www.siamboots.com

ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV


   Tiempo Air Legend IV : ยุคแห่งความคลาสสิคจะกลับมา
ได้รับความนิยมอีกครั้ง !!


   
   มาแล้วๆ !! บททดสอบรีวิวการใช้งานไนกี้ Tiempo Air Legend IV รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์
คลาสสิคระดับตำนานที่หวังจะกลับมาสร้างความนิยมอีกครั้งใยเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดนี้ที่เห็นนี้
หลังจากที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  กระแสความร้อนแรงก็โหมกระหน่ำขึ้นมาทันที  ดังนั้นจึง
ไม่มีเหตุผลใดๆ ที่จะพลาดการอ่านบทความรีวิวการใช้งานของ Tiempo Air Legend IV โดย
เด็ดขาด !!

   
    หลังจากในบทความ "Hand On! "Tiempo Air Legend IV" มนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิค
ที่สุดจะบรรยาย !!"
ที่ได้เปิดกล่องพร้อมโชว์ทุกสัดส่วนของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปที่มีราคา
ค่าตัว 5,200 บาทกันไปแล้ว พบว่าเสียงตอบรับจากสมาชิกชาวสยามบูทระบุออกมาเป็นเสียงเดียว
กันว่าอยากจะอ่านบทความรีวิวการทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลสุดคุ้มค่าคู่นี้กันแล้ว  เพื่อ
จะได้เป็นประโยชน์ในตัดสินใจในการเลือกซื้อมาใช้งาน และโชว์วาดลวดลายคลาสสิคในสนาม
ในยามที่ต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่ง

   ตามที่ได้บอกไปว่าผมขอเวลาใช้ชีวิตอยู่กับรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV คู่นี้
สักหน่อย  เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทดสอบการใช้งานจริงในสนามฟุตบอล  จะได้วิเคราะห์
วิจารณ์กันได้ถูกต้องครบถ้วนมากที่สุด  ผมขอบอกไว้ตรงนี้เลยว่าปกติผมเองจะมีโอกาสได้เตะ
ฟุตบอลเพียงสัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้งเท่านั้น  แต่สำหรับรองเท้าฟุตบอลรุ่นคลาสสิคคู่นี้ที่อยู่ในมือ
นั้น  ตั้งแต่แรกที่ได้สัมผัส  กลับมีความรู้สึกอยากจะลองใช้งาน  และเกิดความรู้สึกบางอย่างที่
ทำให้ผมอยากจะหาฟุตบอลเตะมันทุกวัน  ด้วยความที่อยากจะได้ใช้งาน Tiempo Air Legend IV
สุดท้ายแล้วผมสามารถหาฟุตบอลเตะได้ถึงสัปดาห์ละ 3 - 4 ครั้ง ตลอดช่วงสองสัปดาห์หลังจาก
ที่ได้มาไว้ในครอบครอง  ดังนั้นยืนยันได้เลยว่าบทความรีวิวการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้จะ
ครบถ้วน ทุกต้อง แม่นยำแน่นอน
 บทสรุปจะดีจะร้ายอย่างไร เชิญมาร่วมหาคำตอบไปด้วย
กันได้เลยครับ


   Details

   
   รองเท้าฟุตบอลจากไนกี้ตระกูลนี้ถูกออกแบบโดยนักออกแบบชาวญี่ปุ่น "ทอม มินามิ"
ผู้เชี่ยวชาญในการออกแบบรองเท้าฟุตบอลมาอย่างยาวนานให้กับไนกี้  สำหรับในเจเนอเรชั่น
ของ Tiempo IV ยอดนักออกแบบชาวญี่ปุ่นได้เปิดเผยว่า  แนวคิดในการสร้างสรรค์รองเท้า
ฟุตบอลตระกูลคลาสสิคในเจเนอเรชั่นนี้    ยังคงให้ความสำคัญของสัมผัสแรกกับลูกฟุตบอล
ให้มีความนุ่มนวลมากที่สุด  รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ ของไนกี้  มาประยุกต์ใช้ให้เกิด
ประโยชน์สูงสุด  ภายใต้รูปลักษณ์ที่ยังคงเรียบๆ ง่ายๆ แต่แฝงไปด้วยความคลาสสิคที่ไม่อาจ
ปฏิเสธได้ รวมถึงการออกแบบลวดลายการลงสีให้มีความโดดเด่น  เป็นที่สังเกตได้ง่ายจาก
เพื่อนร่วมทีม  จึงมั่นใจได้ว่าผู้ใช้งานรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้  จะมีส่วนร่วมในการแข่งขัน
ตลอดเวลาแน่นอน

    ทอม มินามิ นักออกแบบรองเท้าฟุตบอล เทียมโป กล่าวว่า "ผมได้ทำงานอย่างหนักในสาย
ผลิตภัณฑ์ของโรนัลดินโญ่ตั้งแต่ยุคแรกๆ และผมยังได้ทำงานร่วมกับโรนัลดินโญ่เพื่อคิดค้น
รองเท้าฟุตบอลให้กับเขา การทำความเข้าใจสไตล์การเล่นและแก้ปัญหาให้กับเขาเป็นเรื่องที่
เจ๋งมาก ทั้งสไตล์และจิตวิญญาณในเกมลูกหนังของเขาจุดประกายแรงบันดาลให้กับผมได้
อย่างมาก"

   "มีหลายคนถามถึงรายละเอียดของลิ้นรองเท้าและเหตุผลที่เปลี่ยน เราต้องการจะสร้างสัมผัส
บอลที่สมบูรณ์แบบและลิ้นรองเท้าไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้  ถ้าคุณได้เห็นลิ้นรองเท้า
แบบใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นด้วยการตัดตามโครงสร้างของเท้าเพื่อให้เหมาะสมกับรูปทรงของเท้า
และช่วยเพิ่มสัมผัสบอลโดยรวม"

