www.siamboots.com

   Morelia UL "HULK": รองเท้ามากความสามารถ..แต่ช่วงล่างแข็งไปนิด

   
   ขอส่งท้ายปีเก่า 2011 ต้อนรับปีใหม่ 2012 ด้วยรีวิวทดสอบการใช้งานจริงของรองเท้าฟุตบอล
มิซูโน่ Morelia UL "HULK" Edition ซึ่งเป็นหนึ่งในรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคที่กำลัง
ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก  สำหรับรองเท้าเวอร์ชั่นพิเศษของยอดกองหน้ามนุษย์เขียวทรง-
พลังจะมีดีอย่างไร...เรามีคำตอบ

   นับเป็นครั้งแรกที่ผมมีโอกาสได้มารีวิวทดสอบการใช้งานจริงของรองเท้าฟุตบอลยี่ห้อมิซูโน่
แบรนด์ดังจากญี่ปุ่นที่ปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก  เรียกได้ว่าแทบจะไม่เป็นรองจากอาดิดาส
ไนกี้ หรือพูม่า สักเท่าไหร่เลย  และยิ่งในช่วงหลังๆ มานี้ก็ดูเหมือนว่ามิซูโน่ กำลังสนุกกับการ
ลงมาลุยในตลาดรองเท้าฟุตบอล  ไม่ว่าจะเป็นการผลิตรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ จำนวนมาก
รวมถึงการเซ็นสัญญากับนักฟุตบอลชื่อดังมาเป็นพรีเซนเตอร์

   
   อ่อ...ก่อนที่จะไปอ่านเนื้อความหลักๆ ในบทความนี้  ก็ขอย้ำเตือนกันอีกสักครั้งหนึ่งเกี่ยวกับ
การแนะนำตัวทำความรู้จักกับ Morelia UL "HULK" Edition คู่นี้ ในบทความ "Hand On!"
Mizuno Morelia UL "HULK" Edition
และนั่นก็คือบทความที่ทุกท่านควรจะได้อ่านก่อนที่
จะมาอ่านบทความรีวิวการทดสอบบทความนี้

   ในการรีวิวทดสอบการใช้งานส่งท้ายปีเก่า 2011 ครั้งนี้ ผมมีโอกาสได้ครอบครองมิซูโน่
Morelia UL "HULK" Edition
มาอย่างมึนๆ พอสมควร  เรียกได้ว่าได้มาแบบไม่ทันตั้งตัว
จากร้าน "Ari" (อารี่) หนึ่งในผู้สนับสนุนที่ดีของเว็บไซด์เรามาโดยตลอด  และเชื่อเลยว่าถ้า
ใครจะหาซื้อรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคสีเหลืองอร่าม  พร้อมมีการปักธงชาติบราซิล
คู่นี้มาไว้ในครอบครอง  ผมกล้าบอกได้เลยครับว่าในเมืองไทย ณ ตอนนี้  คงมีแค่ร้านเท่านั้น
ที่จะสามารถหาให้คุณได้ (นอกเหนือจากว่าคุณจะบินไปต่างประเทศ และหิ้วกลับเข้ามาเอง)
ภายใต้ราคาที่เรียกได้ว่าถูกมาก เพียง 5,990 บาท เท่านั้น

   Details

   

   แนวคิดในการออกแบบประกอบไปด้วย

   1. มิซูโน่ ต้องการที่จะสร้างรองเท้าฟุตบอลระดับเวิร์ดคลาส  ด้วยการผลิต Morelia UL
ชูจุดเด่นด้วยน้ำหนักตัวที่เบาขึ้น  เหตุผลที่เลือกเอาซีรี่ย์ Morelia มาผลิตก่อนซีรี่ย์อื่นๆ ก็
เพราะว่านี่คือซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลระดับตำนานซีรี่ย์หนึ่งในวงการฟุตบอลเลยก็ว่าได้
หากจะให้เปรียบเทียบกับรุ่นอื่นๆ  ก็คงจะเทียบได้กับ adiPURE IV SL หรือ Tiempo IV Elite

   2. ด้วยเหตุว่า Morelia UL ถูกตัดทอนวัสดุบางอย่างออกไปเพื่อผลประโยชน์ในเรื่องของ
น้ำหนักตัว  มิซูโน่จึงต้องใช้การดีไซน์ออกแบบเพื่อเพิ่มควาแข็งแรงทนทานให้กับรองเท้า
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแนวด้ายเย็บและการยึดหมุดเพิ่มเติม

