www.siamboots.com


ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiZero F50 2012 - Synthetic Leather


 "Testing!" adiZero F50 2012 - Synthetic : รองเท้าเพื่อ
คนที่รัก "ความเร็ว" จริงๆ !!


  
   การรอคอยของใครหลายคนคงจะสิ้นสุดลง  รองเท้าฟุตบอลสายความเร็วที่ร้อนแรงที่สุด  และสดใหม่ที่สุด
ในขณะนี้  อาดิดาส adiZero F50 miCoach (2012) ที่ไม่ว่าจะดูฟุตบอลคู่ใดสนามไหน  ก็จะได้ต้องพบเห็น
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ถูกสวมใส่เป็นอาวุธคู่เท้าของนักฟุตบอลระดับอาชีพเป็นจำนวนมาก  ถ้าอยากรู้ว่ารองเท้า
รุ่นนี้มีดีอย่างไร...เรามาหาคำตอบจากบทความ รีวิวทดสอบการใช้งานจริง ไปพร้อมๆ กันเลยดีกว่า     

   
   ช่วงต้นเดือนมกราคม 2012  บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด ก็ได้ลั่นระฆังเปิดตัวรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์ adiZero F50 miCoach (2012)  อย่างเป็นทางการในประเทศไทย  แม้ว่าในตลาดโลก  เจเนอเรชั่นที่ 3
ของรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนักเบามากที่สุดในประวัติศาสตร์วงการฟุตบอล  จะถูกเปิดตัววางจำหน่ายไปก่อน
แล้วประมาณ 1 เดือนก็ตาม  ท่ามกลางการรอคอยของนักฟุตบอลคนไทยหลายๆ คน  ในเมื่อคนรอไม่คิดท้อ
จนถอดใจหันไปคบหากับรองเท้าซีรี่ย์อื่น  ยี่ห้ออื่น  สุดท้ายผลลัพธ์ที่ออกมาก็คืออาการอัดอั้นที่แทบจะระเบิด
ออกมา  เพราะในทันทีที่อาดิดาสวางจำหน่ายรองเท้าฟุตบอลความเร็วแรงคู่นี้  ก็มีบรรดานักฟุตบอลมากมาย
พากันเข้าไปสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของในทันที  ทำให้ช่วงเดือนมกราคม ถึง กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เราต้อง
ทนแสบตากับรองเท้าฟุตบอลรูปร่างหน้าตาสุดโฉบเฉี่ยว  และสีสันต์สุดร้อนแรง  ซึ่งเป็น 2 เฉดสีเปิดตัวของ
adiZero F50 2012 ภายใต้รหัสสี High Energy/Electricity/White และ Black/Electricity/Warning หรือ
ถ้าจะให้แปลเป็นภาษาไทยที่เราๆ ท่านๆ เรียกกัน  ก็จะได้ว่า "ส้ม-เขียว" และ "ดำ-ส้ม" หรือถ้าจะให้แปลเป็น
อีกชื่อเรียกตามชื่อพรีเซนเตอร์ที่สวมใส่  ก็จะได้ว่า "สีเมสซี่" และ "สีบีย่า" ตามลำดับ  เพราะเราจะได้พบ
เห็นกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้แทบจะทุกสนามฟุตบอล  ไม่ว่าจะระดับเตะกันเล่นๆ กับเพื่อนฝูง  หรือแข่งขัน
ระดับสมัครเล่น  และยังรวมถึงการแข่งขันระดับมืออาชีพอีกด้วย

   15 กุมภาพันธ์ 2012 หลังวันแห่งความรักเพียงวันเดียว  อาดิดาสก็ได้ประกาศวางจำหน่ายเฉดสีใหม่ ลำดับ
ที่ 3 อย่างเป็นทางการ  ในรหัสสีที่เรียกว่า Prime Blue/White/Core Energy หรือ "น้ำเงิน-แดง" ซึ่งได้
ถูกขนานนามว่า "สีซุปเปอร์แมน" ไปเรียบร้อยแล้ว  ถือเป็นชื่อยอดมนุษย์ชื่อที่ 2 ที่ถูกนำมาเรียกเป็นชื่อสี
ของรองเท้าฟุตบอล  หลังจากที่เมื่อราวๆ 3 ปีที่แล้ว  ก็มีอุลตร้าแมน ชิงออกมาพิทักษ์โลกไปแล้ว

   
   ในวันนี้ SiamBoots จะขอพาทุกท่านมาร่วมทดสอบ adiZero F50 2012 ไปพร้อมๆ กัน  โดยจะเริ่มจากรุ่น
หนังสังเคราะห์ (Synthetic Leather) ก่อน  เข้าใจว่าบางท่านอาจจะมีคำถามว่าทำไมรองเท้ารุ่นร้อนแรง
ซึ่งถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่สดใหม่ที่สุดในขณะนี้  ถึงถูกนำออกมาทำการรีวิวทดสอบหลังจากที่รองเท้าได้
ออกสู่ตลาดนานถึงเกือบ 3 เดือน  ผมในฐานะผู้ที่รับรู้ความเคลื่อนไหวทางการตลาดของอาดิดาสพอสมควร
คงต้องยอมรับว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา  ทางอาดิดาสเองก็มีกิจกรรม และเปิดตัวสินค้าใหม่ๆ มากมาย  ซึ่งเป็น
ภาพลักษณ์ในวงกว้างและออกสู่สื่อมวลชนหลายแขนง   จึงทำให้ทีมงานออกาไนซ์  ที่ต้องรับผิดชอบใน
การจัดงานต่างๆ ของทางอาดิดาส  มีตารางเวลาที่แน่นเอี้ยด  โดยเฉพาะพี่อ้อม แห่ง Weber Shandwick
ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการติดต่อขอรองเท้าจากบริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  เพื่อมาให้ทาง
SiamBoots ได้ทำการรีวิวทดสอบ  และอาจจะยังรวมถึงการรอคอยการเปิดตัวและวางจำหน่าย miCoach
Speed Cell
อย่างเป็นทางการอีกด้วย  ดังนั้นกว่าผมจะได้รับมอบรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็ว
ที่มีน้ำหนักตัวเบามากที่สุดในโลก  มาไว้ในครอบครอง  ทำการถ่ายรูป  ทดสอบการใช้งานจริง  และเก็บ
ข้อมูลต่างๆ  เพื่อนำมาเขียนบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริง adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ คู่นี้
แล้วเอามาวิเคราะห์วิจารณ์ตามสไตล์ของผม  และจะยังเน้นย้ำเหมือนเดิมว่า  สุดท้าย  ผลจะออกมาดีหรือไม่
อย่างไร  ก็จะขอให้ทั้งอาดิดาส และผู้บริโภคที่กำลังตัดสินใจเลือกหาซื้อรองเท้าฟุตบอลสักคู่  เอาไปใช้
ให้เป็นประโยชน์  เพราะรองเท้าฟุตบอลทุกคู่ที่ผ่านการรีวิวจากผม  รู้สึกยังไงก็ร่ายสาธยายไปแบบนั้น
และไม่เคยคิดจะเชียร์รองเท้ารุ่นใดหรือยี่ห้อใดเป็นพิเศษ  เพราะนั่้นหมายความว่าผมทำบกพร่องในฐานะ
การเป็นสื่อมวลชน  และขอเน้นย้ำอีกเรื่องหนึ่งก่อนที่จะพาทุกท่านเข้าสู่การรีวิวรองเท้ารุ่นนี้จริงๆ  ว่าขณะนี้
ทาง SiamBoots ได้เปลี่ยนรูปแบบการรีวิวไปจากเดิมเล็กน้อย   การวิเคราะห์วิจารณ์จะมีความเข้มข้น
มากขึ้นกว่าเดิม  จะมีการให้คะแนนในส่วนต่าง ๆ เพื่อให้ทุกท่านได้นำไปเปรียบเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ
ที่ได้ถูกรีวิวไปแล้ว รวมถึงจะมีการปรับฐานคะแนนใหม่เพื่อให้เห็นความแตกต่างชัดเจนมากขึ้น  และยัง
จะขอวิพากษ์วิจารณ์เชิงเปรียบเทียบ  เจาะจงลงไปกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ  ที่สำคัญจะขอเปรียบเทียบ
ข้ามยี่ห้อไปยังยี่ห้ออื่นๆ ด้วย  เอาล่ะ...ไหนๆ ก็จั่วหัวมาแบบนี้แล้ว  รองเท้าฟุตบอลadiZero F50 2012
หนังสังเคราะห์
 จากอาดิดาส คู่นี้จะเป็นอย่างไร  สมกับการรอคอยหรือไม่...ลุยเลยแล้วกัน !!