    จอร์เก ลูอิส มาร์เกวซ ฮาโร ได้ถามว่า "จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะออกแบบรองเท้าฟุตบอล
ใหม่ แต่ยังคงลักษณะเดิมเอาไว้ แต่ต้องมีความแตกต่างและพัฒนาขึ้น"  ทอม มินามิ  กล่าวว่า
"นั่นเป็นปัญหาของการออกแบบ ทุกครั้งเราทำงานร่วมกับนักกีฬาอย่างใกล้ชิดในทุกๆ โปรเจ็คท์
เพื่อค้นหาว่าเราจะพัฒนารองเท้าฟุตบอลให้ดีขึ้นได้อย่างไร จากนั้นเราค้นพบคำตอบที่เป็นสิ่งใหม่
และดีขึ้น  รองเท้าฟุตบอลแต่ละคู่ที่เราคิดค้นขึ้น มักเป็นการนำทัศนตคิมารวมเข้ากับสไตล์ เพื่อ
ความสมบูรณ์แบบและน่าตื่นเต้น ในฐานะดีไซเนอร์นี่เป็นหนึ่งในสุดยอดความท้าทาย แต่ก็ถือเป็น
ส่วนที่ยิ่งใหญ่ที่เราได้ทำ"

   อิกนาซี กาซาโนญาซ บาญานา ถามว่า "คุณได้ออกแบบรองเท้าต้นแบบ ทั้งหมดกี่แบบ
และรองเท้าต้นแบบรุ่นแรกแตกต่างจากรุ่นล่าสุดหรือเปล่า" ทอม มินามิ กล่าวว่า "เราชอบการ
สร้างรองเท้าต้นแบบ  เพราะมันเป็นวิธีที่ทำให้เราได้รู้ถึงปฏิกิริยาตอบรับ ที่มีต่อการออกแบบ
ของเรา และมีตัวเลือกมากมาย เราจะทำขั้นตอนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนกระทั่งได้แบบสุดท้าย"

   ลาซเซ สโกคสแต็ด ถามว่า "รองเท้าฟุตบอลมีน้ำหนักเท่าไหร่ ทุกคนจะทราบน้ำหนักของ
รุ่นเมอร์คิวเรียล แต่จะไม่ค่อยรู้น้ำหนักของรองเท้ารุ่นอื่นๆของไนกี้"  ทอม มินามิ กล่าวว่า
"เทียมโป อิลีท ไซส์ US เบอร์ 10 หนัก 265 กรัม"

   

   แนวคิดในการออกแบบประกอบไปด้วย

   1. ยังคงเป็นรองเท้าฟุตบอลที่มีหน้าผ้านุ่มนวล ส่งผลให้มีสัมผัสแรกกับลูกฟุตบอลได้อย่าง
หนักแน่นและแม่นยำ เพื่อสร้างข้อได้เปรียบจากสัมผัสแรกของลูกฟุตบอล  ภายใต้คำจำกัด
ความที่ว่า "Feel The Ball Not Defeat" จึงต้องมีการออกแบบลิ้นรองเท้าใหม่  เพื่อสร้าง
สัมผัสบอลที่สมบูรณ์แบบ
   2. นำเทคโนโลยีขั้นสูงใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้งาน  เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรองเท้า
ฟุตบอลตระกูลคลาสสิค
   3. เป็นรองเท้าฟุตบอลที่สวมใส่สบาย  สามารถใช้งานได้เหมาะสมต่อทุกลักษณะการเล่น
และเหมาะสมต่อผู้เล่นทุกคน  พร้อมมีความโดดเด่นในตัว  เพื่อสร้างจุดสังเกตให้เพื่อน
ร่วมทีมสามารถสังเกตเห็นได้ก่อนสิ่งอื่นใด

   
   ไนกี้ Tiempo IV ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2011  ซึ่งไนกี้
ได้สร้างความฮือฮาด้วยการจับ "เคราร์ด ปีเก้" ยอดปราการหลังทีมชาติสเปนชุดแชมป์
ฟุตบอลโลก 2010 จากสโมสรบาร์เซโลน่า มาเซ็นต์สัญญาเป็นพรีเซนเตอร์หลักเพียงผู้เดียว
ถือเป็นครั้งแรกของวงการรองเท้าฟุตบอล ที่บริษัทผู้ผลิตเลือกใช้นักฟุตบอลในตำแหน่ง
กองหลังมาเป็นพรีเซนเตอร์หลัก  แต่นั่นก็คงจะไม่สำคัญอะไรนัก  เพราะผลงานในสนาม
และการคว้าแชมป์มากมายของสโมสรต้นสังกัด "บาร์เซโลน่า"  ซึ่งก็เป็นทีมที่ไนกี้ให้การ
สนับสนุนอย่างเป็นทางการอยู่แล้ว  ทุกๆ อย่างจึงลงเองได้อย่างลงตัวเช่นนี้


   
   "ดำ-ขาว-ส้ม" ถูกเลือกเป็นสีเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Tiempo IV ต้องยอมรับว่าสีพื้น
ดำกับตราไนกี้สีขาว  ยังเป็นข้อจำกัดที่ไนกี้ยึดตึดสำหรับการใช้เป็นสีเปิดตัวของรองเท้าซีรี่ย์
นี้มาโดยตลอด  จึงถือเป็นความคลาสสิคที่ยังคงมีให้เห็นอยู่ท่ามกลางกระแสแฟชั่นสีสันต์ใน
วงการรองเท้าฟุตบอล ณ ปัจจุบัน  แต่ด้วยแนวคิดในการออกแบบที่ต้องการสร้างความโดด-
เด่นในยาวที่อยู่ในสนามแข่งขัน  สีส้มจึงถูกเลือกนำมาใช้สร้างความโดดเด่นนั่นเอง

