www.siamboots.com

ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น T90 Laser IV


   T90 Laser IV : อาวุธสังหารประตูสุดคมที่ว่องไวขึ้นกว่าเดิม !!

   
   รู้ว่ามีหลายท่านกำลังรอบทความรีวิวทดสอบการใช้งาน ไนกี้ "T90 Laser IV" อยู่อย่าง
ใจจดใจจ่อ  และแล้วก็สิ้นสุดการรอคอยเสียที  สำหรับรีวิวทดสอบการใช้งานจริงของหนึ่งใน
รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุด และเป็นไฮไลท์สำคัญของวงการฟุตบอลในปี 2011 นี้  เจ้าของ
ฉายา "The Perfect Strike" จะมีดีแค่ไหน...เรามีคำตอบ

   ก่อนอื่นคงต้องขออภัยทุกท่านก่อนนะครับ  สำหรับการรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้ารุ่นโหด
คู่นี้ที่อาจจะล่าช้าไปจากกำหนดการที่ควรจะเป็น  สาเหตุก็มาจากเหตุการณ์น้ำท่วมที่เป็นมหาภัย
พิบัติในรอบ 50 ปีของประเทศไทย  ทำให้โปรแกรมการเตะฟุตบอลเพื่อทดสอบรองเท้า และเก็บ
ข้อมูลต่างๆ นานามาวิเคราะห์วิจารณ์ข้อดีข้อด้อย   ต้องถูกเลื่อนออกไปจากกำหนดการเดิมพอ
สมควร  ล่าสุดผมมีโอกาสได้ประเดิมสนามทดสอบรองเท้า จนคิดว่าได้เก็บข้อมูลอย่างน่าพอใจ
และหาคำตอบให้กับการรีวิวทดสอบการใช้งานไนกี้ T90 Laser IV ได้เรียบร้อยแล้ว !!!

   
   สำหรับเจ้าของฉายา "The Perfect Strike" คู่นี้  ทาง SiamBoots ได้รับการสนับสนุนมาจาก
บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด หากยังจำกันได้  ในช่วงที่รองเท้ารุ่นนี้ถูกเปิดตัวอย่างเป็น
ทางการในช่วงแรก ๆ  บทความ "Hand On!" T90 Laser IV "The Perfect Strike" ได้ถูก
เขียนเพื่อแนะนำตัว T90 Laser IV อย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกสัดส่วนไปแล้ว  ดังนั้นก่อนที่ท่านจะ
ได้อ่านบทความรีวิวการทดสอบการใช้งานจริงบทความนี้    ผมขออนุญาตแนะนำว่าท่านควร
ที่จะต้องอ่านบทความ "Hand On!" เสียก่อนนะครับ

   การรีวิวทดสอบในครั้งนี้จะเป็นไนกี้ T90 Laser IV ที่เป็นเวอร์ชั่น หนังสังเคราะห์เทจิน
ไมโครไฟเบอร์
นะครับ  โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าไนกี้นั้นต้องการที่จะทำตลาดเวอร์ชั่นนี้
มากกว่าเวอร์ชั่นที่เป็นหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์  เพราะสามารถสังเกตได้จากรองเท้าของ
บรรดาพรีเซนเตอร์ตัวหลัก  ที่จะใส่ T90 Laser IV ในเฉดสีที่เป็น หนังสังเคราะห์เทจิน
ไมโครไฟเบอร์
ลงสนามแข่งขันอยู่เสมอๆ

   ผมมีช่วงเวลามากกว่า 1 เดือน ที่ได้คลุกคลีอยู่กับรองเท้าฟุตบอลทรงพลังคู่นี้  เพื่อเก็บเกี่ยว
ประสบการณ์การใช้งานให้ครบถ้วน  และนำมาวิเคราะห์วิจารณ์ตามความเป็นจริง เพื่อที่จะให้
ผู้อ่านทุกท่านได้รับประโยชน์สูงสุดในการตัดสินใจเลือกหารองเท้าฟุตบอลที่ใช่สักหนึ่งคู่ เพื่อ
ใช้ลงล่าตาข่ายประตูทีมคู่แข่ง  สุดท้ายแล้วบทสรุปจะดีจะร้ายอย่างไร เชิญมาร่วมหาคำตอบ
ไปด้วยกันได้เลยครับ

   Details

   
   เจเนอเรชั่นของไนกี้ T90 Laser IV รุ่นนี้ นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 8  ที่ถูกสร้างสรรค์ออกมา
ภายใต้แนวคิดของการเป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์พละกำลัง  เน้นประสิทธิภาพในการถล่ม
ประตูที่รุนแรงและแม่นยำ  พร้อมทั้งยังมีประสิทธิภาพในการสวมใส่ที่สบายเท้า   เพื่อเกมการ
แข่งขันอันหนักหน่วงตลอด 90 นาที  สำหรับเจเนอเรชั่นล่าสุดนี้  มาภายใต้คำจำกัดความว่า
"The Perfect Strike" เพื่อลูกเตะที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ  ได้ถูกเปิดและวางจำหน่ายอย่างเป็น
ทาวการพร้อมกันทั่วทั้งโลกในวันที่ 1 ตุลาคม 2011 เป็นต้นมา

   แต่สำหรับพรีเซนเตอร์หมายเลขหนึ่งของเจเนอเรชั่นใหม่รุ่นนี้  ก็คงเป็นหน้าที่ของดาวยิง
ทีมชาติอังกฤษ "เวนย์ รูนีย์" ที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถถ่ายทอดภาพลักษณ์ของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้ได้ดีที่สุด  ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่ง  มีลูกยิงประตูที่ทรงพลังและแม่นยำ
ในขณะที่คู่หูพรีเซนเตอร์คนเก่า  ที่เคยผนึกกำลังร่วมสร้างภาพลักษณ์ให้กับรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์นี้มาตั้งแต่ในเจเนอเรชั่น T90 Laser II และ III อย่าง "เฟอร์นันโด ตอร์เรส" นั้นดู
เหมือนว่าจะถูกเบียดออกไปด้วยนักเตะคนอื่นที่มีฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงกว่า  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น
ดาวยิงทีมชาติสเปนก็ยังคงมีสัญญากับไนกี้ในการลงล่าตาข่ายด้วยรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้อยู่ดี