   3. การดีไซน์ของรูปลักษณ์ยังคงต้องยึดติดกับความเป็นรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ Morelia
เพื่อให้ใกล้เคียงกับระดับตำนานมากที่สุด  ถึงแม้ว่าศักยภาพของรองเท้าจะถูกพัฒนาไปกับ
ฟุตบอลสมัยใหม่ที่มีความรวดเร็วและดุดันก็ตาม

   
   พรีเซนเตอร์หนึ่งเดียวของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้คือ "ฮัค" (Hulk) กองหน้าทรงพลังทีมชาติ
บราซิล ของสโมสร เอฟซี ปอร์โต้ โดยเฉพาะรองเท้าเวอร์ชั่นที่ผมนำมารีวิวทดสอบในครั้งนี้
ก็บ่งบอกถึงการเป็นเวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะตัวภายใต้เฉดสี "เหลือง-เขียว" พร้อมปักธงชาติ
บราซิลที่บริเวณส้นเท้าไว้อย่างชัดเจนอยู่แล้ว  แต่ในความเป็นจริง...หากตัดธงชาติบราซิล
ทิ้งออกไป  และตัดชื่อรุ่นพิเศษด้านหลัง "HULK" Edition ทิ้งไปด้วย  รองเท้าฟุตบอลที่อยู่
ในมือผม ณ ตอนนี้  ก็คือมิซูโน่ Morelia UL ดีๆ นี่เอง ไม่ได้มีความพิเศษทางเทคโนโลยี
มากไปกว่านี้

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Morelia UL

   
   มิซูโน่ได้เลือกหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather)
มาผลิตเป็นหน้าผ้าและวัสดุหลักบน
ตัวรองเท้า  แต่จากสัมผัสจะรู้สึกได้เลยว่าหน้าผ้านั้นจะค่อนข้างบาง  โดยเฉพาะถ้าเอาไป
เปรียบเทียบกับรุ่นท็อปปกติอย่าง Morelia  ที่รุ่นนั้นจะมีหนังจิงโจ้ที่หนานุ่มกว่า  ก็อย่างว่า
แหละครับ  มิซูโน่ต้องการจะลดน้ำหนักตัวของ Morelia UL นั่นเอง  แต่ไม่ต้องห่วงถึงความ
ทนทานแข็งแรง  เพราะสิ่งที่เพิ่มขึ้นบนผิวหน้าผ้าของ Morelia UL คือแนวด้ายเย็บตามยาว
บริเวณข้างเท้าส่วนหน้าทั้งข้างเท้าด้านในและด้านนอก  เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทานให้
กับหน้าผ้าและตัวรองเท้า

   
   ชุดพื้นและลักษณะปุ่มรองเท้่าแบบ FG นั้นจะเป็นตามสไตล์ส่วนตัวของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
Morelia อยู่แล้ว  คือชุดพื้นจะเป็นพลาสติกฉีดขึ้นรูปแบบชิ้นเดียวกันทั้งหมด  ลักษณะนั้นจะ
ค่อนข้างบาง  รูปแบบปุ่ม FG นั้นจะเป็นปุ่มกลมขนาดใหญ่ วางตัวแบบสมดุลกันทั้งซ้ายขวา
โดยเฉพาะปุ่มส่วนหน้าที่มีมากถึง 9 ปุ่ม  เรียกได้ว่าเอาไปลุยในสนามที่พื้นสนามแข็งๆ หรือพื้น
หญ้าเทียมได้อย่างสบายๆ เลยล่ะ  ลักษณะของปุ่มจะมีพลาสติกฉีดขึ้นรูป 2 ชั้น  โดยจะมีแกน
กลางซึ่งเป็นชิ้นเดียวกับชุดพื้นอยู่ด้านใน  ครอบปุ่มด้วยพลาสติกสีขาวขุ่น   ผิวหน้าได้มีการ
ออกแบบให้มีความขรุขระเพื่อสร้างแรงเสียดทาน  พื้นด้านหน้าสุดตรงหัวรองเท้าจะมีการยึด
หมุดติดเอาไว้ถึง 3 ตัว  การันตีถึงความทนทานแข็งแรงของชุดพื้นได้เป็นอย่างดี 