   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV

   
   สำหรับรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่ SiamBoots ได้มารีวิวทดสอบการใช้งานในครั้งนี้ คือ Tiempo
Air Legend IV
   เป็นรองเท้าระดับท็อปในตระกูลคลาสสิคจากไนกี้เป็นที่รู้จักมานานในวงการ
รองเท้าฟุตบอล  ด้วยรูปลักษณ์ที่เรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความสง่างามคลาสสิค 

   
   หนังจิงโจ้แท้ (Kagaroo Leahter) ระดับที่ดีที่สุดได้ถูกคัดสรรเพื่อนำมาผลิตเป็นหน้าผ้า
และตัวรองเท้า  พร้อมด้วยแนวเดินด้ายและรอยเย็บบริเวณหน้าเท้า  ช่วยทำให้ผิวสัมผัสของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มีความนุ่มเป็นอย่างมากดีไซน์เดิมๆ ที่เน้นความคลาสสิค  แนวร้อยเชือก
ตรงกลางหลังเท้า เพียงแต่ในเจเนอเรชั่นของ Tiempo IV ได้ตัดลิ้นรองเท้าซึ่งทำหน้าที่ปกปิด
ปมเชือกออกไป  บริเวณลำตัวด้านข้างของรองเท้านั้นก็ได้ผลิตมาจากหนังจิงโจ้แท้เช่นกัน  
โดยสัญลักษณ์เครื่องหมายทางการค้าของไนกี้จะแตกต่างกัน  ข้างเท้าด้านในจะใช้หนังจิงโจ้
มาตัดเย็บกับตัวรองเท้า  ในขณะที่ด้านนอกจะผลิตมาจากวัสดุประเภทพลาสติกแล้วทำมาติด
ด้วยกาว

   
   ถัดมาที่ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ซึ่งผลิตมาจากวัสดุประเภท TPU ออกแบบให้เป็นชุดพื้น
แบบชิ้นเดียวทั้งแผ่น
ดีไซน์หรูหราด้วยการเคลือบผิวชั้นบนให้มีความใส  ปุ่มรองเท้า
แบบ FG ลักษณะผสมระหว่างปุ่มกลมในตอนหน้าและปุ่มใบมีดเหลี่ยมในตอนหลัง  ซึ่งให้
ความรู้สึกมั่นคงและแข็งแรงทนทานหุ้มส้นและข้อเท้าภายในเป็นพื้นผิวแบบกำมะหยี่
ที่ไนกี้ได้เริ่มเปลี่ยนมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างความกระชับ  ใส่สบายและป้องกัน
การถูกกัด  แผ่นรองพื้นผลิตจากวัสดุประเภท EVA foam มีชั้น Poron ในส่วนหน้าและส่วน-
หลังบริเวณใต้แผ่นรองพื้น   เพื่อช่วยรองรับแรงกระแทกจากพื้นขณะเคลื่อนไหว  โดยแผ่น
รองพื้นมีผิวหน้าที่ถูกเคลือบให้มีความเหนียวเพื่อยึดติดกับเท้าและป้องกันการลื่นไถลได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ

   
   สำหรับไนกี้ Tiempo Air Legend IV คู่นี้มาได้ถูกคั้นน้ำหนักตัวออกไปให้เบายิ่งขึ้นกว่า
เจเนอเรชั่นที่แล้ว  เหลือเพียง 272.2 กรัม  มาในราคาเดิมที่ 5,200 บาท  ที่มีของแถมเป็น
ถุงใส่รองเท้าแบบกระเป๋าสะพายตามสไตล์ไนกี้เช่นเดิม


   ข้อมูล(เพิ่มเติม)ของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV Elite

   
   หน้าผ้าของ เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลีท เป็นหนังจิงโจ้คุณภาพสูงที่นุ่มเป็นพิเศษและมีความ
คงทน ทำให้ผู้เล่นรู้สึกสบายพร้อมสัมผัสและการควบคุมที่ดี  เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลีท เป็น
รองเท้าที่เบาที่สุดในตระกูลเทียมโป โดยมีน้ำหนักเบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 20 กรัม แม้ว่าจะยังคง
ใช้หน้ารองเท้าที่ทำจากหนังจิงโจ้แบบดั้งเดิม เมื่อผสานกับตัวรองเท้าซึ่งให้สัมผัสและความรู้สึก
อันยอดเยี่ยมไร้คู่ปรับด้วยโครงสร้างพื้นรองเท้าคาร์บอนไฟเบอร์ เทคโนโลยีฟลายไวร์ และการ
จัดวางปุ่มสตั๊ดที่ดีขึ้น

   
   นอกจากนี้ เทคนิคการเย็บยังช่วยให้หน้าผ้านุ่มขึ้นแต่ไม่ยืดจนเกินไป ในขณะที่แผ่นรองพื้นด้านใน
ได้รับการออกแบบให้ช่วยดูดซับแรงกระแทกและคงรูปได้ดี การรองรับส่วนเว้าของฝ่าเท้าและส้นเท้า
เป็นอย่างดีทำให้รองเท้ายิ่งตอบสนองได้ดีขึ้นตามการเคลื่อนไหวของผู้เล่น

   
   แผ่นพื้นรองเท้าซึ่งทำจากคาร์บอนน้ำหนักเบาเป็นพิเศษยังคงความเรียบแบนเอาไว้ ซึ่งช่วยเพิ่ม
ความแกร่งโดยไม่ทำให้รู้สึกแข็งกระด้าง การใช้ปุ่มสตั๊ดทรงกลมร่วมกับปุ่มกลางแบบใบมีดสองปุ่ม
ช่วยเสริมการยึดเกาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวะสำคัญที่ผู้เล่นต้องการมากที่สุด ปุ่มสตั๊ดแต่ละปุ่ม
ได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นให้ทำหน้าที่เฉพาะตัวในการจิกพื้นและกระจายแรงกดได้ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้เป็นสุดยอดพื้นรองเท้าสำหรับการใช้งานในทุกสภาพสนาม