   
   ไหนๆ ก็พูดถึงบรรดาพรีเซนเตอร์ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้แล้ว  ก็ขอพูดต่อความให้มัน
ครบถ้วนซะหน่อยก็แล้วกัน  นอกเหนือจาก "เวนย์ รูนีย์" และ "เฟอร์นันโด ตอร์เรส"
ก็ยังมีมิดฟิลด์ตัวเก่งอย่าง "เวสลี่ย์ ชไนเดอร์" ที่แม้อาจจะดูเหมือนเป็นพระรองในบทบาท
การเป็นพรีเซนเตอร์ของรองเท้าฟุตบอลซีรีย์นี้มาโดยตลอด  แต่เชื่อว่ามีแฟนบอลไม่น้อย
ที่อยากจะคว้า T90 Laser มาใช้งานเพราะยอดมิดฟิลด์ทีมชาติฮอลแลนด์รายนี้

   
   อีกหนึ่งพรีเซนเตอร์ตัวใหม่ของ T90 Laser IV ก็คือ "อเล็กซานโดร ปาโต" ดาวยิงที่มี
ความเร็วจัดจ้านและการยิงประตูที่ไม่ธรรมดา  หลายคนคงคุ้ยเคยกับภาพที่ดาวยิงทีมชาติ
บราซิลของสโมสร เอซี มิลาน ลงสนามด้วยการสวมใส่รองเท้าฟุตบอลซ๊รี่ย์ Mercurial Vapor
ลงสนามมาโดยตลอด  แต่หลังจากนี้ขอให้รู้ว่าเขาได้เปลี่ยนมาลงล่าตาข่ายทีมคู่แข่งด้วย
T90 Laser IV แล้ว...

   
   เท่านั้นยังไม่พอ  ไนกี้ยังได้สร้างเซอร์ไพส์ให้กับสาวกของตัวเอง  ด้วยการเซ็นสัญญาคว้า
"กอนซาโล อิกวาอิน" เข้ามาเป็นหนึ่งในพรีเซนเตอร์หน้าใหม่ หลังจากที่ดาวยิงทีมราชัน
ชุดขาว เรอัล มาดริด เคยติดสัญญาร่วมกับแบรนด์คู่แข่งอีกแบรนด์หนึ่งมาโดยตลอด  เรียก
ได้ว่าไนกี้แสดงเจตนาให้เห็นอย่างชัดเจนว่าต้องการที่จะสร้างภาพลักษณ์ให้กับ T90 Laser IV
อย่างจริงจัง  หลังจากที่คว้าดาวยิงตัวเก่งที่เมื่อได้ลงสนามคราวใด  ก็จะต้องถล่มประตูคู่แข่ง
ได้โดยตลอด  รายนี้มาครอบครอง

  

   

   แนวคิดในการออกแบบประกอบไปด้วย

   1. ไนกี้ต้องการที่จะสร้างสรรค์อาวุธสำหรับการจู่โจมคู่แข่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดเท่าที่เคยทำมา
ให้เข้ากับนิยามที่ว่า "The Perfect Strike" เพื่อลูกเตะที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ  รวมถึงการจัดวาง
ตำแหน่งชุดแถบยางปั่น "Adaptive Shield" แบบใหม่  เพื่อแยกสัดส่วนการใช้งาน  และลงตัว
กับหน้าสัมผัสที่ต้องสัมผัสกับลูกฟุตบอล  ทั้งการยิงเต็มข้อ  การปั่นโค้ง  หรือแม้กระทั่งลูกยิง
วอลเล่ย์ที่เด็ดขาด  เพื่อให้ทุกรายละเอียดสามารถใช้งานได้จริง

   2.  การปรับน้ำหนักตัวของรองเท้าให้ลดลงกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  เพื่อตอบสนองเกมส์การเล่น
ที่รวดเร็ว  ฉับไว้  ตามสไตล์เกมลูกหนังยุคปัจจุบัน  ทั้งหมดนี้จะผสานงานรวมกับแนววางปุ่ม
แบบใหม่  เพื่อการเคลื่อนที่ในสนามดียอดเยี่ยมขึ้น

   3.  แนววางปุ่มแบบใหม่  เพื่อความทนทานแข็งแรง  ในขณะที่การกระจายน้ำหนักก็ดีมากขึ้น
เพื่อความสามารถในการยึดเกาะกับพื้นสนามอย่างมั่นคง  ทั้งการสปรินซ์ออกตัววิ่งเต็มสปีด
และการยืนพื้นของเท้าหลักเพื่อการเตะยิงประตูได้อย่างมั่นใจ

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น T90 Laser IV

   
   ในเจเนอเรชั่น T90 Laser IV ถือเป็นซีรี่ย์แรกที่ไนกี้ตัดสินใจยกเลิกสายการผลิตรองเท้า
ฟุตบอลระดับ Elite หลังจากที่เดินหน้ามาผลิตรองเท้าระดับเวิร์ลคลาสเพียงแค่เจเนอเรชั่น
T90 Laser III เท่านั้น  ดังนั้นรองเท้าฟุตบอลคู่ที่ผมได้มารีวิวทดสอบการใช้งานคู่นี้จะเป็น
รองเท้าระดับท็อปสุดในสายการผลิตของไนกี้แล้ว  สำหรับตัวเลือกในเรื่องของวัสดุหน้าผ้า
จะมีด้วยกัน 2 แบบ  คือ แบบหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์ (Tejin Microfiber)
และ แบบหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์ (Kanga-Lite Leather)  แต่ละแบบจะขึ้นอยู่กับ
เฉดสีของตัวรองเท้าที่ไนกี้วางจำหน่าย

   สำหรับไนกี้ T90 Laser IV คู่ที่ผมได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย)
จำกัด
เป็นสีเปิดตัว "ขาว-ดำ-ส้ม"  สีนี้จะเป็นแบบหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์
(Tejin Microfiber)
 หนังจะมีความเงางามและมีผิวสัมผัสเหนียวกว่า สามารถดึงดูดกับลูกบอล
ได้ดี  