   Details

   
   แทบจะไม่ต้องเดาให้เหนื่อยเลยว่าอาดิดาสจะใช้ใครเป็นพรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่งของรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์ adiZero F50  และแทบไม่ต้องลุ้นให้เครียดเลยว่าพรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่งคนนี้จะถูกโยกย้ายไปใส่
รุ่นอื่นๆ  เพราะคงไม่มีใครสามารถบรรยายสรรพคุณด้วยความสามารถในสนาม  ได้เทียบเท่ากับนักเตะ
เบอร์หนึ่งของโลก  เจ้าของรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งทวีปยุโรปถึง 3 สมัยซ้อน  "ลีโอเนล เมสซี่"
โดยยอดกองหน้าทีมชาติอาร์เจนติน่า  ได้ถูกจับเซ็นสัญญาเป็นพรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่งของรองเท้า
ฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาตั้งแต่เจเนอเรชั่น F50.7 Tunit+ แล้ว  หากนับนิ้วรวมๆ กัน  จนกระทั่งถึงเจเนอเรชั่นนี้
ก็จะเป็นเจเนอเรชั่นที่ 7 ติดต่อกันแล้ว !! ที่อาดิดาสใช้นักเตะต่างดาวคนนี้นำเสนอตัวตนของรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์จรวดความเร็วแสง

   อย่างที่รู้ๆ กันว่า  ปัจจุบันนี้รองเท้าฟุตบอลรุ่นไหนๆ ซีรี่ย์ใดๆ  จะมีตำนานที่ยาวนาน  หรือความคลาสสิค
สุดขั้วเพียงใด  อายุการตลาดในแต่ละเจเนอเรชั่นก็จะอยู่ที่ราวๆ 1 ปี เท่านั้น  แล้วหนึ่งในแกนนำของการ
สร้างแผนการตลาดแบบนี้  ก็คือรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ F50 ของอาดิดาสนี่แหละ  โดยเจเนอเรชั่นแห่งปี 2012
ของ adiZero F50  โฉมนี้ได้ถูกเปิดตัวในต่างประเทศตอนเดือนธันวาคม 2011 ที่ผ่านมา  แต่ทางบริษัท
อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  ได้เปิดตัววางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2012

   
   โดยเฉดสีเปิดตัวของ adiZero F50 miCoach (2012) ได้ถูกเผยออกมาเพียงแค่ 2 เฉดสีเท่านั้น  นั่นคือ
"ส้ม-เขียว" ซึ่งถือเป็นซิกเนเจอร์ของ "ลีโอเนล เมสซี่" เมื่อตอนทีเปิดตัวใหม่ๆ  และ "ดำ-ส้ม"  อีกหนึ่ง
คู่เฉดสีที่ถูกสวมใส่โดยพรีเซนเตอร์อันดับสองของซีรี่ย์นี้  นั่นคือ "ดาวิด บีย่า" กองหน้าซุปเปอร์สตาร์
ทีมชาติสเปน  เจ้าของแชมป์โลกทีมล่าสุด

   นอกเหนือจาก 2 พรีเซนเตอร์ตัวหลักแล้ว  อาดิดาสยังได้เซ็นสัญญากับนักฟุตบอลระดับโลกอีกมากมาย
ให้วาดลวดลายในสนามฟุตบอลด้วยรองเท้าฟุตบอลที่เบาที่สุดในโลกคู่นี้  ไม่ว่าจะเป็น อาเยน ร็อบเบน
, เอเซเกล ลาเวซซี่ , ซาเมียร์ นาสรี่ , แกเร็ต เบลล์ และ ดาวิด ซิลบา
เป็นต้น  ส่วนการเปลี่ยนแปลง
ในไลน์การผลิต  เป็นที่แน่นอนชัดเจนแล้ว  ว่าอาดิดาสได้ยุติการผลิตรองเท้าฟุตบอลรุ่น Prime ซึ่งเป็น
รองเท้าระดับสุดยอดที่เคยทำตลาดตอนเจเนอเรชั่นที่แล้ว  จะคงเหลือเอาไว้ เพียงแค่ F50 adiZero , F30 adiZero และ F10 adiZero ซึ่งเป็นรองเท้าฟุตบอลระดับท็อป  รองท็อปและทั่วไป  ตามลำดับ 

    
   ทีเด็ดหลักที่อาดิดาสใช้โปรโมท adiZero F50 miCoach (2012) ก็คือการที่เป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นแรก
ที่สามารถใช้งานร่วมกับ miCoach Speed Cell อุปกรณ์ไฮเทคที่จะช่วยเก็บข้อมูลต่างๆ ระหว่างการลงสนาม
ไม่ว่าจะเป็น  ความเร็วสูงสุด  ระยะทางการวิ่ง  และจำนวนการสปรินซ์ เป็นต้น  แต่สำหรับการรีวิวอุปกรณ์
อัฉริยะชิ้นนี้  ทาง SiamBoots จะขอแยกรีวิวในภายหลังนะครับ

   

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiZero F50 miCoach (2012) - synthetic leather

   
   สำหรับข้อมูลทางเทคนิคของadiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์คู่นี้ ถ้าใครได้อ่านบทความ "Hand On!"
ไปเรียบร้อยแล้ว  ก็ขอให้ข้ามส่วนนี้ไปเลยครับ  เพราะผมจะขอยกบทความนั้นมาวางเอาไว้  เนื่องจากข้อมูล
ทางเทคนิคทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับตัวรองเท้า  นั้นได้ถูกเขียนเอาไว้อย่างละเอียด พร้อมทั้งลงภาพประกอบ
เอาไว้เรียบร้อยแล้ว  ที่จะขอยกมาวางเอาไว้ในนี้อีกทีก็เพื่อจะรวมเอาไว้ให้  กับผู้ที่เพิ่งจะมาอ่านรีวิวในบท-
ความนี้เลย  โดยไม่ต้องเสียเวลาเปิดกลับไปกลับมา  แต่ถ้าใครอยากที่จะเปรียบเทียบความแตกต่างกับรุ่น
หนังวัวแท้ด้วย  ก็คงต้องขอให้คลิกกลับไปอ่านที่ "Hand On!"adiZero F50 miCoach (2012) อีกครั้ง

    
   เมื่อเปิดฝากล่องของ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ออกมา  พบว่าภายในกล่องสีดำลายสามขีด
ของอาดิดาส  จะมีรองเท้าฟุตบอลรูปร่างหน้าตาสุดโฉบเฉี่ยววางตัวนอนตะแคงสลับหัวท้ายกันอยู่  แต่ที่
สะดุดตาก็คงจะเป็นชุดพื้นแบบ Comfort ที่อาดิดาสแถมเพิ่มมาให้อีก 1 ชุด  ส่วนชุดพื้นที่ติดตัวมากับ
รองเท้านั้นจะเป็นชุดพื้นแบบ Light weight  ดังนั้นอุปกรณ์ครบกล่องแบบมาตรฐานที่มาจากอาดิดาส
โดยตรงจะต้องมีชุดพื้นแผ่นรองด้านในมาให้ถึง 2 ชุด  และนี่ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้ง  ที่ผมหยิบเอารองเท้า
ขึ้นมาวางบนมือโดยแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของมันเลย  จริงๆ จะบอกว่านี่คือรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนัก
เบามากที่สุดเท่าที่ผมได้เคยสัมผัสมาก็ว่าได้ (ยกเว้นไปลองจับ adiZero F50 Prime ตามห้างฯ หรือช็อปนะ)
เพราะจากข้อมูลแล้ว  เวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์คู่นี้จะมีน้ำหนักมาตรฐานอยู่ที่ 165 กรัม/ข้าง และมีน้ำหนัก
เบากว่าเวอร์ชั่นหนังวัวแท้เล็กน้อย