   
   สุดท้ายจะมาดูเกี่ยวกับชุดหุ้มส้นด้านในและแผ่นรองพื้นรองเท้า  สำหรับ Morelia UL คู่นี้
จะใช้วัสดุผ้ากำมะหยี่มาบุเป็นหุ้มส้นด้านใน  เพื่อเพิ่มความกระชับกับข้อเท้าและป้อกันการที่
จะถูกรองเท้ารุ่นนี้กัด  ส่วนแผ่นรองพื้นนั้นผลิตจาก EVA foam ปูผิวหน้าด้วยผ้ากำมะหยี่
เช่นเดียวกับหุ้มข้อ  จุดประสงค์เพื่อช่วยลดอาการลื่นไถลภายในรองเท้าในขณะการใช้งาน
น้ำหนักตัวโดยประมาณของ Morelia UL อยู่ที่ 240 กรัม
   
   Feeling

   
   มิซูโน่ Morelia UL "HULK" Edition คู่นี้มีขนาด 9.5 US , 8.5 UK , 42.5 EU และ 27.5 JP
แม้ว่าจะมีไซด์แปลกๆ นี่คือ 42.5 EU ปรากฏออกมาให้เห็น  แต่ถ้าจะให้เทียบเคียงแล้วก็จะเท่ากับ
43.5 FR นั่นเอง  แล้วถ้าจะให้กล่าวเชื่อมโยงไปถึงการเลือกไซด์รองเท้าเปรียบเทียบกับรุ่นอื่น ๆ
ที่ผมได้เคยรีวิวทดสอบมา  รองเท้ารุ่นนี้ก็จะเป็นไซด์เดียวกับ CTR 360 Maestri II , Tiempo
Air Legend IV
, T90 Laser IV และ adiPOWER Predator  ซึ่งทั้งหมดที่เคยรีวิวทดสอบมานี้
จะมีการ Oversized เล็กๆ น้อยๆ เหมือนกันทั้งหมด  แต่สำหรับ orelia UL "HULK" Edition จะ
เป็นอย่างไร  ลองเลื่อนลงไปอ่านต่ออีกย่อหน้านึงนะครับ

   หลังจากที่ผูกเชือกหูกระต่ายและดึงกระชับแนวเชือกรองเท้าจนแน่นหนา  สิ่งแรกที่รู้สึกได้เลย
ก็คือปลายเท้าของผมชนเข้ากับหัวรองเท้าแบบพอดิบพอดี  ในขณะที่ทางด้านข้างนั้น
ก็พอดีกับหน้าเท้ากว้างปานกลางของผมเหมือนกัน  โดยรวมจะมีอารมณ์อึดอัดเล็กน้อย  แต่ก็
ไม่ได้มากมายจนเกินรับได้  แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่ายัง "ขาด" ไปเล็กน้อยสำหรับรองเท้ารุ่นนี้ก็คือ
รูร้อยเชือกคู่บนสุดนั้นมันต่ำเกินไป  ทำให้ตัวรองเท้าบริเวณข้อเท้านั้นมันโป่งออกไม่หุ้ม
กระชับกับข้อเท้า 

   
   แต่สำหรับประเด็นการเลือกไซด์รองเท้าฟุตบอลรุ่น Morelia UL "HULK" Edition ขอสรุป
ไว้ ณ ที่นี้เลยว่า "ให้เลือกซื้อตรงไซด์" เพราะรองเท้าไม่ Oversized หรือ Undersized  เลย
ถ้าจะให้เป๊ะก็ขอแนะนำให้เลือกซื้อตามเบอร์ JP (เป็นขนาดความยาวในหน่วย เซนติเมตร)
นะครับ  สำหรับคนที่มีขนาดเท้าก้ำกึ่งอย่างผม  ที่มีความยาวเท้าประมาณ 27.5 JP (cm) คง
ต้องเลือกเอาว่าอยากใส่แบบกระชับๆ อึดอัดเล็กน้อยแต่มั่นใจเพิ่มขึ้น  ก็คงต้องเลือกที่ไซด์
27.5 JP แบบคู่นี้แหละ  แต่ถ้าชอบใส่สบายๆ ไม่เน้นวิ่งมาก  ยืนในเกมส์ได้นานๆ ก็คงต้อง
ขยับขึ้นไปอีกครึ่งเบอร์

