขอยืนยันได้เลยครับว่าปุ่มชุดนี้
ถือว่ามีความแข็งแรงทนทานกว่า adiZero F50 2012 อย่างชัดเจน  ส่วนช่องสำหรับใส่อุปกรณ์จับความเร็ว
miCoach Speed Cell ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งลูกเล่นที่ผู้ใช้สามารถเติมเต็มและค้นหาศักยภาพของตัวเองได้
เมื่อต้องการ  หากพินิจวิเคราะห์ความคุ้มค่าราคาของรองเท้ารุ่นนี้ที่มีราคาเต็มขยับขึ้นมาอีก 200 บาท
ก็ถือว่ายังอยู่ในพิกัดที่น่าเลือกซื้อเลือกหามาเป็นอาวุธคู่กายในยามลงสนามแข่งขันที่หนักหน่วง  ได้โดย
ไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังให้มาก   ส่วนประเด็นที่หลายคนกังวลว่าแถบยางปั่นไซร์นั้นจะเปิด จะหลุดหรือจะ
ฉีกง่ายหรือไม่  อันนี้ผมคงไม่สามารถให้คำตอบได้แบบทะลุปรุโปร่งนะครับ  แต่ยืนยันเลยว่าเท่าที่ได้ใช้
งานมาตลอดระยะเวลากว่า 1 เดือน  ลงสนามแข่งขันจริงๆ  มีการปะทะจริงๆ  และผ่านทั้งสภาพสนาม
เปียกและแห้ง  แถบยางปั่นไซร์ทุกแถบยังคงอยู่ครบถ้วนดีไม่มีปัญหา

   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าคอนโทรล 10/10
   - ความคุ้มค่า 8/10

   ข้อเสนอแนะเพื่อเติม

   
   ข้อเสนอแนะเพิ่มเติมหลังจากที่ผมได้สัมผัสและใช้งาน รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Predator® Lethal Zones
ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ก็พอจะพบข้อตำหนิติติงอยู่ไม่กี่อย่าง  และถ้าเป็นไปได้ก็อย่างให้ข้อแนะนำนี้ไปถึง
หูของทีมนักพัฒนารองเท้าของอาดิดาส  เผื่อจะได้เอามาประยุกต์ใช้ในเจเนอเรชั่นต่อๆไป  เรื่องสำคัญเลย
ก็คือ... "ขอแผ่นรองพื้นด้านในเป็นแบบ Comfort จาก adiZero F50 เถอะ" แม้ว่าหากมองผ่านๆ แล้ว
แผ่นรองพื้นของทั้งสองรุ่นนี้จะมีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน  แต่พอใช้งานจริงแล้ว  ขอยืนยันว่าแผ่นรองพื้น
แบบ Comfort ของ adiZero F50 นั้นให้มีแรงเสียดทานของผิวหน้าและยึดเกาะกับฝ่าเท้าได้ดีกว่า  แถมยังมี
โฟม adiPrene ช่วยรองรับแรงกระแทกตลอดแนวยาวของฝ่าเท้าอีกด้วย

   ส่วนปัจจัยเรื่องหน้าผ้าแบบหนังวัวแท้ที่ถูกตัดออกไป  ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อย  แต่ในเมื่อ
อาดิดาสยืนยันว่าหนังสังเคราะห์ ไฮบริดทัช ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่นี้มีดีและเหมาะสมกับรองเท้าฟุตบอล
เก่งรอบด้านคู่นี้ที่สุด  ก็คงต้องลองใช้ลองสัมผัสกันดูสักตั้ง  แต่ถ้าอาดิดาสอยากเรียกกระแสฮือฮาสักหน่อย
ผมเชื่อว่าถ้าเมื่อไหร่มีเวอร์ชั่นพิเศษหนังแท้สลับออกมาบ้าง  เมื่อนั้นสาวก Predator® จะแย่งกันจับจองเป็น
เจ้าของ Predator® Lethal Zones พร้อมหมดไปในพริบตาแน่นอน !!!

   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 7/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 8/10
   - การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล 9/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 8/10
   - ความสามารถในการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 9/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 8/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "คอนโทรล" 10/10
   - ความคุ้มค่า 8/10

การรองรับแรงกระแทก              
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม            
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
การยิงประตูและเปิดบอลโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ          
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าคอนโทรล          
ความคุ้มค่า            

   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ข้อมูลรองเท้ารุ่น Predator Lethal Zones
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
   - พี่อู๊ด , doraemyung
   - สนามฟุตบอล Winning 7

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 9 กรกฏาคม 2012 เวลา 17.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 

   
   

ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Predator Lethal Zones

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com