   
   มาต่อกันที่จุดขายและลูกเล่นสำคัญของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้กันเลยแล้วกัน  นั่นก็คืออุปกรณ์
ชุดแถบยางที่เรียกว่า "Adaptive Shield" เพื่อประสิทธิภาพในการเพิ่มพละกำลัง ความแม่นยำ
และการปั่นโค้งของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากเท้า  

   
   จริงๆ แล้วเทคโนโลยีนี้ถูกใช้งานมาตั้งแต่เจเนอเรชั่นของ T90 Laser III  แต่ในโฉมล่าสุดนี้
ไนกี้ได้ออกแบบและปรับเปลี่ยนรายละเอียดของชุดแถบยางใหม่ทั้งหมด  ได้แก่
   - "Swerve Fins"
หรือดอกยางปั่นโค้ง  ได้ถูกเลื่อนลงมาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลง  ดอกยางนิ่ม
ขึ้นกว่าเดิม และมีจำนวนความถี่ของดอกยางมากขึ้น
   - "Perfect Strike" เป็นแถบยางบริเวณสันเท้าด้านบน ได้รับการออกแบบให้มีความโค้งรับ
กับลูกฟุตบอล   เพื่อประสิทธิภาพในการส่งถ่ายแรงจากเท้า  และการบังคับควบคุมทิศทางได้
อย่างแม่นยำ

   
   อีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงหากเปรียบเทียบกันเจเนอเรชั่นเดิม  ก็คือแนววางปุ่มและลักษณะปุ่ม
แบบ FG ที่ถูกออกแบบรายละเอียดต่างๆ ใหม่ทั้งหมด  เพื่อประสิทธิภาพในการกระจายและที่ดี
ความสบายเท้า  และความทนทานแข็งแรงของปุ่ม  ทั้งนี้ลักษณะของปุ่มจะมีความอ่อนตัวกว่าเดิม
เพื่อลดแรงสะท้อนในจังหวะที่ต้องใช้ความเร็วในการเคลื่อนที่

   เมื่อพูดถึงด้านการบุกจู่โจมคู่แข่งไปแล้ว  มาพูดถึงการป้องกันเท้าของผู้ใช้กันบ้าง  โดยเกราะ
ป้องกัน ส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายจะเป็นแบบภายใน (InternalHeel Counter) ออกแบบให้มี
ความเข้ารูปกับส้นเท้า  แผ่นรองพื้นด้านในผลิตจาก EVA foam มีวัสดุประเภท Poron รองไว้
ที่ด้านล่างแบบเต็มแผ่น
เพื่อทำหน้าที่รับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม

   
   น้ำหนักตัวสุทธิของ T90 Laser IV นั้นจะแตกต่างกัน  โดยรองเท้าจะมีน้ำหนัก 283.5 กรัม
สำหรับรุ่นหนังสังเคราะห์เทจิน  และมีข่าวดีคือราคาค่าตัวที่ถูกลงกว่าเดิมเล็กน้อย  โดยคุณจะ
สามารถเป็นเจ้าของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ได้ในราคาเพียง 7,200 บาท


   ข้อมูลทั้งหมดที่ผมได้กล่าวมานี้คือข้อมูลเบื้องต้นของรองเท้าฟุตบอลไนกี้ รุ่น T90 Laser IV
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์ดุรุ่นใหม่ล่าสุดจากไนกี้  แต่ในการทดสอบการใช้งานจริงนั้นจะมีข้อดี
ข้อด้อยอย่างไร  เชิญเลื่อนลงไปอ่านต่อด้านล่างได้เลยครับ
   
   Feeling

   
   มาเริ่มกันที่ฟีลลิ่งค์ ของรองเท้าฟุตบอลรุ่น T90 Laser IV คู่นี้ที่ผมได้รับการสนับสนุนจาก
บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด อ่อ..เกือบลืมไป  ก่อนที่จะไปบรรยายถึงความรู้สึกเบื้องต้น
ที่ได้สวมใส่รองเท้าฟุตบอลคู่นี้  จะขอบรรยายถึงการเลือกไซด์รองเท้ารุ่นนี้กันก่อน  สำหรับ
ไซด์รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แกร่งคู่นี้ คือ 9.5 US , 8.5 UK , 43 Fr และ 27.5 cm โดยส่วนตัว
หลังจากที่ได้ลองทั้งไนกี้ CTR 360 Maestri II และ Tiempo Air Legend IV มาแล้ว  ซึ่งทั้ง
สองก็มีขนาดไซด์เดียวกันนี้แหละ  สำหรับทั้งสองรุ่นนั้น  ผมได้ลงความเห็นว่า "over size" 
จึงทำให้ตัวผมเองซึ่งมีความยาวของเท้าประมาณ 27.6 - 27.7 cm และมีรูปเท้าด้านกว้างปกติ
แบบคนเอเชีย สามารถใส่ได้อย่างสบายเท้า  ด้านข้างกระชับกำลังดี  ด้านยาวเหลือนิดหน่อย
แต่ไม่ถึงกับหลวม

   
   แต่สำหรับไนกี้ T90 Laser IV หนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์คู่นี้  เมื่อผมได้หยิบ
เอามาลงสวมใส่  ความรู้สึกแรกเลยเมื่อเปรียบเทียบกับรองเท้าฟุตบอลไนกี้ทั้งสองรุ่นที่ผมได้
อ้างอิงถึง  รู้สึกได้ว่า T90 Laser IV จะให้อารมณ์ที่กระชับเท้ากว่าในด้านกว้าง  ส่วนในด้าน
ยาวนั้นปลายนิ้วเท้าทั้งห้านิ้วของผมจะถึงหัวรองเท้าพอดี  ไม่มีที่ว่างเหลือเลย  