   
   ในเรื่องของการยืนบนพื้นสนาม  ซึ่งตามปกติแล้วผมจะเน้นการรีวิวและถ่ายภาพกับพื้น
สนามฟุตบอลหญ้าเทียมมาโดยตลอด  บอกได้เลยว่าปุ่ม FG แบบกลม ปุ่มใหญ่และมี
ฐานปุ่มที่กว้างมาก  ส่งผลให้ "การยืนนั้นสบายเท้าสุดๆ"
การทรงตัวไม่มีปัญหา
ถือได้ว่านี่เป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งของรองเท้าฟุตบอตระกูลนี้ที่ทำให้ใครหลายๆ คนนั้น
ถึงกับหลงรักจนถอนตัวไม่ขึ้น
 
   
   Testing  

      
   เอาล่ะ...ถึงเวลาที่ผมจะพารองเท้าฟุตบอลมิซูโน่รุ่น Morelia UL "HULK" Edition คู่นี้
ลงสนามทดสอบการใช้งานจริง  จะได้รู้กันไปเลยว่ามีข้อดีหรือข้อด้อยตรงไหนอย่างไรบ้าง
จังหวะแรกขอเป็นการวิ่งสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้าก่อนก็แล้วกัน  แม้รองเท้าคู่นี้จะมีปุ่ม
FG แบบกลม ฐานกว้าง  แต่การยึดเกาะกับพื้นสนามของปุ่มส่วนหน้าก็ทำได้ดีพอสมควร
อาจจะไม่มีอารมณ์สปอร์ตช่วยผลักดันให้อยากออกตัววิ่งไปด้านหน้ามากนัก เพราะแนว
วางปุ่มไม่ได้ถูกออกแบบให้ช่วยในการปรินซ์ตัว แต่ก็ต้องเข้าใจว่ารองเท้าฟุตบอลคู่นี้ที่
ผมใส่นั้นเป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิค

   ทั้งนี้ดูเหมือนว่าลักษณะแนวด้ายเย็บบริเวณด้านหน้ารองเท้าในแนวขวาง  นั้นไม่ได้ช่วย
บังคับให้หน้าผ้ารองเท้าเกิดรอยยับเนื่องจากการงอเท้าสปรินซ์ตัวอย่างที่ควรจะเป็นเลย
ลองสังเกตได้จากรูปด้านบนซึ่งจะเห็นรอยยับจากการงอเท้าเพื่อสปรินซ์ได้อย่างชัดเจน
จึงทำให้รูปลักษณ์ที่ออกมานั้นไม่สมดุลกับการเคลื่อนไหวมากนัก  สำหรับคนที่เคยชินกับ
การใช้รองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ที่มีหุ้มส้นแบบสูง  พอได้มาลองใส่ Morelia UL ซึ่งมีหุ้มส้น
รองเท้าแบบต่ำ  อาจจะรู้สึกเหวงๆ และไม่กระชับข้อเท้ามากนัก  เรียกได้ว่าตอนที่ผมได้ใส่
แรกๆ  เวลาเคลื่อนไหวแบบเต็มสปีด  บางทีผมก็ยังกังวลว่ารองเท้าจะหลุดเลยล่ะ

   
   การสัมผัสและเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้า คุณสมบัติทางด้านกายภาพและรูปทรงของมิซูโน่
Morelia UL สีเหลืองอร่ามพร้อมปักธงชาติบราซิลที่ส้นเท้า  นั้นไม่ได้ให้อารมณ์ในการเลี้ยงบอล
ด้วยหลังเท้าที่ดีมากนักหากเปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลประเภทเดียวกับ  ถึงแม้ว่าตัวรองเท้า
นั้นจะมีน้ำหนักเบาเพียง 240 กรัม ก็ตาม  ก็คงเนื่องมาจากลักษณะการโค้งงอของตัวรองเท้า
และรองยับที่เกิดจากการงอเท้าสปรินซ์ตัวนั้นมันไม่เหมาะเจาะลงตัวทุกระเบียดนิ้ว  ทำให้สัมผัส
กับลูกฟุตบอลลูกกลมๆ ได้ไม่เต็มพื้นที่มากนัก  ดังนั้นการเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้าคงจะเป็นเรื่องที่
หาความสนุกไม่ค่อยได้ในมิซูโน่ Morelia UL คู่นี้