   
   adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  จะมีหน้าผ้าบริเวณหัวรองเท้าที่เป็นพื้นที่เรียบและค่อนข้างกว้าง
ไม่มีการเดินแนวด้ายเย็บใดๆ ตรงบริเวณนี้แม้แต่เส้นเดียว  ที่โดดเด่นก็คือลวดลายบนหน้าผ้า  ที่จะช่วย
สร้างแรงเสียดทานเมื่อสัมผัสกับลูกฟุตบอล  แถมยังสร้างความโฉบเฉี่ยวและโดดเด่น สวยงามอีกด้วย  หาก
ได้ลองสังเกตเทียบกันแบบเส้นต่อเส้นลายต่อลาย  จะพบว่าลวดลายของผิวหน้าของรองเท้าทั้ง 2 ข้าง แม้
จะเป็นตำแหน่งเดียวกัน  แต่ก็มีลวดลายไม่เหมือนกันแม้แต่นิดเดียว !!  เป็นอะไรที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน
ในรองเท้าฟุตบอลรุ่นใดๆ  ส่วนตัวผมถือว่าเป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของรองเท้าเวอร์ชั่นนี้  แม้อาจจะดูแปลกๆ ไป
บ้างก็เถอะ   และอีกจุดหนึ่งที่แตกต่างจากเวอร์ชั่นหนังวัวแท้  ก็คือแถบยางสัมผัสบริเวณหัวรองเท้า
(ซึ่งจากรูปด้านบน  จะเป็นแถบยางสีส้มที่โค้งล้อมรอบหัวรองเท้า) เป็นแถบยางที่มีเฉพาะเวอร์ชั่นนี้เท่านั้น
ผิวหน้าของแถบยางจะมีการออกแบบดีไซน์ให้มีความขรุขระ  สัมผัสด้วยมือแล้วจะรู้สึกได้ถึงแรงเสียดทาน
ในทันที  

  
   มาต่อกันที่ด้านข้างของรองเท้า  ซึ่ง adiZero F50 ในเจเนอเรชั่นนี้จะมีการเพิ่มแถบยางสัมผัสเข้ามาด้วย
อุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยทำให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมทิศทาง  และการสัมผัสบอลได้ดียิ่งขึ้นกว่าเก่า  และยังทำ
หน้าที่เป็นโครงสร้างให้กับตัวรองเท้า  ให้ตัวรองเท้ามีรูปร่างรูปทรงที่อยู่ตัว  สวยงาม  ซึ่งรายละเอียด
ตรงส่วนนี้จะมีอยู่บนตัวรองเท้า adiZero F50 2012 ทั้ง 2 เวอร์ชั่น

  
   มาต่อยังพื้นที่หลังเท้าซึ่งเป็นแนวรอยเชือกของ adiZero F50 2012 คู่นี้  ลักษณะของแนวร้อยเชือก
จะค่อนข้างอยู่กึ่งกลางของแนวหลังเท้า  อาจจะเบ้ออกมาบ้างเล็กน้อย  แต่ก็ไม่ชัดเจนอะไรมากมายนัก
โดยเชือกของรองเท้ามาตรฐานที่ติดตัวมาจากโรงงานอาดิดาส  จะเป็นเชือกแบบแบน และเนื้อผ้าแข็ง
เวลาเชือกเดินผ่านรูร้อยเชือกทีละรูทีละรู  เมื่อเชือกทบกันแล้ว  ทำให้พื้นที่หลังเท้านั้นมีความเรียบ  
ลักษณะเชือกแทบจะไม่พองตัวจนมีผลกระทบต่อการสัมผัสกับลูกฟุตบอลเลย  แต่ในส่วนของปลายเชือก
นั้นจะตรงข้ามกันโดยสิ้นเชิง  เพราะอาดิดาสได้ออกแบบลักษณะของปลายเชือกนั้นมีความนุ่มและฟู  
เป็นผลดีที่จะทำให้การผูกเชือกรองเท้าสามารถทำได้อย่างแน่นหนา  ปมของเชือกจะเกาะกันแน่น  แบบ
ไม่มีทางหลุดกันง่ายๆ ตอนใช้งาน

   
   ด้านในของตัวรองเท้าฟุตบอลคู่นี้   จะมีเทคโนโลยีที่อาดิดาสเรียกว่า "Sprint Web"  ตามความหมาย
ของคำว่า Web แล้ว  จะเป็นคำที่สื่อความหมายถึงคำว่า "โครงสร้าง" ได้เช่นกัน  ดังนั้นเจ้าเทคโนโลยีนี้
จึงถูกนำเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในโครงสร้างด้านในของตัวรองเท้า  ดังที่ได้เห็นในภาพด้านบน  วัสดุที่ติดอยู่
ด้านในของรองเท้านี้จะผลิตจากการผสมกับระหว่างพลาสติกและโลหะ  เป็นวัสดุที่มีน้ำหนักเบา  แต่มีความ
แข็งแรงและยืดหยุ่นสูง  จริงๆ แล้ววัสดุชิ้นนี้ก็มีให้เห็นมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกของซีรี่ย์ adiZero F50 เมื่อ
2 ปีก่อนหน้านี้แล้ว  แต่สำหรับในเจเนอเรชั่น 2012 จะมี Sprint Web ที่ดูแน่นหนาและแข็งแรงกว่าเดิมบ้าง
เล็กน้อย  อ่อ..และจะมีอยู่เฉพาะในรุ่น หนังสังเคราะห์ เท่านั้น

   
   ในส่วนของหุ้มส้นด้านในของ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ จะเป็นหุ้มส้นแบบหนังสังเคราะห์
มีการพิมพ์ลวดลายของหน้าผ้าแบบเดียวกันกับลวดลายที่อยู่ตรงบริเวณหัวและลำตัวของรองเท้า  แผ่น
รองพื้นแบบมาตรฐานที่ติดตัวรองเท้ามาจะเป็นแบบ Light Weight  มีการเจาะรูเล็กๆ ทั่วไปทั้งแผ่น
โดยแผ่นรองพื้นนี้จะผลิตจาก EVA foam  ไม่มีวัสดุอื่นๆ เสริมเพื่อรองรับแรงกระแทกแต่อย่างใด  และ
ถ้าเทียบกับแผ่นรองพื้นแบบ Comfort ซึ่งมีแถมมาให้เปลี่ยนใช้งานเหมือนกัน  บอกได้เลยว่าบางกว่า
อย่างเห็นได้ชัด  โดยแผ่นรองพื้นแบบ Light Weight นี้จะมีผิวหน้าสัมผัสเป็นไนล่อน  ไม่มีพื้นผิวช่วย
ในการยึดเกาะหรือสร้างแรงเสียดทานกับเท้าของผู้ส่วมใส่  โดยแผ่นรองพื้นแบบ Light Weight  นั้น
จะมีมาให้เฉพาะรุ่น หนังสังเคราะห์ เท่านั้น

   
   สำหรับแผ่นรองพื้นอีกชุดหนึ่งที่เป็นแบบ Comfort  จะเป็นแผ่นรองพื้นแบบมาตรฐานของ adiZero
F50 2012
หนังวัวแท้  และจะแถมมาให้เป็นอุปกรณ์เปลี่ยนสำหรับรุ่น หนังสังเคราะห์  แผ่นรองพื้น
แบบนี้จะมีผิวหน้าที่เป็นหน้าผ้ากำมะหยี่ ค่อนข้างหนึบและสร้างแรงเสียดทานกับเท้าของผู้สวมใส่ได้
ดีกว่า  ตัวของแผ่นรองพื้นจะผลิตจาก EVA foam ที่มีความหนามากๆ  แถมยังมีการเสริมวัสดุที่เรียกว่า
adiPrene เอาไว้ตลอดแนวของแผ่นรองพื้น  หรือที่เห็นได้เป็นโฟมสีเขียวๆ ตามภาพด้านบน   โดย
adiPrene ถือเป็นวัสดุที่ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดี  และเป็นชื่อเฉพาะของอาดิดาสแต่เพียงผู้เดียว

   
   มาปิดท้ายการทำความรู้จักกับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วจากอาดิดาส  ด้วยชุดเกราะ-
ป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก (External Heel Counter)  มีการดีไซน์เส้นสายที่
ดูล้ำสมัย  เข้ากับตัวตนของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี  

   Feeling

   
   รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ที่ผมได้รับมาเพื่อรีวิวทดสอบการใช้งาน
จะยังคงยึดไซด์เดิมที่ผมได้ทำการรีวิวมาตลอดที่ 27.5 cm โดยป้ายบอกไซด์ของอาดิดาสนั้นจะระบุว่า
9.5 US , 9.0 UK , 43 1/3 Fr และ 27.5 cm  เพื่อให้สามารถเปรียบเทีบขนาดกับรองเท้ารุ่นอื่นๆ ได้อย่าง
ถูกต้อง  อย่างที่รู้ๆ กันว่ารองเท้ายี่ห้อเดียวกัน  ไซด์ตรงกัน  แต่ขนาดจริงๆ ของรองเท้านั้นยังแตกต่างกัน
เลย  ผู้อ่านทุกท่านจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเลือกไซด์ที่เหมาะสมที่สุด