   รูปร่างรูปทรงของตัวรองเท้า  ผมรู้สึกได้เลยครับว่า "ไม่เทอะทะ" เหมือนกับเจเนอเรชั่น
ที่แล้ว  ซึ่งผมเคยมีโอกาสได้ลองใส่ T90 Laser III มาก่อน  เพราะรุ่นเก่านั้นรู้สึกได้ว่ามัน
เทอะทะเป็นอย่างมาก  รูปทรงค่อนข้างอวบอ้วน  ในขณะที่ T90 Laser IV คู่นี้กลับมีรูปทรง
โค้งมน  เรียบกระชับเข้ากับรูปเท้าของผมเป็นอย่างมาก รวมถึงความกระชับที่ดูจะมีมาอย่าง
เต็มพิกัด   

   
   ดังนั้นจะขอสรุปการเลือกขนาดไซด์ของ T90 Laser IV ในเบื้องต้นนะครับ  การเลือก
ไซด์ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ให้ "เลือกตรงไซด์"  เพราะในด้านยาวนั้นค่อนข้างตรงไซด์
โดยท่านที่มีขนาดเท้าในด้านกว้างแบบคนเอเชียทั่วๆ ไป แบบผม  ท่านจะได้ความกระชับเท้า
พอสมควร  แรกๆ อาจจะอึดอัดบ้าง  แต่ผมว่าจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นใจในการเคลื่อนที่
ทุกจังหวะในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งในสนาม  และถึงแม้ว่าหุ้นส้นด้านในจะไม่ใช่หุ้มส้น
แบบกำมะหยี่ที่ไนกี้นิยมใช้กับรองเท้ารุ่นใหม่ๆ  เพื่อสร้างความกระชับและป้องกันการถูกกัด
เพราะหุ้มส้นของ T90 Laser IV คู่นี้  ยังคงใช้วัสดุประเภทหนังสังเคราะห์ และเคลือบผิวให้
มีลวดลายและสารยึดติด เพื่อสร้างแรงเสียดทานกับส้นเท้าของผู้สวมใส่  ผมขอยืนยันครับว่า
หลังจากที่ได้ทดลองสวมใส่ลงสนามไปแล้ว  ส้นเท้าของผมไม่ถูกรองเท้าคู่นี้กัดแต่อย่างใด
   
   
   เอาล่ะ !! หลังจากเลือกไซด์ให้เหมาะสมกับขนาดของเท้าได้แล้ว  ก็ถึงเวลาลองสัมผัสกับ
พื้นสนาม  สิ่งที่น่าสนใจก็คือแนววางปุ่ม FG ที่ไนกี้ได้ออกแบบใหม่  ความรู้สึกเมื่อได้ลอง
สัมผัสกับพื้นสนาม  ผมยอมรับเลยครับว่าแนววางปุ่มแบบใหม่นี้  ให้การยืนพื้นที่สบายเท้า
กว่าแนววางปุ่มแบบเก่า
 (ที่ใช้ในเจเนอเรชั่น T90 Laser II และ III)  เป็นอย่างมาก 
อาจจะเป็นเพราะฐานปุ่มมีความกว้าง  ปุ่มแต่ละปุ่มมีขอบด้านข้างที่เรียบกว่าเดิม ปุ่มสั้นลง
และปุ่มแต่ละปุ่มยังวางตัวห่างกันมากขึ้นเล็กน้อย  ส่งผลให้การกระจายน้ำหนักสามารถ
ทำได้อย่างทั่วถึงสม่ำเสมอ

   
   และจังหวะการทดลองสปรินซ์ออกตัววิ่ง   พบว่าเท้าด้านหลังและส้นเท้านั้นยากที่
จะยกตัวขึ้นสูงตามธรรมชาติของการสปรินซ์ตัวด้วยปลายเท้า เนื่องจากชุดพื้นปุ่มนั้นถูก
ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งแผง  และยังมีโครงสร้างรูปตัว "X" ยึดเอาไว้ตลอดทั้งแนว
อีกด้วย  แต่ชุดปุ่มแบบ FG ส่วนหน้า  ก็สามารถกระจายและส่งผ่านแรงจากเท้าลงไปยัง
พื้นสนาม  ทำให้การสปรินซ์ตัวออกวิ่งนั้นทำได้อย่างมั่นคง  และแรงสะเทือนจากพื้นก็ดู
เหมือนว่าจะสะเทือนน้อยกว่า  เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว
   
   Testing  

      
   เริ่มการทดสอบการใช้งานจริงๆ ในสนามฟุตบอล  อันดับแรกผมขอโฟกัสไปที่การใช้งาน
ชุดดอกยางปั่นโค้ง "Swerve Fins" ของรองเท้ารุ่นนี้กัน  ส่วนตัวแล้วผมยอมรับว่าจุดนี้เป็น
จุดที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน  เมื่อเทียบกับเจเนอเรชั่นที่แล้ว  

   ตำแหน่งดอกยางปั่นโค้งที่ต่ำลงกว่าเดิม  และถูกขยับออกมาไว้ที่ข้างเท้าด้านในส่วนหน้า
เมื่อได้ลองใช้งานจริง  ยอมรับเลยครับว่าผิวสัมผัสของดอกยางปั่นนั้นจะสัมผัสกับลูก
ฟุตบอลได้อย่างเต็มพื้นที่    การเปิดบอลโด่งให้ติดไซร้โค้งนั้นทำได้ง่ายขึ้นกว่า
เดิมเยอะ
  ความดีความชอบทั้งหมดคงต้องยกให้ดอกยางปั่นที่มีลักษณะดอกยางที่นิ่มและ
มีจำนนดอกยางมากขึ้นนั่นเอง  เอาเป็นความลูกเล่นตรงนี้  ผมให้คะแนนเต็มไปเลย  เพราะ
มันสามารถทำให้ลูกฟุตบอลนั้นปั่นโค้งกันแบบเห็นๆ  โดยไม่จำเป็นต้องจิกเท้าลงไปใต้
ลูกฟุตบอลมากนัก

   ทั้งนี้ดอกยางปั่นยังสามารถใช้เป็นอุปกรณ์ในการรับบอลและสัมผัสบอลแรกได้ดีอีก
ด้วย
  เพราะแรงฝืดที่เกิดขึ้นจากดอกยางปั่น  นั้นสามารถช่วยผ่อนแรงลูกฟุตบอลที่ถูกส่ง
จากเพื่อนร่วมทีม  ทำให้บอลที่แม้จะพุ่งมาแรง  ถูกควบคุมให้เชื่องติดเท้าได้ไม่ยาก