   
   แต่ในเรื่องของการสัมผัสลูกบอลด้วยบริเวณหลังเท้าที่ค่อนไปทางด้านข้าง  หรืออย่างที่ผม
เรียกประจำว่า "สันเท้า" นั้นได้อานิสงจากความนุ่มของหนังจิงโจ้  ส่งผมให้การสัมผัสลูกบอล
ด้วยสันเท้านั้นทำได้อย่างดี ค่อนไปยังดีมาก เลยก็ว่าได้  ยังรวมถึงแนวด้ายเย็บที่เพิ่มขึ้นมาก
จนเกิดการตัดกันเป็นรูปข้าวหลามตัด  ลักษณะหน้าผ้ามีสันมีนูนขึ้นมาเล็กๆ น้อยๆ จนแทบจะ
เรียกว่าเป็นพื้นที่เรียบก็ยังได้  ทำให้ลูกบอลที่ออกไปจากพื้นที่สัมผัสตรงนี้ค่อนข้างจะมีทิศทาง
ตรงและแม่นยำ การปั่นไซร้คงจะเป็นเรื่องยากเสียหน่อยที่จะหวังจากรองเท้าฟุตบอลคลาสสิค
คู่นี้  ในเรื่องของน้ำหนักของลูกบอลที่พุ่งออกไปนั้น  หากเปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลระดับ
เดียวกัน  มิซูโน่ Morelia UL นั้นสามารถตอบโจทย์ได้ในระดับกลางๆ เท่านั้น  คือพละกำลังที่มี
จะอยู่ระหว่าง adiPURE IV SL และ Tiempo IV Elite นั่นเอง
   
     
   พื้นที่ข้างเท้าด้านในยังคงเป็นสิ่งที่ผมชื่นชอบเสมอสำหรับรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิค
ถึงแม้ว่า Morelia UL จะถูกลดทอนความหนาของหน้าผ้าและตัวรองเท้าออกไป  แต่ยังให้สัมผัส
ข้างเท้าด้านในที่นุ่มพอสมควร  ทั้งนี้ยังมีตรามิซูโน่ขนาดใหญ่ที่ถูกลงสีด้วยสีเขียวเข้ม  เป็นพื้นที่
ช่วยสัมผัสกับลูกบอลอีกด้วย  รวมๆ แล้วความนุ่มและความแม่นยำของพื้นที่ข้างเท้าด้านในของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เป็นอะไรที่น่าประทับใจเป็นอย่างมาก

   
   โดยรวมแล้วผมชื่นชอบการสัมผัสบอลแรกของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้พอสมควร  ความนุ่มของ
หน้าผ้านั้นแม้จะไม่เป็นที่หนึ่ง  แต่หากผสานรวมกับน้ำหนักตัวที่เบาสบาย  ก็ถือเป็นจุดเด่นที่
หาไม่ได้จากรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิครุ่นอื่นๆ ในขณะที่การยิงประตูหรือเปิดบอลโด่ง
Morelia UL คู่นี้ก็ยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างดี  โดยเฉพาะการเตะด้วยสันเท้านั้นช่วยให้ควบคุม
ทิศทางของลูกบอลได้อย่างง่ายดาย
   และด้วยเหตุที่ว่าปุ่ม FG แบบกลมขนาดใหญ่ของ
รองเท้ารุ่นนี้ปุ่มจะไม่ยาวมากเกินไป  จึงทำให้การเปิดบอลโด่งนั้นทำได้อย่างง่ายดายเช่นกัน

   
   สำหรับข้อด้อยของ มิซูโน่ Morelia UL ที่ผมใช้ทดสอบคู่นี้  เป็นเรื่องเดียวกับที่หลายๆ ท่าน
แสดงความคิดเห็นในทางลบเหมือนกันหมด  นั่นก็คือแผ่นรองพื้นด้านในและช่วงล่าง ที่ดูด
และซับแรงกระแทกได้ไม่ดีเอาเสียเลย  โดยเฉพาะแผ่นรองพื้นด้านในที่บางมาก บางจริงๆ จน
รู้สึกว่ามันอาจจะไม่ทนทานสักเท่าไหร่  ในขณะที่ผิวหน้าซึ่งปูด้วยผ้ากำมะหยี่นั้นก็ไม่ช่วยให้
เกิดแรงเสียดทานอะไรเลย  ทำให้เวลาเคลื่อนไหวนั้นจะเกิดอาการลื่นไถลระหว่างเท้าของเรา
กับแผ่นรองพื้นด้านในอยู่เสมอๆ  ในขณะที่ผิวหน้าแผ่นรองเท้าที่เฟล็กซ์คำว่า "Morelia" เอาไว้
ก็หลุดลอกออกมาง่ายเกินเหตุ  ผมใช้แค่ครั้งเดียว  ตัวอักษรก็หลุดออกจนแทบจะหมดอยู่แล้ว !!