   สำหรับฟีลลิ่งเมื่อผมได้สวมใส่รองเท้าสายพันธุ์จรวดสี "บีย่า" ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์คู่นี้แล้ว
จะรู้สึกว่าภายในยังหลวมๆ อยู่สักหน่อย   โดยเฉพาะในทางยาวที่เหลือพื้นที่บริเวณหัวรองเท้าอยู่บ้าง  
ส่วนในแนวขวางก็ยังหลวมๆ บ้าง  จนถึงขั้นต้องดึงกระชับแนวร้อยเชือก  แล้วก็ผูกเชือกรองเท้าให้
แน่นที่สุดเท่าที่จะทำได้  จึงจะรู้สึกกระชับเท้าขึ้นมาบ้าง  ดังนั้นคำแนะนำในการเลือกไซด์ของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้  จึงควรลดไซด์ลงไปประมาณครึ่งไซด์  โดยเฉพาะใครที่มีความยาวเท้าลง xx.0 หรือ
xx.5 cm
พอดี  ฟันธงเลยครับว่าให้เลือกซื้อไซด์ที่เล็กลงไปครึ่งไซด์  ส่วนใครที่มีความยาวเท้าแบบที่
ก้ำกึ่ง ก็ขอแนะนำให้เลือกซื้อไซด์ที่ปัดลงไปแล้วลงตัวที่ xx.0 หรือ xx.5 cm ก็พอ  ฟีลลิ่งที่ใส่อาจจะ
หลวมๆ บ้าง  แต่ถ้าลดไซด์มากไปกว่านั้น  คงจะคับจนเกินไป (เช่นผม ที่มีความยาวเท้าประมาณ 27.7 cm
ก็ยังยืนยันว่าจะเลือกใส่ 27.5 cm นี่แหละ)

   
   ความกระชับบริเวณข้างเท้ายังมีแบบไม่เต็มที่เท่าไหร่หนัก  โดยเฉพาะใครที่มีขนาดหน้าเท้ากว้าง
นิดๆ แบบผม  จะส่งผลให้ตัวรองเท้าตรงหุ้มข้อนั้นไม่โอบรับกระชับกับข้อเท้า  สังเกตได้จากรูปด้านบน
ที่ข้อเท้าข้างขวาของผม  จะเห็นได้ว่ามีช่องว่างระหว่างตัวรองเท้ากับข้อเท้า  ทางแก้ก็คือต้องผูกเชือก
รองเท้าให้แน่นเท่าที่จะแน่นได้  หรือถ้าจะให้ดี  อยากให้ทางอาดิดาสได้เจาะรูร้อยเชือกรองเท้าเพิ่ม
อีก 1 คู่
  จะได้สามารถร้อยเชือกให้แน่นกระชับข้อเท้าได้ดีกว่านี้

   
   หุ้มส้นด้านในที่เป็นหน้าผ้าแบบหนังสังเคราะห์  ชั้นหนังบางๆ  ไม่ค่อยนุ่มเท่าไหร่  เวลาสวมใส่แล้ว
ยังรู้สึกระคายเคืองบริเวณส้นเท้าอยู่บ้าง  ถ้าเทียบกับหุ้มส้นหน้าผ้ากำมะหยี่ของ adiPower Predator
แล้วแทบสู้ไม่ได้เลย  ความสบายนั้นแตกต่างกันเยอะ  ก็ต้องยอมรับในข้อเท็จจริงที่ adiZero F50 2012
หนังสังเคราะห์
เป็นรองเท้าฟุตบอลสายความเร็ว  และเน้นไปในเรื่องของน้ำหนักตัวที่เบา  ดังนั้นหุ้ม
ส้นแบบหนังสังเคราะห์บางๆ แบบนี้จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุด  แม้ว่าในทางฟีลลิ่งแล้วอาจจะสวมใส่ไม่ได้
สบายอะไรมากมายนัก
   
   Testing  

   
   ไปลงสนามทดสอบ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ สีดำ-ส้ม คู่นี้พร้อมๆ กันดีกว่า  แต่อยากจะขอ
เน้นยำอีกครั้งหนึ่งว่าทาง SiamBoots จะมีบรรทัดฐานในการทดสอบที่แตกต่างไปจากเดิม  เพิ่มให้ผู้อ่าน
สามารถนำข้อมูลไปใช้เปรียบเทียบในเรื่องต่างๆ ได้ง่ายดายขึ้น  นอกจากจะมีการให้คะแนนแล้ว  จะยังมี
การวิพากษ์วิจารณ์เปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลบางรุ่นบางยี่ห้อ ที่ผมคิดว่าสามารถเอามาเชื่อมโยงและ
เปรียบเทียบกันได้โดยไม่ได้เอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง  และสำหรับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จรวดคู่นี้
แม้ว่าจะเป็นปุ่มประเภท FG ที่ป้ายคำแนะนำอย่างเป็นทางการจากอาดิดาส  จะบอกว่าให้ใช้งานในสนาม
หญ้าจริง  บนพื้นดินที่มีความนุ่มปานกลาง  แต่การทดสอบตามมาตรฐานของเว็บเรา  ก็ยังยืนยันว่าผม
จะควบรองเท้าฟุตบอลน้ำหนัก 165 กรัม/ข้าง  คู่นี้ลงใช้งานในสนามหญ้าเทียมที่ผมใช้ทดสอบรองเท้า
รุ่นอื่นๆ มาโดยตลอด  ไม่ใช่แค่เหตุผลการทดสอบในสภาวะแวดล้อมเดียวกัน  แต่ยังรวมถึงการใช้งาน
ของหลายๆ ท่าน  ที่ส่วนใหญ่ ทุกวันนี้  จะต้องลงเล่นในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม  ที่พุดขึ้นเป็นดอกเห็ด  
ไม่ใช่แค่ในกรุงเทพมหานคร  แต่ยังลามออกไปถึงจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศไทยแล้ว

   สำหรับการให้คะแนนการทดสอบหัวข้อต่างๆ  ผมจะขอยึดเกณฑ์การใช้แผ่นรองพื้นแบบ Light weight
เป็นหลัก  เพราะถือว่าเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ส่วนแผ่นรองพื้นแบบ Comfort
ที่มีชั้นโฟมหน้ากว่า  จะขอลงเป็นลักษณะความคิดเห็นหรือคำแนะนำเท่านั้น  

   
   
   ก่อนอื่นมาดูเรื่องของการยืนพื้น  การรองรับแรงกระแทก  และความสบายในการส่วมใส่กันก่อนดีกว่า
การทดสอบในหัวข้อนี้ก็แค่ลงไปวิ่งวอร์มในสนาม  แล้วจับความรู้สึกต่างๆ ในการสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้
เพียงสัมผัสแรกที่ผมเหยียบลงบนพื้นสนาม  และลงน้ำหนักตัวไปแบบเต็มๆ  ความรู้สึกแรกที่สัมผัสได้ก็
คือ adiZero F50 2012 คู่นี้ไม่ได้เป็นรองเท้าฟุตบอลที่สวมใส่สบายเท้าสักเท่าไหร่  พื้นนอกที่
ค่อยข้างบาง  ทำให้รู้สึกได้ถึงแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนจากพื้นสนามค่อยข้างชัดเจน  ลักษณะ
แนววางปุ่มแบบสามเหลี่ยมทั้งหมด 11 ปุ่ม ที่ไม่สม่ำเสมอ  และการออกแบบปุ่มที่ดูเหมือนจะบังคับให้
ปุ่มบริเวณกลางฝ่าเท้า  ต้องรับภาระหนักในการสัมผัสกับพื้นสนาม  ดังนั้นแรงกระแทกทั้งหมดจะอยู่
แถวๆ กลางฝ่าเท้าเป็นหลัก  

