"Testing!" พูม่า evoPower 1 - หนึ่งในรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่ดีที่สุด ในตลาดปัจจุบัน







ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoPower 1





   
   เอาล่ะครับ บทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริง ของรองเท้าฟุตบอลรุ่นที่หลายคนรอคอยและให้ความสนใจมาก
ที่สุดตั้งแต่เริ่มปี 2014 นี้มา จะเป็นอื่นใดไปไม่ได้เลย  นอกจาก evoPower 1 รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์พาวเว่อร์
รุ่นใหม่ล่าสุดจากพูม่า  ที่ในบทความนี้ SiamBoots จะมาวิเคราะห์วิจารณ์ประสิทธิภาพการใช้งานจริง พร้อมทั้ง
เปรียบเทียบกับรองเท้าคู่แข่งในตลาด  เพื่อฟันธงว่ารองเท้าพันธุ์ดุสุดร้อนแรงรุ่นนี้  มีอะไรดีบ้าง !?

   กระแสความร้อนแรงของ evoPower 1 แสดงให้เห็นแล้วว่าแบรนด์พูม่ากำลังจะกลับมามีส่วนแบ่งในตลาด
รองเท้าฟุตบอลอย่างเต็มตัวอีกครั้งหนึ่ง  หลังจากที่ 2 - 3 ปีก่อนหน้านี้  เป็นการแข่งขันกันระหว่าง อาดิดาส
และไนกี้ เท่านั้น  ในขณะที่แบรนด์อื่นๆ แม้จะมีรองเท้ารุ่นใหม่เปิดตัวออกมาบ้าง  แต่ก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจอะไร
มากนัก  จนกระทั่ง พูม่าเปิดตัว evoPower 1 เมื่อปลายปี 2013 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะเริ่มวางตลาดทั่วโลกทันที

   
   รวมถึงในประเทศไทยด้วยเช่นกัน  ที่ทุกวันนี้ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  ผู้นำเข้า
และจัดจำหน่ายผลิตภันฑ์แบรนด์พูม่า อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  ได้นำรองเท้าฟุตบอล
ระดับท็อปคลาสทุกซีรี่ย์ของแบรนด์เสือกระโดดจากประเทศเยอรมันนี เข้ามาวางจำหน่ายอย่างเต็มสูบมากขึ้น
และก็รวมถึงรองเท้า evoPower 1 สีส้มเข้ม ซึ่งเป็นสีเปิดตัวของรองเท้าซีรี่ย์นี้  ที่ทางบริษัทได้สนับสนุนมาให้
SiamBoots ของเรา รวมทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน พร้อมหาคำตอบ ยืนยันว่ารองเท้ารุ่นนี้เป็นอย่างไร

   ก่อนที่จะไปลุยส่วนหลักของบทความ "Boots Testing!" พูม่า evoPower 1  ผมจะให้ข้อมูลก่อนว่า บทความ
นี้ จะเน้นวิเคราะห์วิจารณ์ประสิทธิภาพจากการใช้งานจริงๆ ของรองเท้า  โดยจะอ้างอิงเปรียบเทียบกับรองเท้า
รุ่นอื่นๆ ที่ผมได้เคยทดสอบการใช้งานมาแล้ว  หลักๆ เลย  รองเท้าที่จะยึดเป็นคู่เปรียบเทียบ  ก็จะเป็นรองเท้า
คลาสเดียวกัน มีตำแหน่งการทำตลาดเดียวกัน  เพื่อให้คุณผู้อ่านสามารถใช้ข้อมูลการเปรียบเทียบ  ไปตัดสินใจ
เลือกรองเท้าที่ท่านต้องการได้ถูกต้อง  ใช้แล้วดีก็บอกว่าดี ตรงไหนด้อย ก็ตำหนิเพื่อให้เป็นแนวทางในการพัฒนา
ต่อไป  นั่นคือแนวทางและจุดมุ่งหมายของบทความนี้ ครับ

   Details

   
   evoPower คือการตั้งชื่อใหม่ตามแนวคิดที่เอาคำว่า evo ซึ่งหมายถึงการปฏิวัติ มานำหน้าคำว่า Power ที่สื่อตรงตัว
ว่ารองเท้าซีรี่ย์นี้ ถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานของรองเท้าสายพันธุ์พาวเว่อร์  โดยการตั้งชื่อลักษณะนี้  พูม่าได้เริ่มต้น
ตั้งชื่อให้กับซีรี่ย์ evoSpeed ที่ล่วงหน้าทำตลาดมาก่อนถึง 2 ปี  นี่จึงเป็นการส่งสัญญาณพูม่า ว่าพวกเขาพร้อมที่จะ
กลับมาปฏิวัติวงการรองเท้าฟุตบอลอย่างเต็มตัวแล้ว