   Conclusion  

   
   สุดท้ายหลังจากที่ได้รีวิวทดสอบการใช้งานมิซูโน่ Morelia UL "HULK" Edition ก็ถึงเวลา
ที่จะสรุปวิพากษ์วิจารณ์ข้อดีข้อด้อยกันไปตามจริง  อะไรดีก็บอกกันตรงๆ  อะไรด้อยก็ตำหนิ
เพื่อให้นำไปเป็นแนวทางในการพัฒนาต่อไป  ประโยชน์สูงสุดจะได้ตกมาอยู่ที่ผู้บริโภคอย่าง
เราๆ ท่านๆ  จึงถือเป็นสิ่งที่ SiamBoots จะต้องนำมาเสนอให้ครบถ้วนในบทความนี้

   แต่สำหรับครั้งนี้จะแปลกจากเดิมไปนิดนึง  ด้วยความที่รองเท้าคู่ที่ผมนำมารีวิวทดสอบนั้น
เป็นเวอร์ชั่นพิเศษ "HULK" Edition ก็เลยจะขอพูดเกี่ยวกับเวอร์ชั่นนี้สีเหลืองอร่ามสักนิด
ก่อนที่จะไปถึงประเด็นในเรื่องของตัวรองเท้า  เอาล่ะ...ด้วยความที่เป็น "HULK" Edition
ที่ถูกแต่งแต้มด้วยเฉดสีเหลืองอร่าน  ตัดกับสีเขียวเข้ม  พร้อมปักธงชาติบราซิลอย่างชัดเจน
เอาไว้ที่บริเวณส้นเท้า  ทำให้รองเท้าฟุตบอลคู่นี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่น  โดยเฉพาะ
การทำรองเท้าฟุตบอลแนวอนุรักษ์นิยมให้มีความทันสมัยภายใต้สีสันต์ที่โดดเด่นเช่นนี้ ยิ่ง
ช่วยทวีคุณค่าให้กับ Morelia UL "HULK" Edition มากขึ้นไปอีก..

   การใช้งานกับพื้นหญ้าจริง

   แม้ว่าปุ่ม FG ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้จะเป็นปุ่มกลม ขนาดใหญ่ มีฐานปุ่มที่กว้างมากก็ตาม
แต่ถ้าเอาไปใช้งานกับพื้นสนามหญ้าจริงสภาพบ้านๆ ของเมืองไทย  พื้นสนามค่อนข้างแข็ง
มีพื้นหญ้าสลับกับพื้นดิน  มิซูโน่ Morelia UL ก็ไม่มีปัญหาในการยึดเกาะกับพื้นสนามอย่าง
ที่คิด  แม้ปุ่มจะใหญ่แต่ก็ให้การยึดเกาะที่ดีจนน่าประทับใจ  ในขณะที่ตัวรองเท้าน้ำหนักเบา
หนังจิงโจ้ไม่หนามาก  ทำให้รู้สึกเบาสบาย  ที่สำคัญรองเท้าคู่นี้สามารถระบายอากาศและ
ความร้อนได้ดีมาก  ตัวรองเท้าไม่มีการอมความร้อนให้รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

   ทั้งนี้การพาบอลไปกับเท้าหรือกระชากหนีคู่แข่งนั้นทำได้ง่ายกว่า  โดยเฉพาะถ้าเจาะจง
ลงไปที่การใช้งานกับสนามฟุตบอลหญ้าจริงขนาดใหญ่  ไม่ว่าจะเป็น 11 คน หรือ 9 คน 
พื้นที่สนามที่กว้างและยาว  เรียกได้ว่าแตะบอลหนีแล้ววิ่งตามไปเอาได้อย่างสบายๆ เลย  

   ในเรื่องของการเตะหรือเปิดบอลโด่งนั้นก็สามารถทำได้ง่ายเช่นเดียวกับสนามหญ้าเทียม
ด้วยปุ่มรองเท้าที่ไม่ยาวจนเกินเหตุ  ทำให้จังหวะการบรรจงเตะลงไปที่ใต้ลูกบอลนั้นเป็นเรื่อง
หมูๆ เลยก็ว่าได้  แต่น้ำหนักของลูกบอลที่ออกไปจากเท้าอาจจะเบาไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับ
รองเท้ารุ่นอื่นๆ  เพราะมิซูโน่ Morelia UL นั้นมีหน้าผ้าหนังจิงโจ้ที่บางกว่า  และตัวรองเท้า
เองก็มีน้ำหนักเบาเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว

   การใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม

   
   สิ่งที่ผมชื่นชอบเป็นอย่างมากเมื่อใช้มิซูโน่ Morelia UL คู่นี้ลงลุยในสนามหญ้าเทียม  ก็คือ
ปุ่ม FG ของรองเท้าคู่นี้ช่วยทำให้เคลื่อนไหวได้อย่างสบายเท้า  เพราะปุ่มมีขนาดใหญ่มาก
ในขณะที่ความมั่นคงและการยึดเกาะกับพื้นสนามก็ถือว่าใช้ได้  ไม่เกิดการลื่นไถลระหว่าง
พื้นสนามกับปุ่มรองเท้าเลย  จริงๆ แล้วอารมณ์ของปุ่มแบบนี้จะคล้ายคลึงกันกับปุ่มแบบ AG
ที่ใช้สำหรับเล่นบนสนามหญ้าเทียมเลยก็ว่าได้  แต่สิ่งที่เหมือนจะมาทำให้ผมต้องตื่นจากฝัน
ก็คือช่วงล่างและแผ่นรองพื้นที่ดูจะไม่ดีเอาเสียเลย  การดูดซับแรงกระแทกกับพื้นหญ้าเทียม
ที่ปกติแล้วจะมีความแข็งนั้นเป็นอะไรที่ไม่ค่อยประทับใจ  รวมกันกับพื้นผิวหน้าของแผ่นรอง
ที่แม้จะเป็นแบบกำมะหยี่  แต่ก็ไม่ช่วยป้องกันอาการลื่นไถลสักเท่าไหร่

   ขอต่อที่ประเด็นการเลี้ยงบอล  ปกติแล้วสนามฟุตบอลหญ้าเทียมที่นิยมเล่นกันก็จะเป็นสนาม
ขนาดเล็กกว่าสนามหญ้าจริง  เล่นข้างละ 5 - 7 คนเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งพื้นที่ในการกระชากลาก
เลื้อยและพาบอลไปกับเท้านั้นจะมีไม่มากนัก   มิซูโน่ Morelia UL ไม่ใช่รองเท้าที่เหมาะสม
สำหรับการพาบอลไปกับเท้าหรือหลบหลีกคู่แข่งในพื้นที่ที่จำกัดเช่นนี้  เนื่องจากโครงสร้าง
ทางกายภาพและการตอบสนองทางรูปร่างในจังหวะการเคลื่อนไหวนั้นไม่เอื้ออำนวยที่จะทำ
ให้พื้นที่หน้าผ้าของรองเท้านั้นสัมผัสกับลูกฟุตบอลอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย ทำให้ความแม่นยำ
ในการพาบอลไปกับเท้านั้นมีไม่มากนัก  แต่สิ่งที่พอจะช่วยให้ยิ้มได้ก็คือการระบายความร้อน
ที่ยอดเยี่ยม  เรียกได้ว่าแม้จะใช้งานตอนกลางวัน  สภาพอากาศรอบข้างค่อนข้างร้อน  แต่
มิซูโน่ Morelia UL คู่นี้แทบจะไม่มีการอมความร้อนเลย  ความดีความชอบคงต้องยกให้
หน้าผ้าและตัวรองเท้าแบบหนังจิงโจ้ที่บางแบบนี้  ช่วยให้ระบายความร้อนได้ดีนั่นเอง

   ปิดท้ายด้วยการเตะโด่งหรือยิงเต็มข้อด้วยสันเท้าบนพื้นสนามหญ้าเทียม  มิซูโน่ Morelia UL
มีปุ่มแบบ FG ที่ถือว่าสั้น  ทำให้สามารถบรรจงสอดเท้าเข้าไปเตะที่ใต้ลูกบอลได้ง่าย  หรือจะ
กดเต็มข้อด้วยหลังเท้าหรือสันเท้าก็ทำได้อย่างสนุก  ไม่มีปัญหา  แม้พื้นสนามหญ้าเทียมจะมี
หญ้าทั้สั้นก็ตาม

   
   ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
   สิ่งแรกเลยที่อยากจะบอกทีมงานนักออกแบบและพัฒนารองเท้าฟุตบอลของมิซูโน่  เชื่อว่า
หลายคนน่าจะเดาออกนะครับ  นั่นคือ..."ช่วยปรับปรุงช่วงล่าง และแผ่นรองพื้นด้านใน
ให้มีความสามารถในการรองรับแรงกระแทกและยึดติดกับฝ่าเท้า..ให้ดีกว่านี้เถอะ"