   
   ต่อมาจะลองยิงประตูแบบเต็มข้อเต็มหลังเท้าด้วยอาวุธทรงพลังคู่นี้  จากการทดสอบ
ถ้าลองยิงหลังเท้าแบบวางเท้าตั้งตรง  จะเห็นได้ชัดเจนว่าพื้นที่ของแถบยาง "Perfect Strike"
บริเวณตรงสันเท้านั้นจะไม่สัมผัสกับลูกฟุตบอล  การยิงหลังเท้าด้วยลักษณะนี้จึงยังไม่สามารถ
ใช้งานลูกเล่นดังกล่าวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมากนัก

   แต่ถ้าอยากจะยิงให้บอลพุ่งแรงและแม่นยำด้วยแถบยาง "Perfect Strike" จำเป็นที่จะต้อง
ยิงหลังเท้าในลักษณะตะแคงเท้า  บรรจงกดแนวสันเท้าให้มุดเข้าไปที่ใต้ลูกฟุตบอล  อาจจะ
ยากลำบากสักหน่อยสำหรับการยิงลักษณะนี้ในสนามฟุตบอลที่หญ้าไม่สูงมากนัก   หรือไม่ก็
ต้องพึ่งจังหวะที่ลูกบอลลอยมาเข้าข้อ  ผมเองก็มีโอกาสได้ลองยิงเต็มๆ แบบนี้อยู่เหมือนกัน
บอกได้เลยว่าลูกยิงที่ออกไปจากแถบยาง "Perfect Strike" นั้นมันช่างพุ่งแรงเต็มพลัง
และบางทีมีจังหวะที่ลูกพุ่งฮุบลงอีกด้วย
  แม้อาจจะต้องปรับตัวให้เข้ากับลักษณะการยิง
ด้วยสันเท้า  แต่บอกได้เลยว่าถ้าปรับตัวได้เมื่อไหร่  ยิงกันมันส์เท้าแน่ๆ !!!

   
   การจ่ายบอลและจับบอลด้วยข้างเท้าด้านใน  แม้ว่าพื้นที่ข้างเท้าด้านในจะไม่มีแถบยาง
หรืออุปกรณ์ช่วยเหลือในการสัมผัสบอล  โดยผิวสัมผัสบอลนั้นจะเป็นเพียงหน้าผ้าหนังสังเคราะห์
เทจินไมโครไฟเบอร์  ที่ผิวสัมผัสมีการลงลวดลายแนวเส้นลักษณะนูนต่ำ  ช่วยสัมผัสกับลูกบอล
ได้บ้างเล็กน้อย  แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดแข็งในการสัมผัสกับลูกบอลเลย  สิ่งที่สร้างความลงตัวในการ
ใช้ข้างเท้าด้านในสัมผัสกับลูกบอล  เพื่อการจ่ายและรับบอลที่มีประสิทธิภาพ  ก็คือโครงสร้าง
ของรองเท้าที่โค้งเว้ารับกับความกลมของลูกฟุตบอล  ทำให้ข้างเท้าด้านในสามารถสัมผัสกับ
ลูกบอลได้อย่างเต็มพื้นที่  

   แต่สิ่งสำคัญที่ผมมองว่าช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรับและส่งบอลก็คือชุดแถบยางปั่นโค้ง
"Adaptive Shield" นั่นเอง  ผมไม่ได้พูดผิดหรอกครับ !!  แม้ว่าพื้นที่สัมผัสกับลูกบอลจริงๆ
จะไม่ใช่ชุดแถบยางปั่น  แต่แนวแถบยางปั่นนั้นจะช่วยควบคุมทิศทางการจ่ายบอลด้วยข้าง
เท้าด้านในให้พุ่งออกไปตรงๆ ได้เป็นอย่างดี  โดยขอบสันของแถบยางด้านบน  จะทำหน้าที่
"บล็อค" ลูกบอลไม่ให้ลอยโด่ง (เมื่อแปรโดนตรงกลางของลูกบอล) มันจะคอยกดด้านบน
ของลูกฟุตบอล  ดังนั้นเมื่อยามที่แปรส่งบอลแบบเต็มแรง  ลูกบอลส่วนใหญ่ที่ออกไปจากเท้า
จะถูกกดให้เลียดพื้นสนาม  และพุ่งตรงไปตามทิศทางที่เราต้องการอย่างแม่นยำ  แถบยางที่
ด้านหน้าซึ่งเป็นพื้นที่ของดอกยางปั่นโค้ง  ก็จะคอย "บล็อค" ไม่ให้ลูกบอลที่ออกจากเท้านั้น
ล้นไปด้านหน้า  จึงมั่นใจได้ว่าลูกบอลที่ออกไปจากเท้านั้นมีทิศทางที่แม่นยำดั่งที่ต้องการ

   
   การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า ชุดปุ่มแบบ FG ที่บริเวณหัวรองเท้าจะมีอุปกรณ์ที่โผล่ขึ้นมา
จากขอบของชุดพื้น  คล้ายคลึงกันกับที่มีอยู่บนชุดพื้นของรองเท้าฟุตบอซีรี่ย์ Mercurial VII
และ Tiempo IV แต่จะมีรูปแบบที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย  ลูกเล่นนี้จะช่วยให้รองเท้าสามารถ
กดจิกลงไปบนพื้นสนามได้ดีขึ้น  โดยทั้งหมดนี้จะทำงานผสานกับแนววางปุ่ม FG แบบใหม่ที่
สามารถกระจายแรงได้ดีขึ้น  สำหรับความสามารถในการยึดเกาะกับพื้นสนาม  ผมยังมองว่า
รูปแบบปุ่มแบบเจเนอเรชั่นเดิมนั้นทำได้ดีกว่าในเรื่องของความมั่นคง  แต่ชุดปุ่มแบบใหม่ของ
T90 Laser IV ก็ให้ความมันส์ในการวิ่งมากกว่านะ  ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงจะต้องยกความดีความชอบ
ให้กับน้ำหนักตัวรองเท้าที่ถูกลดลงมาจาก 330 กรัม ให้อยู่ในพิกัด 276 กรัมอีกด้วย