   รองเท้าซีรี่ย์ evoPower ถือเป็นเจเนอเรชั่นต่อเนื่องมาจากรองเท้าซีรี่ย์ PowerCat ที่ทำตลาดได้ 2 เจเนอเรชั่น
และเพิ่งจะหมดอายุการตลาดไปเมื่อปลายปี 2013  และเมื่อมองกลับไปยาวๆ  ก่อนหน้าซีรี่ย์ PowerCat  พูม่าเคย
ใช้ชื่อซีรี่ย์ V-Konstrukt มาก่อน และทำตลาดต่อเนื่องมาถึง 3 เจเนอเรชั่น  นั่นหมายความว่า evoPower ควรจะ
ถูกนับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 6 ของตระกูลรองเท้าพันธุ์ดุจากพูม่า  โดยแต่ละเจเนอเรชั่น มีระยะเวลาในการทำตลาด
อยู่ราวๆ 2 ปี ด้วยกัน

   
   แต่เมื่อวิวัฒนาการและเทคโนโลยีของวงการรองเท้าฟุตบอลและอุปกรณ์กีฬาในปัจจุบัน  เหมือนถูกปฏิวัติ
ให้มีความก้าวหน้ารวดเร็วอย่างก้าวกระโดด  พูม่าจะได้สร้างสรรค์ PowerCat ออกมา ภายใต้แนวคิดใหม่
แตกต่างจากตัวตนของตระกูลนี้ที่เคยเป็นมาอย่างชัดเจน  จากการโปรโมทของพูม่า  จะเห็นได้ว่ารองเท้า
เจเนอเรชั่นนี้  ถูกอัดแน่นมาด้วยเทคโนโลยีจุดต่างๆ มากมาย  พร้อมการเปลี่ยนมาใช้วัสดุหนังสังเคราะห์
เป็นรุ่นโปรโมท  ด้วยแนวคิดการออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสบอล  รวมถึงการเสริมส่วนสัมผัสบอลด้วย
วัสดุโฟม  เพื่อให้ความนุ่ม  พละกำลังและความแม่นยำในการควบคุมลูกฟุตบอลที่ออกไปจากเท้า  ให้มี
ประสิทธิภาพยอดเยี่ยมมากที่สุดเท่าที่พูม่าเคยสร้างรองเท้าฟุตบอลประเภทนี้มา

   
   
   การเปิดตัว evoPower ในครั้งนี้  พูม่าได้เริ่มการโปรโมทอย่างหนักหน่วงทันที  เริ่มตั้งแต่การปล่อยรองเท้า
เวอร์ชั่นพิเศษ  ที่มีสีสันต์ ลวดลายและหน้าตา อันโดดเด่น ในชื่อเวอร์ชั่นว่า Stampa และ CAMO ออกมาให้
พรีเซนเตอร์หลักสวมใส่ลงสนาม ก่อนที่สีเปิดตัว ที่เห็นเป็นสีส้มโดดเด่น นี้ จะถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการ
เสียอีก  นอกจากนั้น..พูม่ายังปล่อยคลิปวีดีโอโปรโมทการเปิดตัว  พร้อมทั้งจัดกิจกรรมที่นำเอาบรรดานักเตะ
พรีเซนเตอร์หลักทั้ง 4 คน มาร่วมงานเปิดตัว พร้อมมีกิจกรรมโชว์ทักษะและความสามารถของรองเท้ารุ่นใหม่
ของพวกเขา 

   
   
    รายชื่อของพรีเซนเตอร์นักเตะระดับโลก  ที่จะสวมใส่รองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ evoPower ลงสนามแข่งขัน  ยังคง
นำทัพมาโดย เชส ฟาเบรกัส ยอดกองกลางจากสโมสรบาร์เซโลน่า, มาริโอ บาโลเตลลี่ กองหน้ามากพรสวรรค์
ที่เพิ่งย้ายค่ายมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับพูม่า, มาโค รอยซ์ ซุปตาร์ทีมชาติเยอรมันนี, ยาย่า ตูเร่ สุดยอดกองกลาง
จอมแกร่ง  ที่มีทั้งทักษะ ความเร็วและพละกำลัง  รวมถึง เธียร์รี่ อองรี สุดยอดกองหน้าระดับตำนานที่ไม่มีใคร
ไม่รู้จัก  นอกจากพรีเซนเตอร์หลักที่กล่าวไปแล้ว  ยังมีบรรดานักฟุตบอลระดับโลกอีกมากมายหลายคน  ซึ่งพร้อม
จะลงสนามแข่งขันด้วยรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ใหม่ evoPower

   
   นอกจากการจัดกิจกรรมเปิดตัวแล้ว  พูม่ายังได้สร้างคลิปวีดีโอเปิดตัว evoPower ออกมาในแนวหนังแอคชั่น
สุดมันส์ (และโอเว่อร์) เพื่อแสดงศัยภาพของรองเท้ารุ่นนี้  ที่เอาตัวพรีเซนเตอร์หลักมาร่วมทดสอบรองเท้า  
ยิงลูกฟุตบอลออกไปด้วยความแรง จนกระทั่งสิ่งก่อสร้างพังรายเป็นหน้ากลอง  ถ้าอยากดู คลิกดูจากคลิปด้านบน
ย่อหน้านี้  แนะนำว่าให้เลือกความละเอียดไปที่ HD 1080p ไปเลยครับ
   