เพราะประเด็นนี้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์มาจากหลายต่อหลายคนเลยก็ว่าได้  เชื่อได้เลยว่าถ้า
มิซูโน่จัดการแก้ไขตรงจุดนี้ได้ล่ะก็  จะเรียกคะแนนความนิยมให้กับรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้
ได้อีกเยอะทีเดียว  และอีกสิ่งหนึ่งที่ขัดใจผมเหลือเกิน  ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะขอให้ช่วยเพิ่ม
ความสูงของหุ้มส้นให้สูงอีกนิด  ให้หุ้มส้นมันโอบรัดขึ้นมาถึงเอ็นร้อยหวายอีกหน่อย  เพราะ
ที่เป็นอยู่ตอนนี้..เวลาใช้งานแล้วไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก  เกิดอาการกังวลว่ารองเท้าอาจจะ
หลุดออกได้ในจังหวะการเคลื่อนที่  ในส่วนอื่นๆ ผมถือว่า มิซูโน่ Morelia UL คู่นี้สอบผ่าน
แม้อาจจะมีบางจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจจะสู้รุ่นอื่นไม่ได้  แต่ถ้าจะให้มองว่าทั้งหมดนี้คือเอกลักษณ์
ของ Morelia UL ก็คงจะพอได้

   โดยรวมถ้าจะให้ผมสรุปสั้นๆ ง่ายๆ เกี่ยวกับตัวตนของ Morelia UL "HULK" Edition คู่นี้
ถ้าจะให้ตัดความเป็น "HULK" ออกไป  แล้วมองเพียงแค่เป็น Morelia UL แล้ว  คุณสมบัติ
ของรองเท้ารุ่นนี้ไม่มีด้านใดที่เด่นเป็นพิเศษ  และมีคะแนนในภาพรวมจะอยู่ที่กึ่งกลาง  ผมว่า
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เหมาะสมกับนักฟุตบอลเชิงเทคนิคตามสไตล์คลาสสิค  การใช้งานนั้นจะ
มีวิ่งกระชากหนีคู่แข่งบ้างเป็นบางครั้ง  การยิงประตูก็ไม่มากจนถึงขั้นเป็นดาวซัลโวของทีม
การรับส่งและสัมผัสบอลก็มีความแม่นยำในระดับที่น่าพอใจ  แต่ที่สำคัญรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
ถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่ใส่สบายเท้ามาก  มีการระบายอากาศที่ยอดเยี่ยมไม่อมความร้อนเลย
และยังให้การยืนพื้นสนามที่สบายเท้าเป็นที่สุดอีกด้วย  จึงสรุปได้ว่ามิซูโน่ Morelia UL นั้น
ถือเป็นอีกหนึ่งรองเท้าฟุตบอลมากความสามารถ  สมดุลกับทุกสไตล์การเล่น  เพียง
แต่ช่วงล่างนั้นดูจะแข็งเกินไปจนแทบจะไม่ช่วงรองรับแรงกระแทกเลย


   หลังจากที่ท่านได้อ่านบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริง Morelia UL "HULK" Edition
จนใกล้จะจบแล้ว  หากเกิดความรู้สึกแปลกๆ แบบอารมณ์ว่าอยากจะจับจองเป็นเจ้าของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้  ท่านสามารถติดต่อสอบถามไปยังร้าน "Ari" ได้ทั้งสาขาทองหล่อหรือสาขาสยาม
พร้อมกับเตรียมเงินจำนวน 5,990 บาท เอาไว้ให้พร้อม  บอกไว้เลยว่าต้องรีบๆ หน่อยนะครับ
เพราะเท่าที่ทราบมานั้น เวอร์ชั่น "HULK" Edition แบบนี้ค่อนข้างจะมีจำนวนจำกัดทีเดียว
มิฉะนั้นจะต้องเสียดายไปอีกนานแสนนานเลยล่ะ !!
   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - "Hand On!"Morelia UL "HULK"
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก
   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 5/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 7/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 8/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 7/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 8/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 6/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "สปีด" 6/10
   - ความคุ้มค่า 7/10

การรองรับแรงกระแทก                
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม              
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าสปีด            
ความคุ้มค่า              

   



   Special Thanks
   - ภาพถ่ายโดย GEOFF.21[DHANUNAIS]
   - สนามฟุตบอล Winning 7
   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com