   แต่ดูเหมือนว่าอาดิดาสจะรู้จุดอ่อนตรงนี้  จึงแก้ไขด้วยการแถมชุดพื้นแบบ Comfort ซึ่งมีชั้นโฟม
ที่หนากว่ามาก  และยังมีโฟม adiPrene ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่า
มาให้เปลี่ยนใช้งาน  แต่ก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักตัวที่อาจจะสูงขึ้นอีกสักหน่อย

   ในเรื่องของความสบายในการสวมใส่  ยังต้องยอมรับว่า adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ยัง
เป็นรองรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ความเร็วรุ่นอื่นๆ อยู่พอสมควร  โดยเฉพาะหุ้มส้นที่ใช้หน้าผ้าแบบ
หนังสังเคราะห์  ค่อนข้างแข็งและบาง  ถ้าเลือกที่จะใส่ไซด์ที่พอดีกับเท้า  จะทำให้ส้นเท้าของเรา
ชนกับหุ้มสนด้านใน  ซึ่งจะรู้สึกไปถึงเกราะกันส้นเท้าด้านนอกที่เป็นพลาสติกแข็งๆ ได้เลย  ตรงจุดนี้
ทำให้ความสบายในการสวมใส่ลดน้อยลงไปบ้าง   

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 6/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10


   
   มาต่อกันที่การทดสอบการสปรินซ์ออกตัววิ่งด้วยความเร็วเต็มสปีด และการยึดเกาะกับพื้นสนามฟุตบอล
ของอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะรองรับแรงกระแทกและกระจาย
แรงไม่ดีมากนัก  แต่เมื่อต้องสปรินซ์ออกตัววิ่งด้วยความเร็วสูง  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ก็แสดงถึงความสุดยอด
ออกมาได้แบบไม่มีข้อกังขา  น้ำหนักตัวรองเท้าเพียง 165 กรัม/ข้าง ถือเป็นหนึ่งปัจจัยหลักที่ช่วยทำให้
ผมสามารถ "ระเบิดความเร็ว" (Explore Speed) ได้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน  อีกปัจจัยหนึ่งก็คือลักษณะ
ของปุ่มรองเท้าคู่หน้า  ที่จะขอกล่าวถึงในย่อหน้าถัดไป  อาจจะมีบางคนเถียงกว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นไหนๆ
น้ำหนักเท่าไหร่  คนใช้งานก็สามารถวิ่งสปรินซ์ด้วยความเร็วเต็มที่ได้เหมือนกัน  ทั้งหมดมันขึ้นอยู่กับ
ความเร็วของผู้ใช้งานเป็นหลัก  อันนี้จริงครับ..ผมไม่เถียง  แต่ข้อได้เปรียบของรองเท้าฟุตบอลที่มีน้ำหนัก
เบาก็คือ "Recovery rate" ที่รองเท้าฟุตบอลน้ำหนักเบาจะทำให้คุณกลับมาสปรินซ์ตัวด้วยความเร็วเต็มที่
ได้เร็วกว่า  เพราะรองเท้าที่น้ำหนักเบานั้นจะไม่กินแรงมากนัก  ถ้าเทียบกับรองเท้าฟุตบอลน้ำหนักสูง
ที่จะดูดแรงของผู้ใช้งานให้หมดไปในการวิ่งเต็มสปีดเพียงไม่กี่ครั้ง  ตรงจุดนี้ถือเป็นคุณสมบัติที่อาดิดาส
adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ มีอย่างเต็มเปี่ยม  เรียกได้ว่าถ้าต้องการความเร็วเมื่อไหร่  ก็สามารถ
เรียกใช้งานได้ทันที

   
   ปุ่มคู่หน้าจำนวน 2 ปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้  ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสปรินซ์
ออกตัววิ่งไปข้างหน้า  เพราะปุ่มคู่หน้าที่เป็นรูปทรงสามเหลี่ยม  ด้านท้ายปุ่มจะมีการโค้งเว้า  เป็นจุดที่จะ
ส่งผ่านแรงจากข้อเท้าไปยังพื้นสนาม  และถีบให้เราพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างเต็มความเร็ว   ในขณะที่คู่ปุ่ม
ลำดับถัดมา  จะถูกเขยิบให้มีตำแหน่งลึกเข้ามายังบริเวณกลางฝ่าเท้า  แทบจะอยู่ใกล้กับคู่ปุ่มลำดับที่สาม
และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า  ทำให้พื้นที่ระหว่างปุ่มคู่หน้าสุด กับคู่ที่สองนั้นเหลือมากพอ  ดังนั้นในจังหวะการ
วิ่งที่ตามหลักกายภาพ  ที่คนเราจะวิ่งด้วยปลายเท้า  ปุ่มคู่หน้าเท่านั้นที่จะจิกลงไปยังพื้นสนามจนมิด ทำให้
การยึดเกาะกับพื้นสนามนั้นดีเยี่ยม (ยิ่งจำนวนน้อยปุ่มที่จิกลงไปในพื้นสนามน้อยปุ่มเท่าไหร่  จะส่งผลให้
การยึดเกาะพื้นสนามดีขึ้นเท่านั้น)  ไปๆ มาๆ แล้ว  ศักยภาพของการเคลื่อนที่ของ adiZero F50 2012
จะอยู่ที่การติดสปีดไปข้างหน้าเป็นหลัก  แต่ด้วยช่วงล่างอาจจะแข็งๆ ทื่อๆ ไปนิด  จึงให้อารมณ์สปอร์ต
มากกว่าความนุ่มนวล

  และฟีลลิ่งในเรื่องความกระชับ  และความมั่นใจเมื่อใช้งาน  สำหรับรองเท้าฟุตบอลฟอร์มแรงจากอาดิดาส
คู่นี้แล้วยังมีไม่มากนัก  ฟีลลิ่งในการสวมใส่จะประมาณกลางๆ  ไม่แน่มากและก็ไม่สบายจนเกินไป แต่ส่วน
ของลำตัวรองเท้า  ทางด้านข้างนั้นให้ความกระชับในระดับกลางๆ  ไม่อึดอัด  หายใจหายคอได้สะดวก  
ส่วนทางด้านยาว  ก็เหลือพื้นที่นิดหน่อย  หัวไม่ชน  ทำให้ไม่มีปัญหาในการใช้งาน  แผ่นรองพื้นแบบ
Light weight ที่มีผิวหน้าผ้าแบบไนล่อน  ไม่สามารถสร้างแรงเสียดทานกับฝ่าเท้าของผมได้ดีเหมือนกับ
แผ่นรองพื้นที่มีผิวหน้าผ้าแบบกำมะหยี่  จึงเกิดอาการลื่นไถลบ้างเล็กน้อย  ทางแก้ก็คงต้องเปลี่ยนเอา
แผ่นรองพื้นแบบ Comfort มาใส่แทน  ถ้าจะให้ลองเปรียบเทียบฟีลลิ่งโดยรวม  adiPower Predator  
นั้นจะมีตรงส้นเท้าที่สบายกว่า  และมีความกระชับมากกว่าเล็กน้อย หรือถ้าจะไปเทียบกับมวยรุ่นใหญ่กว่า
แบบ ไนกี้ Mercurial Vapor Superfly 3  รายนั้นจะมีดีกว่าในเรื่องของฟีลลิ่ง  ความกระชับที่จะสร้าง
ความมั่นใจเมื่อใช้งาน  แต่ในเรื่องของการเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว  ยังคงต้องยกให้ adiZero F50 2012
อยู่ดี

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 9/10

   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10

   
   การสัมผัสและการควบคุมลูกฟุตบอล ด้วยรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ดูเหมือนจะเป็นข้อด้อยที่ยากจะแก้ไข
เนื่องจากหน้าผ้าแบบหนังสังเคราะห์ที่โดนรีบจนบาง  และค่อนข้างแข็ง  ถึงแม้ว่าพื้นที่บริเวณหัวรองเท้า
จะมีค่อนข้างเยอะ เหลือเฟือสำหรับการสัมผัสบอลก็ตาม  แต่การควบคุมน้ำหนักและทิศทางของลูกบอล
ก็ยังเป็นเรื่องที่ยากเย็นอยู่ดี  ถ้าจะให้เห็นภาพง่ายๆ ก็ขอพูดถึงการเดาะบอลด้วยหลังเท้า  ซึ่งปกติแล้วผม
จะสามารถเดาะบอลได้ราวๆ 20 - 30 ครั้ง  แบบสบายๆ  แต่ถ้าใช้ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ 
มาเดาะบอล  บอกได้เลยว่า "เหนื่อย" ครับ  เหนื่อยในเรื่องของการควบคุมน้ำหนักและทิศทาง  ถามว่า
เดาะได้ 20 - 30 ครั้งตามมาตรฐานของผมหรือไม่  ตอบว่าได้ครับ  แต่บางครั้งต้องติดสปีดวิ่งตามลูกบอล
ที่กระเด้งไปไกลเพราะยากที่จะควบคุม  และแม้ว่าตอนนี้ผมจะยังไม่เคยใช้งานรุ่นหนังวัวแท้ก็ตาม  แต่เชื่อ
ยังไงรุ่นหนังวัวแท็ ก็จะสามารถแก้จุดบอดตรงนี้ได้อย่างแน่นอน  เพราะรุ่นนั้นมีหน้าผ้าที่หนานุ่มกว่าเยอะ