   สำหรับรุ่นรองเท้าทั้งหมดของ evoPower นั้น  พูม่าได้เดินไลน์การผลิต ดังนี้ เริ่มตั้งแต่รองเท้ารุ่นท็อปสุดใน
ซีรี่ย์ มีชื่อว่า evoPower 1 เป็นรุ่นที่เน้นโปรโมท และให้นักเตะอาชีพสวมใส่ลงสนามแข่งขัน  รองลงไปคือรุ่น
evoPower 2 เป็นรองเท้าระดับรองท็อป  ในขณะที่ evoPower 3 และ evoPower 4 เป็นรองเท้าที่ทำตลาดใน
ระดับทั่วไป  เรียงลำดับรุ่นรองเท้าโดยการใส่ตัวเลขตามหลังชื่อซีรี่ย์  และจะเห็นได้ว่าพูม่า ยกเลิกการผลิต
รองเท้าระดับ SL ที่เคยเป็นรุ่น "โครตท็อป" ออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

   และแน่นอนว่า รองเท้ารุ่นที่เราจะมารีวิวทดสอบการใช้งาน ในบทความนี้ คือรองเท้ารุ่น evoPower 1 ซึ่งเป็น
รองเท้าระดับท็อปคลาสที่พูม่าเน้นโปรโมท ทำตลาด และให้นักเตะพรีเซนเตอร์สวมใส่ลงสนามแข่งขัน
  
   ข้อมูลของรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoPower 1

   อย่างไรก็ตาม  ผมขออนุญาตยกข้อมูลจากบทความ Hand On! แทบทั้งหมด  มาแปะเอาไว้  เพื่อบรรยายถึง
ส่วนต่างๆ ที่น่าสนใจของตัวรองเท้า evoPower 1 แบบดูแต่ตา ยังไม่ได้ใช้งาน  เพื่อความสมบูรณ์แบบของ
บทความนี้  ก่อนที่เราจะไปลงสนามทดสอบการใช้งานจริงกัน

   
   กล่องรองเท้าสีแดงใบใหญ่  ที่มีตราสัญลักษณ์เสือกระโดด สีขาว ขนาดใหญ่บนฝากล่อง  ถือเป็นเอกลักษณ์
ของกล่องรองเท้าจากพูม่า  ซึ่งตอนนี้ผมได้เปิดฝามันขึ้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ด้านในเราจะได้พบกับตัวรองเท้า
evoPower 1 สีส้มเข้ม สุดแสบตา ที่สีของมันทะลุกระดาษห่อสีขาวออกมาอย่างโดดเด่น  ลองสำรวจดูภายใน
กล่อง  พบว่าพูม่า "ให้มาเท่านี้แหละ"  คือมีแค่รองเท้า กับกระดาษห่อ  ไม่มีของแถมอื่นใด และไม่มีใบข้อมูลหรือ
คำแนะนำใดๆ ทิ้งสิ้น

   สิ่งแรกที่ทำให้ผมอึ้ง หลังจากที่ได้สัมผัสกับเจ้า evoPower 1 ด้วยมือของตัวเอง ก็คือ "น้ำหนัก"  ครั้งแรกที่
จับรองเท้ารุ่นนี้ขึ้นมาวางไว้บนมือ "เห้ย..โครตเบาเลย" เบาจริงๆ ครับ  ซึ่งมันช่างขัดกับคุณสมบัติของรองเท้า
ประเภทพาวเว่อร์ที่เราคุ้นเคยกันมาก่อน  แตกต่างกับน้ำหนักตัวของ Power Cat 1.2 ซึ่งเป็นเจเนอเรชั่นก่อนหน้า
อย่างชัดเจน  เพราะน้ำหนักของ evoPower 1 ซึ่งมีขนาดไซด์ 10 US, 9 UK, 43 EU หรือ 28 cm คู่นี้  เมื่อจับเอา
ชั่นบนเครื่องชั่ง พบว่ามันมีน้ำหนักเพียง 218 กรัม เท่านั้น !!!

   ตัวเลขที่ออกมา เบากว่า Power Cat 1.2 รุ่น SL ซึ่งเป็นรุ่นโครตเบาอีกต่างหาก  เพราะรุ่นนั้นมีน้ำหนักของไซด์
มาตรฐาน (27 cm) อยู่ที่ 238 กรัม เอาสิ..ขนาด evoPower 1 ไซด์ใหญ่กว่าตั้ง 1 ไซด์  งั้นก็น่าจะพอคาดการณ์
ได้แล้วว่า  ในเจเนอเรชั่นนี้  จะไม่มี evoPower 1 รุ่น SL ออกมาทำตลาด

   น้ำหนักของรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งของ พูม่า evoPower 1 เป็นดังนี้
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom 200 กรัม (ไซด์ 27.5 cm)
   - อาดิดาส Predator® Lethal Zones II 233 กรัม (ไซด์ 27.5 cm)

   
   ลักษณะรูปทรงของ พูม่า evoPower 1 จัดว่าเป็นรองเท้าที่มีหน้าเท้ากว้าง พอสมควร  โดยเฉพาะช่วงด้านหน้า
และหัวรองเท้า  ที่ฝั่งข้างเท้าด้านนอกขยายออกไป  ในขณะที่หลังเท้าก็ดูมีลักษณะสูงโปร่ง มาบีบลงมา  เนื่อง
จากบนตัวรองเท้ามีวัสดุโฟมกันกระแทก (Accu-Foam) ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างค้ำเอาไว้อยู่