   
   เทคโนโลยีไนกี้ ฟลายไวร์ ที่เพิ่มเติมเข้ามาสามารถช่วยยึดเท้าส่วนกลางให้กระชับกับรองเท้าได้ดีขึ้น
โดยใช้เส้นใยที่มีความแข็งแรงสูงซึ่งทำหน้าที่คล้ายสายเคเบิ้ลของสะพานแขวน จึงรองรับเท้าได้อย่าง
ดีเลิศพร้อมกับเพิ่มความสบายเท้าและให้การเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ เทคโนโลยีที่ปฏิวัติวงการนี้ได้
พลิกโฉมหน้าการออกแบบโครงสร้างรองเท้าด้วยการลดปริมาณวัสดุที่ต้องใช้ในการทำหน้ารองเท้า
ฟุตบอลลงให้เหลือน้อยที่สุด โดยที่ไม่สูญเสียความคงทนและการรองรับเท้าไป

   ด้วยการสร้างสรรค์ที่อิงหลักวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับการรับรู้ภาพด้านข้าง องค์ประกอบส้นรองเท้าที่
เป็นเอกลักษณ์ของ เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลีท จึงเป็นสีขาว/ส้มสะท้อนแสงเพื่อสร้างประกายวูบวาบ
ในขณะที่สวมเทียมโปลงเล่น และผลเช่นนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นด้วยรายละเอียดการออกแบบที่ใช้สีส้มเจิดจ้า
เพื่อกระตุ้นการมองเห็นได้มากยิ่งขึ้น

   
   เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลิท และเทียมโป เลเจนด์ โฟร์ จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย ตั้งแต่
วันที่ 15 กรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ในราคา 12,500 บาท และ 5,200 บาท ตามลำดับ

   
   Feeling

   
   ก่อนอื่นมาบรรยายถึงความรู้สึกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการเลือกไซด์รองเท้ารุ่นนี้กันก่อน
ดีกว่า  สำหรับ Tiempo Air Legend IV คู่ที่ใส่อยู่ที่เท้าของผมนั้นมีขนาด 9.5 us , 8.5 uk ,
43 fr และ 27.5 cm ซึ่งหากใครได้ติดตามอ่านบทความรีวิวทดสอบการใช้งานมาโดยตลอด
จะรู้ว่าเป็นไซด์เดียวกับ CTR 360 Maestri II ที่ผมได้ทดสอบไปเมื่อต้นปี  ในขณะที่ความ
ยาวเท้าของผมเองนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 27.6 cm  ดังนั้นความรู้สึกแรก  ครั้งแรกเลยที่ผมได้
สวมใส่ Tiempo Air Legend IV ที่มีขนาดความยาว 27.5 cm นั้น  ปลายเท้าของผมนั้นยัง
มีพื้นที่เหลือเล็กน้อย  ด้านข้างกระชับเป็นอย่างมาก  แรกๆ จะรู้สึกอึดอัดบ้าง  อาจจะด้วย
เหตุผลที่ยังเป็นรองเท้าใหม่  แต่พอใส่ลงสนามไปสักพัก  ความรู้สึกอึดอัดที่มีในตอนแรก
ได้หายไป กลายเป็นความกระชับที่เข้ารูปเท้า  และเคลื่อนที่ได้อย่างกระชับกระเฉงมั่นใจ

   
   ดังนั้นขอสรุปในการเลือกไซด์รองเท้าของรองเท้าฟุตบอลไนกี้รุ่น Tiempo Air Legend IV
ว่าให้เลือกไซด์ที่มีขนาดความยาวไม่มากเกินกว่าเท้าของท่าน  เท้าของใครที่มีความยาว
ลงเอยที่ .0 หรือ .5 cm ก็เลือกซื้อให้ตรงไซด์ไปเลย ส่วนเท้าใครที่อยู่คร่อมระหว่าง .0 ถึง
.5 ก็ให้เลือกไซด์ที่เล็กกว่าความยาวเท้าของท่านเล็กน้อย  ส่วนความกว้างนั้นไม่ต้องห่วง
เพราะหนังจิงโจ้แท้และหนังแคงกาไลท์ซึ่งเป็นส่วนบริเวณข้างเท้านด้านนอกของรองเท้า
รุ่นนี้จะสามารถขยายให้เข้ารูปกับเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างรวดเร็ว  เมื่อได้ผ่านการใช้งาน
เพียงไม่นาน

   
   ถึงแม้ว่าจากการแนะนำการเลือกไซด์รองเท้านั้นอาจจะมีความรู้สึกกระชับเป็นอย่างมาก
แต่ไม่ต้องกลัวเรื่องของการถูกรองเท้ากัดเลย  เพราะที่บริเวณหุ้มส้นด้านในจะเป็นพื้นผิว
แบบกำมะหยี่
 จึงมั่นใจได้เลยว่าจะไม่ถูกกัดอย่างแน่นอน   และแถมด้วยความกระชับส้น
อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

   
   แผ่นรองพื้นด้านในที่มีพื้นผิวเป็นยางและถูกเคลือบผิวให้มีความเหนียว  สร้างแรงดึงดูด
กับเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างไม่มีลื่นไถล  ด้านใต้ของแผ่นรองพื้นมีวัสดุ Poron แบบไม่เต็ม
แผ่น  ทำหน้าที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทกและกระจายแรงได้ดีพอสมควร
ในขณะที่ชุดพื้นนอกแบบชิ้นเดียว กับชุดปุ่ม FG ของ Tiempo Air Legend IV  เมื่อได้ลอง
ยืนและเดินบนพื้นหญ้า (ทั้งหญ้าจริงและหญ้าเทียม)  อาจจะยังคงบอกอะไรได้ไม่มาก  แต่ก็
พอจะคลำความรู้สึกคร่าวๆ ได้ว่าชุดพื้นรองเท้ารุ่นนี้จะไม่สร้างความปวดเมื่อยฝ่าเท้า  และ
ยังสามารถกระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุลอีกด้วย  แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการใช้งานจริงๆ จังๆ จะพูด
ถึงต่อไปในภายหลัง  และเมื่อเทียบฟีลลิ่งของการกระจายแรงระหว่างหญ้าจริงและหญ้าเทียม  
จะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลย

   
   และจังหวะการทดลองสปรินซ์ออกตัววิ่ง  บริเวณปุ่มด้านหน้าซึ่งเป็นปุ่มกลมและยาว
พอสมควร  จะจิกลงไปยังพื้นหญ้าและสปรินซ์ออกตัวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง  ในจังหวะ
สปินซ์ตัวที่ส้นเท้าต้องยกสูงขึ้น  และเกิดการโค้งงอที่บริเวณหัวรองเท้าตามธรรมชาติของเท้า
ด้วยความนุ่มของตัวรองเท้าที่ผลิตจากหนังจิงโจ้  บริเวณดังกล่าวจะไม่แข็งทื่อจนเกิดแรง
กดลงที่หลังเท้า
  จึงไม่มีความรู้สึกเจ็บดั่งที่เป็นปัญหาของรองเท้าหนังสังเคราะห์    
   
   Testing  

      
   จุดเด่นแรกของรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV ก็คือหน้าผ้าและตัวรองเท้า
ที่ผลิตจากหนังจิงโจ้แท้ (Kangaroo Leather) มีความหนานุ่มในระดับที่สูงที่สุด  จากการ
ทดสอบการใช้งานจริง  บอกตรงๆ เลยว่าในตอนแรกยังไม่ค่อยรู้สึกถึงความหนานุ่มว่ามัน
จะแตกต่างจากรุ่นเดิมๆ เจเนอเรชั่นเก่าๆ สักเท่าไหร่  แต่พอได้ลองใช้งานไปมากกว่า 6 ครั้ง
ในเวลาเพียง 2 สัปดาห์  กลับพบว่าหนังจิงโจ้ของรองเท้ารุ่นนี้  เมื่อผ่านการใช้งานไปเรื่อยๆ
จะมีความหนานุ่มมากกว่าตอนแรก
  ในขณะที่ลักษณะการออกแบบแนวการเย็บด้ายของ
ตัวรองเท้านั้นก็เอื้ออำนวยให้หน้าผ้ามีความหนานุ่มเพิ่มขึ้นอีกด้วย

   
   นอกเหนือจากบริเวณหัวรองเท้าที่มีความหนานุ่มมากๆ แล้ว  ยังพบความลับของความนุ่ม
บริเวณหลังเท้าอีกด้วย  เพราะที่ตรงกลางลิ้นรองเท้าจะมีการเสริมชั้นหนังให้มีความหนา
มากขึ้น  ดังนั้นจังหวะเตะลูกบอลด้วยหลังเท้าจึงมีความหนักแน่นไม่แตกต่างจากการเตะด้วย
หัวรองเท้าและข้างเท้าด้านในเลย...

   
   ความคล่องตัวและการพาบอลไปกับเท้าเป็นอีกสิ่งที่น่าประทับใจ  โดยเฉพาะปุ่ม FG
ด้านหน้าสามารถยึดเกาะจิกลงไปที่พื้นสนามได้อย่างดี  จุดเด่นอยู่ที่ปุ่มรูปวงรีทั้งสองปุ่มซึ่ง
อยู่ในตำแหน่งด้านนอกของชุดพื้น  จะทำหน้าที่ควบคุมการเปลี่ยนทิศทางและการทรงตัว
ทั้งหมดนี้จะทำหน้าที่ผสมผสานกับน้ำหนักตัวรองเท้าเพียง 272.2 กรัม  จึงทำให้การเคลื่อนที่
เพื่อสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมกับเกมส์ในสนามนั้นทำได้สนุกสนานมากยิ่งขึ้น  เท่านั้นยังไม่พอ
เนื่องจากการออกแบบรูปทรงหลังเท้าและแนวด้ายเย็บบริเวณด้านหน้าของตัวรองเท้า  ทุกสิ่ง
ทุกอย่างช่างเหมาะเจาะลงตัว  ทำให้รูปทรงรองเท้ามีความโค้งเว้าเข้ากับความกลมของลูก-
ฟุตบอล  ดังนั้นประสิทธิภาพในการเลี้ยงพาบอลฉีกหนีการประกบคู่แข่ง  จึงสามารถทำได้
อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ  เป็นอารมณ์ที่แทบจะไม่แตกต่างจากรองเท้าสายความเร็ว
ในปัจจุบันเท่าไรนัก

   

   
   สัมผัสแรกที่ยอดเยี่ยมคือจุดแข็งของรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Tiempo Air Legend IV 
อย่างแท้จริง   การใช้ข้างเท้าด้านในซึ่งเป็นหนังจิงโจ้แท้ในการรับบอลที่ถูกส่งมาจาก
เพื่อนร่วมทีม  ไม่ว่าลูกบอลจะพุ่งมาเบามาแรง  ก็สามารถจับบอลในสัมผัสแรกได้อย่าง
นุ่มนวลและไม่ยากเย็นนัก  ถึงแม้ใครจะเถียงว่าทักษะตรงนี้มันก็ขึ้นอยู่กับตัวบุคคลด้วย
แต่สำหรับผมที่ได้ลิ้มลองสัมผัสกับการใช้งานรองเท้าฟุตบอลมาอย่างมากมายหลายรุ่น
ขอยืนยันเลยว่ารองเท้ารุ่นนี้จะช่วยให้การจับบอลแรกนั้นสามารถทำได้ง่ายกว่ารองเท้า
รุ่นอื่นๆ  และรู้สึกถึงความแตกต่างได้อย่างชัดเจน  ในเมื่อเราสามารถสัมผัสบอลแรกได้
ดั่งที่ใจต้องการแล้ว จังหวะต่อไปก็สามารถเล่นได้อย่างง่ายดาย  สมกับคำที่ไนกี้บอกไว้
ว่า "Feel The Ball Not Defeat"