   
   แต่พอจะมีให้ชื่นใจอยู่บ้างกับการสัมผัสและการควบคุมลูกฟุตบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  ที่สามารถ
ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเดิมๆ  เพราะแถบยางสัมผัสนั้นสามารถช่วยควบคุมลูกฟุตบอล ทั้งการ
ผ่อนแรงรับบอลและการแปรบอล  แม้ว่าหนังของตัวรองเท้าจะบาง  จนอาจจะไม่นุ่มเท้ามากนักก็เถอะ
อย่างน้อยสัมผัสแรกที่ดีขึ้น  ก็จะทำให้เราสามารถกำหนดทิศทางของการแตะบอลแรกได้ง่ายขึ้น  จากนั้น
ก็แค่ใช้คุณสมบัติทางด้านความเร็วที่รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยมวิ่งตามไปเล่นบอลในจังหวะ
ต่อเนื่องก่อนคู่แข่ง  ได้อย่างไม่ยากเย็น

   คะแนน
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 6/10


   
   การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า ถือเป็นสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ก่อนที่จะไปวิเคราะห์
การใช้งานจริงในสนามแข่งขัน  ลองมาดูลักษณะของตัวรองเท้าในจังหวะการแตะบอลด้วยหลังเท้าก่อน
จะเห็นได้ว่าคุณสมบัตของหนังสังเคราะห์ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  จะไม่มีรอยการยับตัวที่แน่นอน  แม้ว่า
รองเท้าจะถูกใช้งานไปมากมายแล้วก็ตาม  แต่หนังบริเวณหลังเท้าจะไม่เกิดรอยยับหลงเหลือไว้เลย  ทำให้
การโค้งงอตัวของรองเท้าในจังหวะการเคลื่อนที่  จะสามารถปรับการโค้งเว้าให้เหมาะสมกับลูกฟุตบอลได้
ดีกว่า  และพื้นที่บริเวณหัวรองเท้าก็มากพอ  ที่จะทำให้การสัมผัสกับลูกฟุตบอลนั้นทำได้อย่างเต็มเม็ดเต็ม
หน่วย  แต่หน้าผ้าสัมผัสที่ไม่นุ่มเลย  ทำให้การลงน้ำหนักต้องอาศัยความเคยชินจากการใช้งานบ่อยๆ
เพื่อควบคุมไม่ให้ลูกฟุตบอลกระเด้งกระดอนออกจากเท้าเราไปไกลเกินที่จะควบคุม  จุดนี้นี่เองที่ทำให้
คุณสมบัติการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าของ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ โดนตัดคะแนนไปเล็กน้อย
และก็ขอคาดการณ์กว่า  ถ้าเป็นรุ่นหนังวัวแท้  จะทำให้การควบคุมทิศทางการเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้านั้น
ทำได้ง่ายขึ้น  ทั้งนี้ยังมีข้อดีในเรื่องของเชือกรองเท้า  ที่แบนราบ  ไม่รบกวนการเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้าเลย

   
   
   แต่หากจะใช้บริเวณข้างเท้าแตะลูกบอลในจังหวะการเลี้ยงบอล  แถบยางสัมผัสจะช่วยทำหน้าควบคุม
ลูกฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ  การเลี้ยงลักษณะนี้ถือว่าอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ 
นั้นทำได้ดีกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  และยังรวมถึงคู่แข่งรายสำคัญอย่างไนกี้ Mercurial Vapor VII อีกด้วย
จุดเด่นตรงนี้เองที่จะช่วยทำให้รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วคู่นี้  มีเขี้ยวเล็บเพิ่มมากขึ้น  นอกเหนือ
จากการแตะบอลไปข้างหน้าแล้ววิ่งติดสปีดตามไปเก็บบอล  แต่ยังรวมถึงการเลี้ยงพาบอลอย่างเชื่องเท้า
แตะหนีคู่แข่งไปทีละคนๆ 

   สรุปแล้ว  อาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  มีจุดเด่นในเรื่องของการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า
ได้อย่างยอดเยี่ยม  จากเจเนอเรชั่นก่อนๆ ที่มีดีแค่การแตะบอลไปข้างหน้า  แล้วใช้ความเร็ววิ่งตามไปเล่นบอล
แต่ตอนนี้  สิ่งที่เพิ่มเข้ามาก็คือความสามารถในการควบคุมทิศทางลูกบอลที่เลี้ยงอยู่กับเท้า  โดยเฉพาะจังหวะ
การเลี้ยงบอลด้วยข้างเท้าทั้งด้านในและด้านนอก  ทำให้เวลาใช้งานในสนามแข่งขันจริงๆ  ที่เราจะต้องเจอ
สถานการณ์ที่แตกต่างกัน  ก็จะสามารถปรับเปลี่ยนการเลี้ยงบอลให้เหมาะสมต่อสถานการณ์ที่พบเจอได้
รวมถึงยังมีรูปแบบแนววางปุ่มแบบ FG  และน้ำหนักตัวรองเท้าสุดเบา  ที่จะช่วยให้ "ระเบิดความเร็ว"
ได้ทุกเมื่อที่เราต้องการ  นี่แหละคือคุณสมบัติที่สำคัญของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วอย่างแท้จริง  
และคงจะหาไม่ได้ในรองเท้าฟุตบอลประเภทอื่นๆ   

   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 9/10


   
   ต่อมาจะเป็นการทดสอบเกี่ยวกับการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง   แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นนั้น
สิ่งหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพในเรื่องนี้ตรงๆ  ก็คือการยึดเกาะกับพื้นสนาม  และการส่งถ่ายแรง
ในจังหวะการวางเท้าหลัก  ลักษณะปุ่มแบบ FG ของอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  คู่นี้
จะมีปุ่มขนาดใหญ่ตรงกลางฝ่าเท้า  ที่จะทำหน้าที่ยึดเกาะกับพื้นสนามได้อย่างมั่นคง  โดยเฉพาะคู่ปุ่ม
คู่ที่ 2 นั้นจะช่วยจิกลงไปยังพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  ส่วนคู่ปุ่มคู่ที่ 3 และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้า  ก็จะช่วย
รับและกระจายน้ำหนักในการยันพื้นอีกด้วย  แต่สิ่งหนึ่งที่ัสังเกตได้ก็คือปุ่ม FG ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
ไม่ยาวนัก  และปุ่มค่อยข้างมีขนาดใหญ่พอสมควร  จึงจะเหมาะกับการใช้งานในพื้นหญ้าเทียมมากกว่า
ยิ่งถ้าเอาลงไปใช้งานในสนามหญ้าจริงที่หญ้ายาวๆ  ประสิทธิภาพการยึดเกาะกับพื้นสนามจะลดลงไป