   ตัวรองเท้าและหน้าผ้าสัมผัสของพูม่า evoPower 1 ทั้งหมด  ทำมาจากหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์ (Micro-
fiber)
แบบชิ้นเดียวกันทั้งข้าง ไร้รอยต่อ ไม่มีแนวด้ายเย็บรองเท้าเพื่อเชื่อมต่อระหว่างหนังกับหนังแม้แต่แนวเดียว
ไม่มีแม้กระทั่งตรงส้นเท้า  ซึ่งปกติรองเท้ารุ่นอื่นๆ ที่โฆษณาว่าตัดเย็บจากวัสดุหนังชิ้นเดียว  ก็ยังมีแนวด้ายเย็บ
ตัวรองเท้าแอบเอาไว้อยู่ตรงนั้น

   
   คุณสมับติพิเศษของหนัง evoPower 1 นั้น พูม่าได้โปรโมทว่า  ผลิตด้วยโครงสร้างแบบใหม่ ที่เรียกว่า "AdapLite"
ซึ่งตัวหนังสามารถยืดขยายออกได้ในทิศทางตามยาว  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเปิดพื้นที่สัมผัสบอล  ด้วยการเกร็งและ
งุ้งหลังเท้าออก  เพื่อช่วยให้หน้าผ้าสัมผัสและส่งแรงปะทะไปยังลูกบอลได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากยิ่งขึ้น  ตาม
แบบในภาพโปรโมทจากพูม่า (ภาพด้านบน)

   
   นอกจากคุณสมบัติเด่นดังกล่าวแล้ว  ผมยังพบว่าลักษณะหนังไมโครไฟเบอร์ของรองเท้ารุ่นนี้  เป็นหนังที่นุ่มมาก
นุ่มกว่าหนังไมโครไฟเบอร์ของรองเท้ารุ่น evoSpeed 1.2 เสียอีก  ลักษณะชั้นหนังเป็นหนังชั้นเดียว  บาง เพื่อช่วย
ให้ความกระชับและเข้ารูปกับเท้าของผู้สวมใส่ได้เสมือนเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกัน   ผิวหน้าสัมผัสของหนังด้านนอก
มีความฝืดเล็กน้อย  

   
   ขณะที่ผิวด้านในของตัวรองเท้า  ปูเอาไว้ด้วยวัสดุหน้าผ้าสากๆ  เพื่อเป็นวัสดุช่วยสร้างแรงเสียดทานระหว่าง
เท้าของผู้สวมใส่กับตัวรองเท้าด้านใน

   
   อีกหนึ่งเทคโนโลยีสำคัญที่พูม่าเน้นโปรโมทเสียเหลือเกิน ก็คือ "Accu-Foam" เป็นชื่อเรียกที่ย่อมาจากคำว่า
"Accuracy Foam"  ที่เห็นเป็นบล็อคนูนขึ้นมาบนตัวรองเท้าและหน้าสัมผัสบอล  ลองสัมผัสดู พบว่าบล็อคนูน
ดังกล่าว  มีวัสดุโฟมบรรจุเอาไว้ด้านใน  ให้สัมผัสที่มีทั้งความนุ่ม ความยืดหยุ่นและความแน่นของเนื้อโฟม
ไปพร้อมๆ กัน  ทำหน้าที่เป็นส่วนสร้างพละกำลัง และลดแรงปะทะจากการยิงลูกฟุตบอลเต็มๆ แรง

   โดยเจ้า Accu-Foam ทั้งหลาย  จะถูกแบ่งอยู่ในบล็อคบนตัวรองเท้าหลายๆ บล็อค  มีร่องคั่นเอาไว้  เพื่อเพิ่ม
พื้นที่สัมผัสระหว่างรองเท้ากับลูกฟุตบอล  ช่วยให้การยิงทำได้อย่างมั่นใจ  ควบคุมได้ง่าย  ลดโอกาสที่ลูกฟุตบอล
จะปลิ้นออกจากหน้าสัมผัส

   ทั้งนี้ แนวร้อยเชือกของ พูม่า evoPower 1 ได้ถูกเอียงออกไปทางข้างเท้าด้านนอก  แล้วเปิดพื้นที่สัมผัสบอล
ทางฝั่งข้างเท้าด้านใน และแนวสันเท้า ให้มีขนาดกว้างมากขึ้น  เพื่อให้การสัมผัสบอลทำได้เต็มเท้า

   
   เชือกรองเท้าที่ติดตัวรองเท้ารุ่นนี้มา  เป็นเชือกเส้นแบน  เมื่อร้อยผ่านรูเชือกแล้วจะเรียบ  ลดโอกาสรบกวน
การสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้า  ลักษณะเนื้อผ้าของปลายเส้นเชือก นิ่มกว่าเนื้อผ้าของช่วงกลางเส้นเชือก
เพื่อให้การผูกมัดเชือกรองเท้าทำได้อย่างแน่น และไม่คลายตัวออกง่ายๆ

   ส่วนลิ้นรองเท้า เป็นลิ้นที่ทำจากวัสดุหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์เช่นกัน  แต่ตรงกลางของลิ้นรองเท้า
จะมีการเสริมส่วนวัสดุที่เป็นชิ้นโฟมเอาไว้ด้วย  เพื่อทำหน้าที่เป็นส่วนรับแรงกระแทก และควบคุมการยิง
ลูกฟุตบอลด้วยหลังเท้า