   ทั้งนี้หากพูดถึงการเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้า  บอกกันตามตรงครับว่าสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นจุดด้อย
ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  เพราะเวลาสปรินซ์ออกตัวด้วยปลายเท้าแล้ว  ลักษณะของหลังเท้าจะ
ไม่โค้งเว้าเข้ากับความโค้งของลูกบอลได้อย่างลงตัวมากนัก  เหตุผลหลักๆ นั้นคงมาจากการที่
ครึ่งหนึ่งของรองเท้าเป็นชุดแถบยางปั่น  ขณะที่วัสดุแบบหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์
นั้นจะเกิดรอยยับบนหน้าผ้า  และรอยยับนั้นๆ หากเกิดแล้วจะเป็นแนวเดิมๆ แบบถาวร  อีกทั้ง
บริเวณหัวรองเท้าไม่มีแนวด้ายเย็บที่จะคอยบังคับการเกิดรอบยับเวลางอเท้าอีกด้วย    ดังนั้น
ความแม่นยำในการเลี้ยงบอลด้วยหลังเท้าจึงยังสู้รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์อื่นๆ ของไนกี้ไม่ได้  แต่
ก็ต้องไม่ลืมครับว่า  จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่การเลี้ยงบอลหลบหลีกฉีกกระชากหนี
คู่แข่ง  ดังนั้นข้อด้อยตรงนี้ก็คงไม่ใช่โจทย์ที่ไนกี้จะต้องมาคิดแก้ปัญหาให้ปวดหัวแต่อย่างใด

   
   การทดสอบที่เกี่ยวข้องกับการสัมผัสควบคุมลูกบอล โดยรวมแล้วผมถือว่าเป็นจุดแข็งที่สุด
ของ T90 Laser IV คู่นี้เลยล่ะ  สัมผัสแรกนั้นทำได้อย่างแม่นยำ  เป็นผลให้จังหวะต่อมาช่วย
ทำให้สามารถเล่นต่อได้อย่างง่ายดาย  ไม่ว่าจะเลือกยิงเต็มข้อ  หรือเปิดบอลให้เพื่อนร่วมทีม
ทุกอย่างสามารถทำได้อย่างมั่นใจและมีประสิทธิภาพ   แต่อย่างที่บอกไปแล้วว่าจุดด้อยก็คง
จะเป็นการเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าที่อาจจะต้องปรับจูนความแม่นยำกันสักหน่อย  

   
   
   ปิดท้ายด้วยเรื่องของความสบายเท้าในสวมใส่รองเท้าคู่นี้  หากเทียบกับทั้ง CTR 360 Maestri II
และ Tiempo Air Legend IV ซึ่งผมเลือกใส่ขนาดไซด์เดียวกันนี้ พบว่า T90 Laser IV นั้น
ให้ความกระชับเท้าที่ดีกว่า   แรกๆ นั้นอึดอัดพอสมควร   แต่พอได้พาลงสนามสัก 2 - 3 ครั้ง
จะเปลี่ยนเป็นความมั่นใจที่มากขึ้น  รวมถึงแผ่นรองพื้นด้านในจากวัสดุ EVA Foam ที่มีการ
เสริมวัสดุ Poron แบบเต็มแผ่น ช่วยทำหน้าที่รองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นในจังหวะ
การเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี  ที่สำคัญ  หน้าผิวสัมผัสของแผ่นรองพื้นนั้นก็มีการสร้างลวดลาย
อย่างชัดเจนเพื่อให้เกิดแรงเสียดทานกับเท้าของผู้สวมใส่  และผิวหน้ามีการเคลือบสารยึดติด
เป็นลักษณะผิวยาง  ยิ่งสร้างความรู้สึกที่ดีเยี่ยม  ไม่เกิดการลื่นไถลเมื่อเท้าเปียก  ทำให้ทุก
การเคลื่อนที่นั้นทำได้อย่างมั่นใจ

   Conclusion  

  
   หลังจากที่ผมได้อยู่(กิน)กับรองเท้าฟุตบอลทรงพลังรุ่นใหม่ล่าสุด  ไนกี้ T90 Laser IV คู่นี้
ก็ได้รู้จักตัวตนของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ได้มากพอที่จะวิพากษ์วิจารณ์ถึงประสิทธิภาพในการ
ใช้งานลงล่าตาข่ายทีมคู่แข่ง  พร้อมหาข้อดีข้อด้อย  ที่สุดท้ายจะออกมาเป็นคำแนะนำ เผื่อ
มีโอกาสที่จะฝากไปถึงทีมนักพัฒนา  รวมถึงข้อคิดเห็นต่างๆ นานาที่หวังว่าจะเป็นประโยชน์
ต่อผู้อ่านทุกท่านในการใช้ไปเป็นข้อมูลตัดสินใจเลือกหารองเท้าฟุตบอลสักคู่

   การใช้งานกับพื้นหญ้าจริง

   
   T90 Laser IV ให้อารมณ์สนุกในการใช้งานกับสนามฟุตบอลหญ้าจริงเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะสนามหญ้าจริงที่มีพื้นหญ้าเต็มสนาม  ดินไม่แข็งจนเกินไป  สิ่งที่รู้สึกได้ก็คือ
ชุดปุ่มแบบ FG นั้นมีการยึดเกาะกับพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  ให้ความมั่นใจทุกการเคลื่อนที่
ในขณะที่การระบายความร้อนก็สามารถทำได้ดีขึ้น  แม้จะยังรู้สึกอึดอัดจากความกระชับ
ของรองเท้าบ้าง  แต่ก็ยังดีกว่าการใช้งานกับสนามฟุตบอลหญ้าเทียม

    การสัมผัสบอลและการใช้งานอุปกรณ์ลูกเล่นต่างๆ นั้นใช้งานได้จริงและง่ายกว่า  เพราะ
หญ้าจริงจะยกให้ลูกบอลลอยจากพื้นขึ้นมาเล็กน้อย  ดังนั้นการที่จะยิงประตูเต็มสันเท้าโดย
ใช้ "Adaptive Shield" นั้นเป็นอะไรที่สนุกเท้าเสียเหลือเกิน
  

   การใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม

   
   สรุปการรีวิวทดสอบรองเท้าฟุตบอลรุ่น T90 Laser IV บนพื้นสนามหญ้าเทียม  แม้ครั้งนี้
อาจจะไม่ได้ทดสอบในสนามเดิมๆ ก็ตาม  ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่าง T90 Laser IV กับ
T90 Laser III  ผมบอกได้เลยว่า T90 Laser IV มีดีกว่ามากในสนามหญ้าเทียม  โดยเฉพาะ
ชุดพื้นและปุ่มแบบใหม่  การกระจายปุ่มที่กว่าขึ้น  ทำให้สามารถกระจายแรงได้เป็นอย่างดี
จังหวะการเคลื่อนที่แทบจะไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมากเท่าไหร่นัก  การเคลื่อนที่สามารถ
ทำได้สนุกขึ้นกว่าเดิม  ทั้งหมดนี้คงเพราะน้ำหนักตัวที่ลดลงจากรุ่นที่แล้ว  สำหรับเวอร์ชั่น
ที่เป็นแบบหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์ที่ผมได้รับการสนับสนุนมานี้  จะมีปัญหาใน
เรื่องของการระบายความร้อนอยู่บ้าง  ยิ่งถ้าได้เล่นบนสนามหญ้าเทียมกลางแจ้งที่ถูกแดด
เผามาค่อนวันยิ่งรู้สึกได้อย่างชัดเจน  แต่ก็แลกมาด้วยความกระชับเท้าที่ผมว่ายอดเยี่ยม
เป็นอย่างมาก  (สำหรับเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์ อาจจะมีรายละเอียดที่แตกต่าง
ซึ่งผมไม่ได้ทดสอบ)

   ในเรื่องของการเปิดบอลไซร์โค้งด้วยดอกยางปั่นโค้ง "Swerve Fins" ก็ทำได้ง่ายขึ้น
ไม่ต้องถึงกับบรรจงเตะจิกลงไปที่พื้นสนามกดให้เท้าสอดเข้าไปที่ใต้ลูกบอล  ก็สามารถที่
จะใช้งานลูกเล่นตรงนี้ได้แล้ว  แต่ในเรื่องของการยิงเต็มข้อบริเวณสันเท้าด้วยแถบยาง
"Perfect Strike" คงต้องฝึกให้คุ้นชินกันเสียหน่อย  เพราะพื้นสนามหญ้าเทียมที่สั้นกว่า
หญ้าจริง  การตะแคงสันเท้าลงไปที่ใต้ลูกบอลนั้นย่อมจะยากกว่าพื้นสนามหญ้าจริง

   

   ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม

   ขอเสนอแนะเพิ่มเติมที่อยากจะส่งผ่านบทความนี้เผื่อจะมีโอกาสถูกแปรเป็นภาษาอังกฤษ
และส่งตรงไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  เพื่อจะได้เป็นประโยชน์
ต่อผู้ที่ใช้งานรองเท้าฟุตบอลจริงๆ อย่างผม  เพราะผมคิดว่าเสียงตอบรับจากผู้ใช้งานนี่แหละ
ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีและถูกใจผู้ใช้งานมากขึ้น  สุดท้ายก็อยู่ที่ว่า
จะเปิดใจยอมรับกันหรือเปล่านั่นแหละครับ

   จากที่ได้ลองใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มามากจนผมคิดว่าน่าจะเพียงพอต่อการวิพากษ์
วิจารณ์และเสนอแนะเพิ่มเติมแล้ว  ครั้งนี้ผมก็หนักใจเหมือนกันครับ  เพราะยอมรับว่านี่เป็น
รองเท้าฟุตบอลอีกหนึ่งรุ่นที่ยากจะหาคำตำหนิ  นอกเหนือจากระบบระบายความร้อนที่ดู
เหมือนว่าไนกี้แทบจะไม่ได้พูดถึงหรือโฆษณาหรือระบุตัวช่วยในการระบายความร้อนของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เลย  ทั้งๆ ที้เทคโนโลยีประเภทนี้เคยเป็นจุดขายของรองเท้าฟุตบอล
รุ่น T90 Laser I และ T90 Laser II มาก่อน  ไม่แน่ใจว่าไนกี้ได้ถอดออกไปแล้ว  หรือว่า
ใส่ลงมา...แต่ไม่บอกกันแน่  แต่จากการใช้งานจริงในสภาพสนามที่ถูกแดดเผา  บอกได้
เลยว่าผมรู้สึกถึงความร้อนและอึดอัดกว่าการใช้ในตอนเย็นอย่างชัดเจน

   และในฐานะหนึ่งในคนที่เคยใช้ทั้ง T90 Laser II และ T90 Laser III มาก่อน  ผมเชื่อ
ว่าการผลิตรองเท้าซีรี่ย์นี้ในเวอร์ชั่นแบบหนังสังเคราะห์และเวอร์ชั่นหนัง(จิงโจ้)แท้ ถือเป็น
มนเสน่ห์อย่างหนึ่งของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้มาโดยตลอด  แต่ในเจเนอเรชั่นนี้ไนกี้กลับ
เปลี่ยนมาผลิตเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์แทนเวอร์ชั่นหนังจิงโจ้แท้   ผมเชื่อว่ามี
หลายคนไม่เห็นด้วยกันการตัดสินใจในครั้งนี้  เพราะหนังแคงกาไลท์นั้นก็เป็นจุดขายของ
CTR 360 Maestri II อยู่แล้ว  และทุกวันนี้ก็ยังขายดิบขายดีเสียด้วย  เอาเป็นว่าความเห็น
หนึ่งของคนตัวเล็กๆ จากมุมเล็กๆ บนสังคมของคนรักรองเท้าฟุตบอลอันดับหนึ่งของเมืองไทย
โดยไม่ขอสนใจการรณรงค์ต่อต้านการทารุณกรรมสัตว์ขององกรค์ใดๆ ทั้งสิ้น  อยากจะ
ขอลงความเห็นว่า "อยากให้ T90 Laser IV มีเวอร์ชั่นหนังจิงโจ้ในสายการผลิต"
อีกครั้งหนึ่ง...