   
  เมื่อเท้าหลักมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะกับพื้นสนามได้ดีในระดับที่น่าพอใจ  เท้าข้างถนัดจึงสามารถ
เหวี่ยงได้อย่างเต็มแรง  เพื่อบรรจงตะบันด้วยหลังเท้าเข้าไปที่ลูกฟุตบอล  หลังจากที่ผมได้ลองทดสอบ
ยิงประตูด้วยหลังเท้าเต็มๆ  ซ้ำไปซ้ำมาหลายต่อหลายครั้ง  ยอมรับว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่ง
ที่สามารถเน้นเตะเข้าไปที่ใต้ลูกฟุตบอลได้ค่อนข้างง่าย  ปุ่มคู่หน้าไม่ยาว  หัวรองเท้าไม่เชิดเกินไป
ทำหน้าการสอดหลังเท้าเข้าไปยิงเต็มแรงนั้น "โดนเต็มๆ"  แถมยังได้ผลพวงจากพื้นที่บริเวณหัวรองเท้า
ที่ค่อนข้างกว้างอีกด้วย  ถ้าถามว่าการยิงด้วยหลังเท้านั้นทำได้อย่างมั่นใจไหม !?  ขอตอบเลยว่า "มาก"
แต่จุดด้อยของหน้าผ้าหนังสังเคราะห์ที่ค่อนข้างบางและแข็ง  ของรองเท้ารุ่นนี้  จะไม่ค่อยช่วยรักษา
สุขภาพเท้าของเราสักเท่าไหร่
 เอาเป็นว่าถ้ายิงเต็มแรงติดต่อกันถี่ๆ มากกว่า 5 ครั้ง  หลังเท้าของผม
ก็เริ่มรู้สึกระบมแล้ว  ยิ่งน้ำหนักตัวรองเท้าเบาๆ แบบนี้  ถ้าเราต้องการจะยิงให้บอลแรงเท่าไหร่  ก็ยิ่งต้อง
เพิ่มแรงจากเท้าของเรามากขึ้นเท่านั้น  ทำให้การปะทะระหว่างหลังเท้ากับลูกฟุตบอลนั้นมากขึ้นไปอีก

   
   ข้อด้อยอีกจุดนึงก็คือการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่ออกไปจากเท้า  บอกได้คำเดียวว่าคุมยาก
พอสมควร  ยิ่งการปั่นไซร้โค้งนั้นแทบจะไม่มีให้เห็นเลย  ทั้งหมดนี้ต้องอาศัยความสามารถของผู้ใช้งาน
เอง  ผสานกับการทำความคุ้นเคยกับรองเท้าให้มากๆ อีกด้วย  
   
   โดยรวมแล้ว adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  ให้การยิงที่ค่อยข้างเต็มหลังเท้า  เพราะพื้นที่
บริเวณหัวรองเท้านั้นมีเยอะมาก  การสอดหลังเท้าเข้าไปเตะใต้ลูกนั้นทำได้ดี  เปิดบอลโด่งก็ด้วย
แต่หนังสังเคราะห์บางและแข็งแบบนี้จะไม่ช่วยรักษาสุขภาพเท้าเท่าไหร่  และการควบคุมทิศทาง
การปั่นไซร้โค้งก็ยังต้องอาศัยทักษะของผู้ใช้งานเป็นหลัก

   คะแนน
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 7/10


   
   แม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายนอก (External Heel Counter)
แต่การป้องกันก็ยังไม่ครอบคลุมอะไรมากมายนัก  เพราะขนาดของเกราะป้องกันนั้นมีขนาดเล็กนิดเดียว
รวมถึงหน้าผ้าและตัวรองเท้าที่ผลิตจากหนังสังเคราะห์ที่ค่อนข้างบางและแข็ง  บอกได้คำเดียวว่าถ้า
โดนคู่แข่งเหยียบล่ะก็  เจ็บแน่ๆ  แม้ว่าใครจะเถียงจนตัวโก่งว่ารองเท้ารุ่นนี้เน้นใช้งานด้วยการวิ่งหนี
และทิ้งห่างคู่แข่งด้วยความเร็วสูง  และคล่องตัว  ดังนั้นโอกาสการปะทะกับคู่แข่งจึงน้อยกว่าลักษณะ
การใช้งานแบบอื่นๆ  ผมขอเถียงเลยว่าไม่จริง  การเล่นฟุตบอลไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปะทะได้
และยิ่งพวกวิ่งติดสปีด  คล่องตัวจนแทบจะจับไม่ทัน  บางครั้งคู่แข่งก็จำเป็นต้องหยุดคุณด้วยการ
ดับเครื่องชน  นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ผมต้องให้ความสำคัญกับการป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่  ไม่ว่าจะ
เป็นรองเท้าฟุตบอลประเภทไหนก็ตาม  ซึ่งจุดนี้.. adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  ให้การป้องกัน
ที่ไม่ดีมากนัก  ส่วนรุ่นหนังวัวแท้จะดีกว่าหรือไม่อย่างไร  คงต้องรอคำตอบจากการรีวิวในภายหลัง

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 5/10

   Conclusion  

   
   การรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ได้มาถึง
ช่วงสุดท้าย  ที่จะมาสรุป วิเคราะห์วิจารณ์ประเด็นสำคัญๆ ของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์จรวดระดับ
ความเร็วแสงคู่นี้  หลังจากที่ผมใช้ระยะเวลาทดสอบมาพอสมควร  ตามมาตรฐานที่ใช้รีวิวทดสอบ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ นั่นแหละ  ผมใช้เวลาไม่มากจนเกินไป  เพื่อจะไม่สร้างความเคยชินและการ
ปรับตัวให้เข้ากับรองเท้า  และใช้เวลาไม่น้อยจนเกินไป  เพื่อที่จะจับความรู้สึกต่างๆ ข้อดีข้อด้อย
ให้ได้อย่างเหมาะสม  

   สำหรับอาดิดาส adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์  ยอมรับเลยว่าเป็นรองเท้าฟุตบอลรุ่นหนึ่งที่มี
ระดับคะแนนแต่ละหัวข้อที่แตกต่างกันมาก  ผลของคะแนนแบบนี้จะสื่อได้ว่า  รองเท้ารุ่นดังกล่าวนั้น
จะมีความสามารถที่เฉพาะเจาะจงสุดๆ   บางด้านอาจจะดูด้อยกว่ารองเท้ารุ่นอื่นๆ  พอสมควร  แต่ด้าน
แข็งของมันก็จะแข็งสุดๆ เช่นกัน 

   
   adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วอย่างแท้จริง
ตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักเบามาก  ลักษณะแนววางปุ่มแบบ FG ที่เอื้อประโยชน์ต่อการใช้ความเร็ว
เรียกได้ว่าถ้าต้องการความเร็วเมื่อไหร่  ก็สามารถเรียกใช้งานได้ทันที  รวมถึงอุปกรณ์จำพวก
แถบยางสัมผัสบอล  ก็มีประโยชน์ในเรื่องของการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลให้เลี้ยงติดเท้า
ได้ง่ายขึ้น  แต่ในเรื่องของการควบคุมทิศทางการเตะหรือยิงประตู  ยังเป็นเรื่องยากพอสมควร
รวมถึงการป้องกันเท้าที่ทำได้ไม่ดีนัก  โดยรวมแล้ว...รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  จะเป็นตัวเลือกที่
เหมาะสมกับผู้เล่นที่ต้องการ "ความเร็ว" เป็นหลัก  ถือเป็นรองเท้าที่มีคุณสมบัติในด้าน "สปีด"
อย่างเต็มเปี่ยม  แต่หากใครคิดจะเอาไปใช้งานในสไตล์อื่นๆ คงจะไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดสัก-
เท่าไหร่  


   บทสรุปด้านบนนี้ขอย้ำนะครับว่าเป็นของ adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ เท่านั้น  แล้วอย่าเพิ่ง
ขอให้ผมเปรียบเทียบกับรุ่นหนังวัวแท้  เพราะในตอนนี้  ที่เขียนบทความรีวิวนี้อยู่  บอกให้ทราบกันเลย
ว่าผมยังไม่เคยใช้งานรุ่นหนังวัวแท้เลยแม้แต่ครั้งเดียว  เพราะรองเท้าที่ผมถ่ายลง "Hand On!" นั้นยัง
ไม่ใช่ไซด์รองเท้าที่ผมใส่ได้  ดังนั้นตอนนี้กำลังรอขอเปลี่ยนไซด์รองเท้าจากทางบริษัท อาดิดาส
(ประเทศไทย) จำกัด 
อยู่  ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เหมือนกันถึงจะได้รับการติดต่อมาว่าสามารถ
ส่งไซด์ที่ผมต้องการมาให้ทดสอบได้  ครั้นจะให้ผมสัมผัสแต่ภายนอก  หรือเอาข้อมูลทางเทคนิคมา
เขียนเปรียบเทียบระหว่าง 2 รุ่น  มันก็ดูจะไม่ยุติธรรมสักเท่าไหร่  แม้ว่าในความเป็นจริงเราอาจจะ
คาดหวังคำตอบจากผลการทดสอบได้แล้ว  เอาเป็นว่าคงต้องขอให้ทุกท่านอดใจรอกันอีกสักหน่อย
แล้วผมจะมารีวิว adiZero F50 2012 หนังวัวแท้ ในภายหลังอย่างแน่นอน