   ถัดขึ้นไปที่ปลายลิ้นรองเท้า จะมีกราฟฟิกสกรีนคำว่า evoPower เอาไว้ด้วย  แต่นั่นยังไม่น่าสนใจเท่ากับ
การที่พูม่าตัดปลายลิ้นรองเท้าให้มีลักษณะโค้งเว้าเข้ามา  เมื่อสวมใส่รองเท้ารุ่นนี้  ลิ้นรองเท้าจะไม่ชน
และไม่ติดขัดกับบริเวณข้อพับด้านในของข้อเท้า  ไม่ว่าจะเป็นจังหวะการงอข้อเท้าตอนเคคลื่อนที่ หรือแม้
แต่ตอนเปิดข้อเท้าเพื่อยิงลูกฟุตบอลออกไป

   
   ช่วงท้ายของข้างเท้าด้านใน  ที่เห็นเป็นส่วนสีเขียวสะท้อนแสง  มีรูกลมๆ (สำหรับรองเท้าสีนี้) เป็นส่วนที่
พูม่าเรียกว่า "EverFitCage EXT" ซึ่งเป็นลูกเล่นที่พูม่าโฆษณาสรรพคุณ ว่า มันจะช่วยสร้างแรงบีบและ
ความกระชับให้กับข้อเท้าของผู้สวมใส่  เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจในทุกจังหวะการเล่น  

   
   ทางฝั่งข้างเท้าด้านนอกก็มี "EverFitCage EXT" ปรากฏอยู่เช่นกัน  แต่มีขนาดเล็กกว่าฝั่งข้างเท้าด้านใน
อย่างชัดเจน  ในขณะที่แถบเครื่องหมายการค้าของ "พูม่า" ที่เป็นแถบคาดตามยาวของตัวรองเท้า  จะเป็นการ
วัสดุสังเคราะห์มาแปะทับลงไปบนตัวรองเท้าอีก 1 ชั้น  ผิวหน้าสามารถสะท้อนแสงที่ตกกระทบได้เล็กน้อย  
ช่วยสร้างให้ตัวรองเท้าดูมีรายละเอียดเพิ่มอีกนิด
   
   
   ส่วนของเกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย  รองเท้ารุ่นนี้ ใช้แบบเกราะภายใน (Internall Heel Counter)
เป็นโครงสร้างของชิ้นพลาสติกฝังอยู่ด้านในของแนวส้นเท้า โอบล้อมไปยังข้างเท้าด้านในและข้างเท้าด้านนอก
จนไปชนกับส่วนที่เป็นแถบ EverFitCage EXT  เพื่อช่วยจับล็อคกับข้อเท้าให้มีความมั่นคง  โดยความสูงของพลาสติก
ที่ฝังอยู่ด้านใน  จะสูงขึ้นมาประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงปลายหุ้มเอ็นร้อยหวาย  หรือระดับใต้วงกลมที่เป็นยาง
ตรงส้นเท้าด้านหลัง..นั่นแหละ

   
   ส่วนที่เป็นวงกลมซึ่งทำจากวัสดุยางตรงหุ้มส้นด้านหลัง  ที่หลายคนสงสัยว่าช่วยอะไร  คำตอบก็คือ..วงกลมชิ้นนี้
จะช่วยสร้างความยืดหยุ่นให้กับปลายหุ้มส้นได้  เมื่อผู้เล่นเคลื่อนที่  หรือเปิดหลังเท้าเพื่อเตะลูกบอล  ถ้าเป็นรองเท้า
รุ่นอื่นๆ  ปลายหุ้มส้นตรงนี้จะมาชน ดัน และกดแนวเอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่เอาไว้  จนอาจจะสร้างความรำคาญ
หรือขัดจังหวะการเคลื่อนไหว ไม่มากก็น้อย  

   แต่สำหรับปลายหุ้มส้นของ พูม่า evoPower 1 ที่เรากำลัง Hand On! กันอยู่นี้  มันสามารถที่จะอ่อนตัวตามการ
เคลื่อนไหวของข้อเท้าและเปิดองศาออก ได้ตามที่เห็นดั่งภาพด้านบน  เพื่อลดแรงต้านของปลายหุ้มส้นที่จะมา
ขัดในทุกจังหวะการเล่น

   
   หุ้มส้นด้านในของ พูม่า evoPower 1 มีจุดเด่นตรงวัสดุหน้าสัมผัสเป็นหนังสังเคราะห์  พื้นผิวไม่เรียบและมีการ
เคลือบผิวให้มีความฝืด ไม่ลื่น  ด้านในมีวัสดุบุนุ่มเอาไว้เยอะพอสมควร  โดยเฉพาะส้นเท้าด้านหลังที่มีวัสดุบุนุ่ม
บุเอาไว้เต็มพื้นที่จนเกือบจะถึงพื้นรองเท้าเลยทีเดียว  ในขณะที่ฝั่งด้านข้างจะมีวัสดุบุนุ่มอยู่เฉพาะครึ่งบน  เป็น
ตัวช่วยสร้างความกระชับให้กับข้อเท้าของผู้สวมใส่