   
   ผมกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า T90 Laser IV คู่นี้เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ได้รับการพัฒนา
ให้มีศักยภาพที่ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว   แม้ว่าจะมีใครหลายๆ คนเถียงจนตัวโก่งว่า
ลูกเล่นและเทคโนโลยีของรองเท้ารุ่นนี้แทบจะไม่แตกต่างจาก T90 Laser III   แต่ผมคน
นึงแหละครับ  ที่ขอลงคะแนนเสียงว่ารองเท้ารุ่นนี้ดีขึ้นกว่าเดิมจริงๆ  ด้วยรายละเอียดของ
รองเท้าที่ถูกปรับจูนอย่างลงตัว  รูปร่างรูปทรงที่ไม่อวบอ้วนเทอะทะ   น้ำหนักตัวและความ
กระชับเท้าที่สัมพันธ์กันกับชุดพื้นและแนววางปุ่มแบบใหม่  ช่วยทำให้ทุกการเคลื่อนที่บน
พื้นสนามนั้นสนุกยิ่งขึ้น  เพียงเท่านี้คุณก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะมีส่วนร่วมกันเกมในสนามและ
เปิดโอกาสในการทะลวงประตูทีมคู่แข่ง  แต่สิ่งที่ผมมองว่าเป็นข้อด้อยก็คือเรื่องการระบาย
ความร้อนของรองเท้าคู่นี้ที่ดูจะทำได้ไม่ดีนัก   หากเทียบกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ๆ ใน
ปัจจุบันที่พยายามจะพัฒนาระบบการระบายความร้อนให้ดียิ่งขึ้น  ดังนั้นใครที่ต้องลงสนาม
ในส่วนแดดจ้าร้อนระอุไปทั่วทั้งสนาม  หากคิดอยากจะใช้รองเท้ารุ่นนี้ก็คงจะต้องกัดฟัน
อดทนกันสักหน่อย

   จุดขายจริงๆ ของรองเท้ารุ่นนี้ก็คงไม่พ้นเรื่องประสิทธิภาพในการเตะลูกฟุตบอล  ทั้งการ
ยิงประตูที่รุนแรงแม่นยำ  การเปิดบอลไซร์โค้งและการจ่ายบอลที่แม่นยำ  ทั้งหมด
นี้คือจุดแข็งที่ยากที่จะหารองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นมาเปรียบเทียบ  เอาเป็นว่าใครที่มีสไตล์การ
เล่นที่แข็งแกร่ง  และชื่นชอบการยิงประตูที่เฉียบคม  ออกโรคจิตนิดๆ มีความสุขกับการเห็น
ลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากหลังเท้าตัวเองนั้นพุ่งทะยานราวกับจรวด  บอลส่ายและอาจจะ
ฮุบเสียดตาข่ายในตอนท้าย  ผมเชื่อว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ความต้องการ
ของคุณได้ดีพอสมควร  แต่หากคิดจะเอา T90 Laser IV คู่นี้ไปเลี้ยงสับขา พาบอลไปกับ
เท้า  สำหรับเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์เทจินไมโครไฟเบอร์  ซึ่งปกติหน้าผ้าจะมีการยับตัวถาวร
และยังไม่มีแนวด้ายเย็บรองเท้าที่ช่วยบังคับการยับตัวของหน้าผ้ารองเท้า  ส่งผลให้ผิวสัมผัส
ความโค้งเว้าของรองเท้านั้นไม่สอดคล้องกับความกลมของลูกฟุตบอล  บางทีอาจจะต้องลอง
หันหน้าไปคบหาเวอร์ชั่นหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์น่าจะดีกว่า  

   ไนกี้ได้พัฒนาอาวุธสังหารประตูของตัวเอง T90 Laser IV ให้เข้าใกล้กับคำนิยามที่ว่า
"Perfect Strike" เพื่อการเตะที่ไร้ที่ติได้อย่างยอดเยี่ยม  รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่คู่นี้ยังคง
มีศักยภาพในการเป็นเครื่องจักรสังหารประตูที่สมบูรณ์แบบ  ในขณะที่น้ำหนักตัวที่ลดลง
ผสานงานกับชุดพื้นและแนววางปุ่มแบบใหม่  ทำให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่คู่นี้เป็น "อาวุธ
สังหารประตูที่เฉียบคม  ที่มีความรวดเร็วว่องไวมากขึ้นกว่าเดิม"
แถมมาในราคา
ที่ถูกลงกว่าเดิม  ในขณะที่เทคโนโลยีขั้นสูงยังคงถูกบรรจุมาอย่างครบครันเช่นนี้  ดังนั้น
จึงไม่ควรพลาดที่จะหาโอกาสคบหากับรองเท้าฟุตบอลไนกี้รุ่น T90 Laser IV ดูสักครั้ง
และคุณจะรู้ว่านิยามของคำว่า "Perfect Strike" นั้นเป็นอย่างไร !!
   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - "Hand On!" "T90 Laser IV "The Perfect Strike"
   - ข้อมูลรองเท้ารุ่น T90 Laser IV
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก
   - "Nike T90 Laser IV" ใหม่  เพื่อลูกเตะที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
   - "ที 90 สไตรค์ เคาน์เตอร์" บันทึกและแบ่งปัน การยิงประตูที่สมบูรณ์แบบของคุณ
  
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 9/10
   - ความสบายในการสวมใส่
7/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 7/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 7/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 6/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 9/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 8/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "พาวเวอร์" 8/10
   - ความคุ้มค่า 8/10

การรองรับแรงกระแทก            
ความสบายในการสวมใส่              
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม              
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล              
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าพาวเวอร์          
ความคุ้มค่า            


   

   Special Thanks
   - คุณ พิณรัตน์ ทัศนะพยัคฆ์ จากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
   - คุณ อุ่น จากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
   - สนามฟุตบอล Sky Kick Arena



ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น T90 Laser IV

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com