   
   ในเรื่องของความทนทาน  และความคุ้มค่าเกี่ยวกับวัสดุที่ดูจะบอบบางเกินไป  ปัจจัยหลักๆ คงขึ้นอยู่
กับความพึงพอใจของแต่ละคนมากกว่า  แต่จะให้ดี  ผมก็ยังขอสนับสนุนเกี่ยวกับการใช้งานรองเท้า
ให้ถูกประเภทสนาม  แม้ว่าปุ่ม FG แบบนี้  ทางอาดิดาสจะแนะนำให้ใช้งานกับสนามฟุตบอลหญ้าจริง
มากกว่า  ซึ่งก็รู้ๆ กันดีอยู่แล้วว่าสภาพสนามฟุตบอลหญ้าจริงในเมืองไทย  ถ้าไม่เช่าสนามแพงๆ เตะ
ก็คงจะคาดหวังกับหญ้าเต็มๆ ดินนุ่มๆ ไม่ได้เลย  แต่ถ้าถามผมว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้สามารถเอาลง
ใช้งานกับสนามหญ้าเทียมได้หรือไม่  คำตอบจากผมคือ...ได้ครับ  ใช้กับสนามหญ้าเทียมก็ได้  แต่
มีเงื่อนไขว่าสนามหญ้าเทียมที่ท่านเอาไปใช้งาน  ก็ควรจะเป็นสนามหญ้าเทียมที่ดีๆ หน่อย  พื้นสนาม
ไม่แข็งทื่อจนเกินไป  ไม่ใช่สนามหญ้าเทียมแบบบ้านๆ  ที่เทพื้นด้านล่างเป็นปูน  แล้วเอาพรมหญ้าเทียม
มาปูให้เตะกัน  หรือแม้แต่สนามหญ้าเทียมที่หญ้าเทียมสั้นเกรี๋ยนเลย  มีแต่เม็ดยางแข็งๆ  อันนั้นก็คง
จะไม่เหมาะเท่าไหร่  เพราะถ้า adiZero F50 2012 หนังสังเคราะห์ ถูกใช้งานในสนามที่เหมาะสม
อายุการใช้งานของมันก็จะนานขึ้น  ความค้มค่าก็จะมีมากขึ้นนั่นเอง

   ปิดท้ายด้วยประเด็นการยกเลิกสายการผลิต adiZero F50 Prime ซึ่งเป็นรองเท้าระดับสุดยอด  และ
มีน้ำหนักเบาขึ้นอีก 17 กรัม/ข้าง  แต่ต้องแรกด้วยราคาค่าตัวที่แพงขึ้นเกือบ 2 เท่า  โดยส่วนตัวแล้ว
ผมมองว่าอาดิดาสตัดสินใจถูกต้อง  เพราะลำพังแค่น้ำหนักตัวรองเท้า 165 กรัม/ข้าง  ของรองเท้า
รุ่นนี้  ก็น่าจะเพียงพอต่อการเป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วที่เบาที่สุดในโลกแล้ว  ดังนั้น
ไม่แปลกเลยที่คนส่วนใหญ่เลือกที่จะซื้อเพียงแค่ adiZero F50 มากกว่าที่จะลงทุนกับ adiZero F50 Prime
(ในเจเนอเรชั่นที่แล้ว)

   วันนี้ท่านสามารถเข้าไปสัมผัสและจับจองเป็นเจ้าของรองเท้าฟุตบอลอาดิดาสรุ่น adiZero F50 2012
หนังสังเคราะห์
 ได้แล้ว  ที่ร้านอาดิดาส ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาดิดาส
สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลลาดพร้าว เซ็นทรัลปิ่นเกล้า สยามดิสคัฟเวอร์รี่ สยามเซ็นเตอร์
สยามพารากอน  เซ็นทรัลพระราม 3 และเซ็นทรัลพระราม 9 หรือร้านตัวแทนจำหน่ายอาดิดาส
อย่างเป็นทางการ  ได้แก่ ซูเปอร์สปอร์ต ,  เอฟ.บี.ที. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และร้านนกแก้ว


   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด 10/10
   - ความคุ้มค่า 6/10

   ข้อเสนอแนะเพื่อเติม

   
   แนวทางที่ทีมพัฒนาต้องนำไปใช้ในการพัฒนารองเท้าฟุตบอล adiZero F50 หนังสังเคราะห์
ก็คงหนีไม่พ้นการที่ต้องทำให้ตัวรองเท้าดูสมกับราคาค่าตัว โดยเฉพาะเรื่องของวัสดุและความทนทาน
แข็งแรง  ที่อาดิดาสต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ 2 สิ่งนี้เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน  ไม่ใช่สวนทางกัน
ความเป็นจริงที่อาดิดาสต้องเข้าใจและยอมรับ  แม้ว่าทุกวันนี้ในแต่ละนัดการแข่งขันระดับอาชีพ  จะมี
นักฟุตบอลอาชีพเลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้ลงสนามแข่งขันเป็นจำนวนมาก  อาดิดาสต้องไม่นิ่งนอนใจว่า
ภาพลักษณ์เหล่านี้จะทำให้นักฟุตบอลระดับสมัครเล่น  ตกลงปลงใจที่จะเลือกใช้รองเท้ารุ่นนี้ตามบรรดา
ดาวเตะเหล่านั้น  อย่าลืมว่าคุณภาพสนามมันต่างกัน  นักฟุตบอลอาชีพที่ได้ลงแข่งขันในสนามหญ้า
ดีๆ แบบนั้น  แทบจะไม่ต้องกังวลถึงความเสียหายของตัวรองเท้าเลย  แต่ถ้านักเตะระดับสมัครเล่นบ้านๆ
แบบเราๆ ท่านๆ ในทีนี้...สภาพสนามที่ต้องลงไปเล่นจะเป็นอย่างไร !? คำตอบนี้น่าจะรู้ๆ กันอยู่แล้ว

   หรือแม้แต่ความเป็นจริงที่สายการผลิตจะยังมีรุ่นหนังวัวแท้วางขายควบคู่กันไป  ที่คนส่วนใหญ่มองว่า
คุ้มค่าสมราคากว่าเยอะ  รวมถึงการที่นักฟุตบอลอาชีพส่วนใหญ่  กลับเลือกสวมใส่ adiZero F50 2012
หนังวัวแท้
  เป็นอาวุธคู่กายในยามที่ต้องลงสนามแข่งขัน  สิ่งเหล่านั้นยิ่งสะท้อนให้เห็นว่ารุ่นวัวแท้
เป็นอะไรที่น่าใช้กว่า (แต่ทาง SiamBoots ยังไม่ได้ทดสอบเปรียบเทียบอย่างเป็นทางการ)  ดังนั้น
อาดิดาสจำเป็นต้องตัดสินใจ  ทำอย่างไรจึงจะสร้างมาตรฐานความน่าใช้ให้กับ adiZero F50 หนัง-
สังเคราะห์
มากกว่านี้  เทียบเท่านี้ก็น่าจะยกระดับความน่าใช้ให้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ได้มากมาย
แล้วล่ะ  หลังจากนั้นเราก็คงจะได้พบเห็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แห่งความเร็วระดับแสง ซีรี่ย์นี้
ได้ในทุกๆ สนามฟุตบอล  เช่นเดียวกับการแข่งขันระดับอาชีพ  ที่ปัจจุบันเราจะได้เห็นว่าในทุกๆ นัด
การแข่งขัน  จะต้องมีนักฟุตบอลอาชีพสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ลงทำการแข่งขันเสมอ

   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 6/10 (ใส่แผ่นรองพื้นแบบ Light weight)
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10 (ใส่แผ่นรองพื้นแบบ Light weight)
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 9/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 6/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 9/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 7/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10 (ใส่แผ่นรองพื้นแบบ Light weight)
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 5/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "สปีด" 10/10
   - ความคุ้มค่า 6/10

การรองรับแรงกระแทก            
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม            
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง              
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด          
ความคุ้มค่า            

   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ข้อมูลรองเท้ารุ่น adiZero F50 2012
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
   - พี่ต้น , เจ๊ต้น ณ สยามบูท
   - สนามฟุตบอล Winning 7

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 20 มีนาคม 2012 เวลา 17.00 น. ***
   
   

ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiZero F50 2012 - Synthetic Leather

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com