   ทั้งนี้ยังสังเกตเพิ่มเติมได้ว่า  หุ้มส้นของรองเท้ารุ่นนี้  มีลักษณะกว้าง  ปลายหุ้มส้นไม่บีบตัวเข้ามามากนัก
จึงน่าจะให้ความสบายในการสวมใส่  และลดโอกาสอาการกัดส้นเท้าได้เป็นอย่างดี

   
   แผ่นรองพื้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้  ผลิตจากวัสดุโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งแผ่น  ผิวหน้าสัมผัสด้านบนเป็น
วัสดุหน้าผ้าไนล่อน  ตำแหน่งตรงส้นเท้ามีสกรีนชื่อรุ่นเอาไว้ชัดเจน ว่าเป็นแผ่นรองพื้นของรองเท้ารุ่น
evoPower 1  ซึ่งแผ่นรองพื้นชุดนี้สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้เฉกเช่นเดียวกับรองเท้าระดับ
ท็อปคลาสทั่วๆ ไป  โดยแผ่นรองพื้นชุดนี้  

   
   แต่ไฮไลท์สำคัญในส่วนนี้  คือการที่พูม่า ได้เสริมแนวโฟมรองรับแรงกระแทกอีก 1 ชั้น ไว้ที่ใต้แผ่นรองพื้น
ไม่ว่าจะเป็นส่วนส้นเท้า และส่วนด้านหน้า ฝ่าเท้า ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  เป็นผลให้แผ่นรองพื้นชุดนี้
มีความหนาโดนรวมที่หนามากเลยทีเดียว  จึงอุ่นใจได้ว่า evoPower 1 จะมีประสิทธิภาพในการช่วยรองรับ
และผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนามได้เป็นอย่างดี

   
   ตัวรองเท้า (Upper) ของ พูม่า evoPower 1 นั้นดูจะมีรายละเอียดและลูกเล่นต่างๆ ในทุกๆ จุดเลยทีเดียว
เช่นเดียวกันกับชุดพื้นล่างและปุ่มรองเท้าแบบ FG  ที่ถูกพัฒนาใหม่ทั้งชิ้น  และมีรายละเอียดที่น่าสนใจ
ไม่น้อย

   ในฐานะรองเท้าระดับท็อปคลาสของซีรี่ย์นี้  พูม่า ได้เลือกใช้วัสดุพลาสติกทางวิศกรรม ที่เรียกว่า Pebax
ซึ่งมีคุณสมบัติ มีความเหนียว มีความแข็งแรง มีความทนทานและมีน้ำหนักเบา มาใช้ฉีดขึ้นรูปเป็นชุดพื้น
รองเท้าและฐานปุ่มแบบชิ้นเดียวกัน  (ส่วนที่เป็นชุดพื้นสีส้ม และครอบฐานปุ่ม)  

   ในขณะที่ฐานชุดพื้นที่เห็นเป็นสีดำ พูม่าใช้การออกแบบการฉีดพลาสติกแยกชิ้นมา  แล้วเอามาติดลงบน
ชุดพื้นชั้นล่าง  เพื่อให้มันทำหน้าที่เป็นโครงสร้าง  ช่วยสร้างความแข็งให้กับชุดพื้นชั้นล่าง  ช่วยเสริมให้
การเคลื่อนที่มีความมั่นคงมากขึ้น

   
   วัสดุปลายปุ่มทั้งหมด พูม่าใช้วัสดุพลาสติก PU ฉีดลงไปยังเบ้าของฐานปุ่มที่ขึ้นรูปรอเอาไว้  โดยลักษณะปุ่ม
ด้านหน้าจะเป็นการผสมผสานระหว่างปุ่มกลม จำนวน 4 ปุ่ม และปุ่มใบมีดรูปวงรีขนาดใหญ่ จำนวน 3 ปุ่ม
จุดประสงค์ของการใช้ปุ่มกลมด้านหน้า  ก็เพื่อให้ปุ่มสามารถจิกลงไปยังพื้นสนามได้ พร้อมกับทำหน้าที่เป็นจุดหมุน
สร้างอิสระให้การเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว ตามต้องการ

   ส่วนปุ่มใบมีดรูปทรงวงรี ทั้ง 3 ปุ่ม  จะทำหน้าที่ควบคุมไม่ให้การวางเท้าลื่นไถลออกไปด้านข้าง  โดยเฉพาะ
จังหวะที่ผู้เล่นสปรินซ์เคลื่อนที่ไปด้านหน้าด้วยความเร็ว  ปุ่มเหล่านี้จะสร้างความแม่นใจและความมั่นคงของ
การลงน้ำหนักเท้าได้เป็นอย่างดี

   
   ปุ่มหลัง เป็นปุ่มใบมีดรูปวงรีขนาดใหญ่ จำนวน 4 ปุ่ม ฐานปุ่มหนามากกว่าด้านหน้า  ทำหน้าที่ทั้งเป็นจุด
ลงน้ำหนักตัวและสร้างความมั่นคงให้กับการวางเท้า  