   
   การส่งบอลและการเปิดบอล ด้วยหน้าผ้าของรองเท้าที่มีความหนานุ่ม  ทำให้การส่งบอล
ไปยังเพื่อนร่วมทีมนั้นมีความหนักแน่นและมีน้ำหนักทุกครั้ง  ด้วยการที่ Tiempo Air Legend IV 
เป็นรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิค  จึงไม่มีอุปกรณ์ช่วยเหลือในการส่งบอล  มีเพียงแค่ผิว
หน้าของหนังจิงโจ้ล้วนๆ  ถ้าในสภาพสนามและลูกฟุตบอลที่เปียกแฉะ  อาจจะต้องใช้ทักษะ
ในการควบคุมทิศทางของลูกบอลที่ออกไปจากเท้าบ้าง   ในการเปิดบอลโด่งก็ยังสามารถทำ
"ด้ดั่งใจต้องการ  ถึงแม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าปุ่ม FG ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้อาจจะยาว
เกินไปหรือเปล่า  แต่ด้วยเทคนิคการออกแบบที่ ทอม มินามิ และทีมงานของไนกี้ ได้ออกแบบ
ให้ลักษณะของหัวรองเท้ากดลงเข้าไปที่ใต้ลูกฟุตบอลในจังหวะการเปิดบอลโด่ง  จึงช่วยให้
สามารถเปิดบอลโด่งได้อย่างง่ายดาย  ถึงแม้จะเล่นในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมก็ตาม
   
   
   มาทดสอบการยิงลูกฟุตบอลด้วยหลังเท้าแบบเต็มแรง  เมื่อตั้งลูกฟุตบอลเอาไว้นิ่ง ๆ
ก็วิ่งเข้ามาเตะเต็มแรงด้วยหลังเท้า  เท้าหลักที่ต้องเป็นเท้าที่ทรงตัวและยันพื้นสนามเอาไว้นั้น
มีความมั่นคงพอสมควร  และเนื่องจากปุ่มรองเท้าส่วนหลังที่มีขนาดใหญ่  จึงสามารถช่วยส่ง
ถ่ายแรงในการยิงไปยังเท้าอีกข้างหนึ่งที่ใช้ยิงลูกฟุตบอลได้เป็นอย่างดี

   
   ด้วยหน้าผ้าที่เป็นหนังจิงโจ้แท้ซึ่งมีความหนานุ่มเป็นอย่างมาก  ในวินาทีที่หลังเท้าสัมผัสกับ
ผิวของลูกฟุตบอล  จะรู้สึกถึงความนุ่มและหนักแน่น   แรงทีเกิดจากการเหวี่ยงเท้าสามารถถูก
ส่งผ่านไปยังลูกฟุตบอลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย  ทำให้ลูกบอลที่พุ่งบอกไปจากหลังเท้านั้น
มีน้ำหนัก  และด้วยการออกแบบหน้าผ้าให้มีพื้นที่กว้างโล่ง  จึงช่วยทำให้การควบคุมทิศทาง
ของลูกฟุตบอลในจังหวะที่ยิงเต็มแรงนั้นสามารถทำได้ไม่ยากเย็นนัก  หนังจิงโจ้แท้ที่มีความ
หนานุ่มยังช่วยรักษาสุขภาพเท้าของเราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  เพราะถึงแม้จะยิงเต็มแรง  แต่
กลับไม่ค่อยรู้สึกถึงแรงปะทะที่สะท้อนกลับมายังหลังเท้าของเรามากจนรู้สึกเจ็บ

   
   มาปิดท้ายการทดสอบด้วยจังหวะเคลื่อนที่ที่เราไม่มีบอล (Off-ball)  เพื่อหาพื้นที่ว่าง
พร้อมสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมกับเกมส์การแข่งขันตลอดเวลา  ด้วยน้ำหนักตัว 272.2 กรัม
ซึ่งถูกจัดอยู่ในพิกัดระดับกลาง  เมื่อเทียบกับรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ในท้องตลาด ณ ปัจจุบัน
โดยส่วนตัวผมเองนั้นขอบอกเลยว่าชื่นชอบกับน้ำหนักตัวระดับนี้เป็นอย่างมาก  เพราะมัน
เป็นน้ำหนักที่กำลังพอดี  ไม่หนักจนต้องวิ่งขาลาก  ทำให้ผมสามารถวิ่งหาช่อง  เรียกบอล
และประสานงานกับเพื่อนร่วมทีมได้ตลอดเวลาที่ลงทำการแข่งขัน  ในทางตรงข้ามกันนั้น
รองเท้าก็ไม่ได้เบาจนเกินไป  ดังนั้นในการจ่ายบอล ยิงประตูหรือเปิดบอลโด่งไปยังระยะ
ไกลๆ  ก็สามารถทำได้อย่างมีน้ำหนัก  ดั่งที่ใจต้องการ

   Conclusion  

   
   มาถึงเวลาสรุปผลการรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลจากไนกี้รุ่น Tiempo Air Legend IV
กันแล้ว  หลังจากที่ผมใช้เวลาอยู่ด้วยกันมานาพอสมควร  และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จาก
การทดสอบ  รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปในตระกูลรองเท้าฟุตบอลคลาสสิคคู่นี้