   แต่ไฮไลท์ทางด้านเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งพูม่าภูมิใจนำเสนอ ก็คือชุดพื้นช่วงกลางที่เรียกว่า "GSF"
(Gradual Stability Frame) ที่เห็นเป็นแนวกลางชุดพื้น ไล่จากส้นเท้าขึ้นไปจนถึงช่วงกลาง  โดยพูม่า
ได้ทำชุดพื้นให้เป็นร่อง  แล้วแทรกวัสดุยางเข้าไปตามแนวร่อง  ทำให้ชุดพื้นของรองเท้ารุ่น evoPower 1
คู่นี้  สามารถโค้งงอต่อเนื่องได้เป็นรัศมีวงกลมที่สมดุล  มีความยืดหยุ่นมากขึ้น  สามารถรองรับแรงสั่นสะเทือน
ได้จากทั้ง 4 ทิศทาง  เพื่อเน้นให้ผู้สวมใส่รองเท้ารุ่นนี้ มีอิสระในการเคลื่อนที่ทุกทิศทาง  สามารถเปลี่ยน
ทิศทางแบบกระทันหันได้อย่างนิ่มนวล

   Feeling & Sizing

   
   บทความรีวิว พุม่า King 2013 หมาดๆ ก่อนหน้านี้  หากยังจำกันได้  รองเท้าที่ผมได้รับมารีวิวทดสอบ นั้น
มีไซด์ตามป้ายบอกเบอร์ คือ 9 US, 8 UK, 42 EU หรือ 27 cm ซึ่งเล็กกว่าไซด์มาตรฐานที่ผมยึดในการรีวิว
ของทั้ง อาดิดาส และ ไนกี้ (27.5 cm) อยู่ครึ่งไซด์

   แต่สำหรับ พูม่า evoPower 1 ที่ผมจะสวมใส่รีวิวทดสอบในบทความนี้  กลับเป็นไซด์ 10 US, 9 UK, 43 EU
หรือ 28 cm
ซึ่งใหญ่กว่า King 2013 ถึง 1 ไซด์เต็มๆ !!  และการร้องขอไซด์ 28 cm ในครั้งนี้  ผมเป็นคนแจ้ง
ไปยังพูม่าด้วยตัวเอง  เพราะเคยไปลองไซด์ 27.5 cm มาแล้ว  บอกเลย  ใส่ไม่ได้ครับ หัวชนเต็มๆ วิ่งไม่ได้เลย
ถ้าฝืนใช้คงมีเจ็บจนเล็บม่วงแน่ๆ

   
   พูม่า evoPower 1 ไซด์ 28 cm ที่กำลังสวมใส่อยู่ที่เท้าของผมตอนนี้  พบว่า "พื้นที่หัวรองเท้า ไม่มีเหลือว่าง
มากเกินไป" ออกแนวว่าพอดีกับความยาวเท้าของผม ที่ปกติใส่ทั้ง อาดิดาส และ ไนกี้ ไซด์ 27.5 cm กำลังดี
ดังนั้น ถ้าจะสรุปขนาดจริงของรองเท้า คงต้องบอกว่า "พูม่า evoPower 1 อันเดอร์ไซด์ ครึ่งไซด์"

   
   ส่วนขนาดในทางกว้าง  พบว่าตัวรองเท้ากว้างพอสำหรับคนที่มีลักษณะหน้าเท้าบานๆ ให้ใส่ได้ลงตัวพอดี
เช่นเดียวกับช่วงหุ้มส้นที่ไม่ได้ใหญ่จนหลวม  ทำให้รองเท้ารุ่นนี้ที่เพิ่มครึ่งไซด์ เมื่อสวมใส่แล้วเข้ากับรูปเท้า
ได้ลงตัว ดูสวยงามพอสมควร  ดังนั้น..ไม่ต้องกังวลว่าการเพิ่มไซด์รองเท้าขึ้นแบบนี้  จะทำให้รู้สึกโหลงเหลง
ในช่วงข้างเท้าและส้นเท้าเลย  สรุปและฟันธงได้เลยครับว่า  ถ้าจะใส่รองเท้ารุ่นนี้  ต้อง "เพิ่มครึ่งไซด์"
เท่านั้น !!

   Testing  

   
   นับตั้งแต่ที่ผมได้รับรองเท้า evoPower 1 มาจากพูม่า  ก็ได้พาไปลงสนามอย่างต่อเนื่อง ทันที  เพราะเป็น
จังหวะที่ผมเอง ไม่มีคิวรีวิวรองเท้าสตั๊ดรุ่นไหนติดค้างเอาไว้อยู่  โดยในส่วนนี้ ผมจะทดสอบการใช้งาน
ในหัวข้อต่างๆ พร้อมทั้งวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งาน ที่รองเท้าสุดฮ็อทรุ่นนี้แสดงออกมา
โดยจะขอเอาคู่แข่งในตลาด อย่าง อาดิดาส Predator® Lethal Zones II  และ ไนกี้ Hypervenom Phantom
มาเป็นคู่เปรียบเทียบหลัก  ส่วนรองเท้ารุ่นอื่นๆ  จะถูกยกมาเปรียบเทียบบ้าง ในบางเรื่อง