   การใช้งานกับพื้นหญ้าจริง

   
   สบายเท้ามากสำหรับการใช้งานในสนามฟุตบอลหญ้าจริง  ยิ่งสนามไหนที่มีดินนุ่ม ๆ
ให้ได้เหยียบย่ำด้วยแล้วล่ะก็  ไนกี้ Tiempo Air Legend IV พร้อมด้วยปุ่ม FG สามารถ
ยึดเกาะกับพื้นสนามได้เป็นอย่างดี  และด้วยลักษณะการเล่นที่ส่วนใหญ่จะไม่เน้นการใช้
ฝ่าเท้าเพื่อคลึงบอล  ปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้ที่หลายคนมองว่าอาจจะยาว  และมีพื้นที่
หน้าตัดไม่มาก  จึงไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด  และยิ่งเล่นในสนามหญ้าจริงที่ปกติแล้วจะ
เป็นสนามที่มีความกว้างใหญ่กว่าสนามหญ้าเทียม  การยึดเกาะที่ดีเยี่ยมและน้ำหนักตัว
ที่กำลังดี  จะสามารถช่วยทำให้เราใช้ความเร็วกระชากหนีคู่แข่งได้โดยไม่เปลืองแรง
แถมรองเท้ายังมีน้ำหนักที่ดีพอสำหรับการเตะบอลหรือเปิดบอลไปยังจุดหมายไกลๆ ได้
อย่างมั่นใจอีกด้วย

   การใช้งานกับพื้นหญ้าเทียม

   
   ในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมซึ่งปกติจะมีพื้นสนามที่แข็งและสั้นกว่าสนามหญ้าจริง   การ
เคลื่อนที่ของ Tiempo Air Legend IV แทบจะไม่แตกต่างกันเลย  ปุ่มแบบ FG ที่หลายๆ คน
มองว่าอาจจะมีความยาวมากเกินไป   กลับไม่ทำให้รู้สึกว่ามีอาการปวดเมื่อยฝ่าเท้าเท่าใดนัก
การรองรับแรงกระแทกยังทำได้อย่างดีเยี่ยม  ในทางตรงข้าม  ปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ยังช่วย
สร้างความมั่นคงและการยึดเกาะที่ดีอีกด้วย  แต่การใช้ฝ่าเท้าคลึงบอลหลอกล่าคู่ต่อสู้ ตาม
สไตล์การเล่นของฟุตบอลสนามเล็ก  รองเท้ารุ่นนี้ยังไม่สามารถทำได้ดีนัก  และยังเกิดการ
ติดขัดบ้าง  ถ้าจะให้ชำนาญคงต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวพอสมควร  เพราะปุ่ม FG นั้น
มีพื้นที่หน้าตัดในการสัมผัสกับลูกฟุตบอลค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์อื่น
สำหรับปัญหาความร้อนที่เกิดจากการเล่นในสนามฟุตบอลหญ้าเทียมนั้น  ผมไม่พบว่าเกิด
ขึ้นกับรองเท้าฟุตบอลหนังจิงโจ้แท้คู่นี้เลย  การระบายความร้อนทำได้อย่างน่าประทับใจ

   ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม
   หลังจากการใช้ระยะเวลาอยู่ร่วมกับ Tiempo Air Legend IV และทดสอบการใช้งานอย่าง
จริงจังมาเป็นระยะเวลามากกว่า 2 สัปดาห์  บอกตรงๆ ว่าไม่มีข้อเสอแนะเพิ่มเติมอะไรไปยัง
ไนกี้เลย   เพราะทุกสิ่งที่อย่างที่อยู่ในรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้มันลงตัวไปหมดทุกอย่าง
แต่เชื่อว่าอาจจะมีข้อเรียกร้องจากผู้ใช้งานท่านอื่นๆ ตามมา  ว่าอยากให้ไนกี้ปรับปรุงแก้ไข
แผ่นรองพื้นรองเท้าด้านในให้มีความขรุขระให้มากขึ้น เพื่อสร้างแรงเสียดทานและป้องกัน
อาการลื่นไถล (แบบเดียวกับแผ่นรองพื้นของ Tiempo Air Legend III)  ในขณะที่วัสดุ
Poron ด้านใต้แผ่นรองพื้น  ซึ่งเป็นวัสดุในการช่วยรองรับแรงกระแทก  ที่ในรุ่นนี้นั้นยัง
ให้มาแบบไม่เต็มแผ่น  สำหรับเรื่องนี้นั้น  โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
เพราะ Poron แบบไม่เต็มแผ่นก็สามารถช่วยรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีแล้ว  และ
การเคลื่อนที่ก็ยังสามารถทำได้อย่างสบายเท้าอีกด้วย จะว่าไปแล้วขนาดรองเท้าฟุตบอล
รุ่น CTR 360 Maestri II ก็ยังมีมาให้แบบไม่เต็มแผ่น  แต่ถ้าใครอยากได้แผ่นรองพื้นที่
มี Poron แบบเต็มแผ่น ก็คงต้องขยับขึ้นไปซื้อรุ่น Tiempo Air Legend IV Elite นั่นเอง


      
   ในระยะเวลาช่วง 2-3 ปีหลังมานี้  ต้องยอมรับว่าวงการรองเท้าฟุตบอลนั้นมีการแข่งขัน
ในเรื่องของนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ กันอย่างเอาเป็นเอาตาย  ไม่ใช่แค่การออก
เจเนอเรชั่นใหม่ๆ ให้กับรองเท้าซีรี่ย์เดิม  แต่ยังรวมถึงการเปิดสายการผลิตรองเท้าฟุตบอล
ซีรี่ย์ใหม่ๆ เข้ามาตีตลาดอีกด้วย  เท่านั้นยังไม่พอ   เพราะยังมีการเพิ่มระดับรองเท้าในสาย
การผลิต  จากรองเท้าระดับท็อป  เพิ่มมาเป็นรองเท้าระดับเวิร์ดคลาสอีกด้วย  เรียกได้ว่า
ความเจริญก้าวหน้าในวงการรองเท้าฟุตบอลนั้นช่างดำเนินไปอย่างรวดเร็วเสียเหลือเกิน
แต่เมื่อมองกลับมายังรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิค  ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องของการ
พัฒนาและการออกแบบ  ก็ยิ่งน่าเป็นห่วงว่ารองเท้าฟุตบอลประเภทนี้จะมีหนทางข้างหน้า
เป็นอย่างไรในอนาคต

    ผมคนหนึ่งแหละครับ  ยอมรับว่าเคยมีความคิดว่าคงใกล้จะถึงเวลาสิ้นสุดถึงกาลอวสาน
ของรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้แน่ๆ ในอนาคตอันใกล้  ถึงแม้ว่าผู้ผลิตแบรนด์ดังต่างๆ จะ
มีการออกเจเนอเรชั่นใหม่อยู่เรื่อย ๆ  แต่ก็ยังไม่เห็นจะได้รับความนิยมมากมายเท่าใดนัก
เมื่อเทียบกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์อื่นๆ ซึ่งบรรจุเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่างมากโข  ผมเคยได้
ลองใช้งานบ้างบางรุ่น..แต่ก็ยังไม่รู้สึกถูกใจอะไรมากนัก

   
   แต่เมื่อได้ลองรองเท้าฟุตบอลไนกี้ Tiempo Air Legend IV คู่นี้  ได้ทดสอบได้ใช้งาน
อย่างจริงจัง  ก็พบคำตอบเลยว่ารองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิครุ่นนี้  จะกลับมา
ทวงความนิยมจากบรรดานักฟุตบอลทั่วโลกได้อย่างแน่นอน
  ทุกอย่างลงตัวไปหมด
ดีไซดน์อาจจะไม่โดดเด่นอะไรมากมายนัก     แต่นั่นก็ไม่ใช่จุดขายของรองเท้าฟุตบอล
ประเภทนี้อยู่แล้ว  จุดขายที่ยอมรับว่าติดใจเป็นอย่างมากคือความหนานุ่มของหนังจิงโจ้
ความสบายในการสวมใส่  ความกระชับและน้่ำหนักตัวที่กำลังพอดี ไม่เบาไม่หนักจน
เกินไป
  ทั้งนี้ยังไม่รวมถึงความคุ้มค่าของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปที่มีราคาค่าตัวเพียง
แค่ 5,200 บาทเท่านั้น  จนทุกวันนี้  เวลาลงสนามผมแทบจะไม่ได้แตะต้องรองเท้าฟุตบอล
รุ่นอื่นๆ ที่ผมมีอยู่เลย  เลือกที่จะใช้แต่ Tiempo Air Legend IV ลงสนามมาโดยตลอด !!
สำหรับใครที่ยังคงเรียกร้อยหาเทคโนโลยีระดับสูง  ก็ยังมี Tiempo Air Legend IV Elite
ที่ไนกี้เตรียมเอาไว้ตอบโจทย์ความต้องการตรงนี้ได้  

   
   สำหรับใครที่ต้องการเลือกหารองเท้าฟุตบอลคู่ใจอยู่  อยากให้ลองมองมาที่รองเท้ารุ่น
Tiempo Air Legend IV คู่นี้  และเลือกมาเป็นรองเท้าฟุตบอลคู่ใจดูสักครั้ง  ไม่ใช่เพียง
แค่ความหนานุ่มของหนังจิงโจ้แท้ระดับที่ดีที่สุด  ยังรวมถึงความสบายในการสวมใส่และ
ที่สำคัญยังมีความคุ้มค่าสมน้ำสมเนื้อสมราคาเป็นอย่างมากอีกด้วย  และลืมไปได้เลยกับ
ความกังวลที่ว่ารองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิคจะถูกบดบังรัศมีจากรองเท้ารุ่นใหม่ ๆ
ที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยี   เพราะไนกี้ Tiempo Air Legend IV จะทำให้ยุคแห่ง
ความคลาสสิคกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้ง !!!
  และสำหรับตัวผมเองแล้ว "ไม่มี
เหตุผลใดๆ ที่ทำให้ผมไม่ชอบรองเท้ารุ่นนี้"
  ก่อนจะจากกัน อยากจะขอตะโกนดังๆ
ว่า "Feel The Ball Not Defeat"
   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - Hand On! "Tiempo Air Legend IV" มนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิคที่สุดจะบรรยาย !!"
   - ข้อมูลรองเท้ารุ่น Tiempo Air Legend IV
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก
   - ไนกี้เสริมอาวุธให้นักเตะได้เปรียบยามลงสนาม "เทียมโป เลเจนด์ โฟร์"
   
   SiamBoots Testing Point & Rating

   - การรองรับแรงกระแทก 8/10
   - ความสบายในการสวมใส่
8/10
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 7/10
   - การสัมผัสและควบคุมลูกฟุตบอล 8/10
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 7/10
   - ความแม่นยำในการส่งบอล  ยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 8/10
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 7/10
   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภท "คลาสสิค" 9/10
   - ความคุ้มค่า 9/10

การรองรับแรงกระแทก            
ความสบายในการสวมใส่            
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม              
การสัมผัสบอลและควบคุมลูกฟุตบอล            
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
ความแม่นยำในการส่ง/ยิง/เปิดโด่ง            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ              
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่              
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าคลาสสิค            
ความคุ้มค่า            


   

   Special Thanks
   - ภาพถ่ายโดย DiceSeven
   - อุปกรณ์ถ่ายภาพโดย DiceSeven
   - อุปกรณ์ถ่ายภาพโดย poko7
   - สนามฟุตบอล Winning 7


ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Tiempo Air Legend IV

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com