   แต่ก่อนที่จะไปลุยในหัวข้อทดสอบต่างๆ ผมขอเน้นย้ำอีกครั้งนะครับ  ว่าผมแนะนำให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
"เพิ่มไซด์ ครึ่งไซด์" ดังนั้น การวิเคราะห์การทดสอบทุกประเด็น  จะวัดจากรองเท้าที่เพิ่มขึ้นมาครึ่งไซด์แล้ว

   ความสบายในการสวมใส่

   
   เรื่องที่สร้างความประทับใจให้ผม ตั้งแต่แรกที่ได้สวมใส่ evoPower 1 ลงสนามอย่างเป็นจริงเป็นจัง ก็คือ
ความสบายเมื่อสวมใส่  สามารถบอกได้ทันทีว่ารองเท้ารุ่นนี้ สวมใส่สบายกว่าคู่แข่ง ทั้ง  Predator® Lethal
Zones II
และ Hypervenom Phantom อย่างชัดเจน

   โดยเฉพาะกับคนหน้าเท้ากว้างๆ แบบผม  ไม่จำเป็นต้องเก็บชั่วโมงการใช้งานให้ตัวรองเท้าขนาดออกตาม
รูปเท้า  เพราะตัวรองเท้าช่วงหน้าถึงกลาง กว้างมากพอที่จะไม่สร้างความอึดอัดกับเท้าเลยแม้แต่น้อย  นอกจากนั้น 
ส้นของรองเท้ารุ่นนี้ไม่มีทีท่าว่าจะสร้างปัญหากัดส้นเลยแม้แต่นิดเดียว  เนื่องจากรูปทรงของหุ้มส้นกว้าง อวบอ้วน  
ในขณะที่สัมผัสของหุ้มส้นด้านในนั้นนุ่ม เนื่องจากมีโฟมบุเอาไว้เต็มหน้าสัมผัสดีเหลือเกิน  ส่วนปลายหุ้มส้น
นั้นก็ไม่สูง  จึงไม่ขึ้นมาบีบกับแนวเอ็นร้อยหวาย

   เรื่องของความสามารถในการระบายความร้อนจากด้านใน  ถือว่า evoPower 1 ทำได้ตามมาตรฐานทั่วไป
ตัวรองเท้าไม่อมความร้อนเอาไว้มากนัก  เพราะมีช่องระหว่างเท้าให้อากาศถ่ายเทออกมาได้บ้าง

   จากการใช้งาน คงต้องสรุปว่า พูม่า evoPower 1 เป็นรองเท้าประเภทพาวเว่อร์ หรือเน้นการยิงประตู ที่ให้
ความสบายในการสวมใส่มากที่สุดในคลาส
  ใครที่เคยไม่ถูกใจฟีลลิ่งบีบๆ จนสร้างความอึดอัด ของทั้ง
อาดิดาส Predator® Lethal Zones II และไนกี้ Hypervenom Phantom มาก่อนหน้านี้  ผมบอกได้เลยว่า
ต้องมาลอง evoPower 1 แล้วจะถูกใจ  คนละเรื่องกันเลย !!

   คะแนน
   - ความสบายในการสวมใส่ 9/10


   การรองรับแรงกระแทก

   
   จุดเด่นสำคัญของระบบรองรับแรงกระแทก ของ evoPower 1 นั้น อยู่ที่โฟมสีเหลืองใต้แผ่นรอง ที่เสริมเข้ามา
เพื่อช่วยเพิ่มความหนาให้กับชุดพื้น ทำให้ชุดพื้นมีระยะยุบตัว และช่วยผ่อนแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี

   จากการลงเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียม  พอจะบอกได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีประสิทธิภาพในการรองรับแรงกระแทก
ที่ยอดเยี่ยม ไม่เป็นรองชุดแผ่นรองพื้นที่มีโฟม Poron ของไนกี้ Tiempo Legend V เลย  โดยเฉพาะการลงน้ำหนัก
บริเวณส้นเท้า  รู้สึกได้ว่าแผ่นรองพื้นชุดนี้ช่วยได้เยอะ  ส่วนการลงน้ำหนักบริเวณฝ่าเท้าหรือการสปรินซ์ด้วย
ปลายเท้าก็ทำได้ดี ไม่แตกต่างกัน  จึงเป็นผลให้รองเท้ารุ่นนี้ดูจะเป็นมิตรต่อผู้ที่นิยมเล่นบนพื้นสนามหญ้าเทียม
หรือเล่นบนพื้นสนามหญ้าที่พื้นดินค่อนข้างแข็ง 

   เพียงแต่ถ้าเปรียบเทียบกับชุดแผ่นรองพื้นของ อาดิดาส Predator® Lethal Zones II ซึ่งมีลักษณะเป็นโฟม EVA
แบบชั้นเดียว ไม่มีการโฟมรองรับแรงกระแทกช่วยเสริมเอาไว้  พบว่ารองเท้าทั้ง 2 กลับให้ความนุ่มของชุดพื้น
ในระดับที่เหมือนๆ กัน  ชุดแผ่นรองพื้นของ พูม่า evoPower 1 ไม่ได้นุ่มมากกว่าจนรู้สึกได้  เพราะอะไรน่ะเหรอ !?
เพราะว่าโฟม EVA ที่เป็นชุดพื้นหลัก มันค่อนข้างบางและนิ่มจนยวบ ไม่เด้งมากนัก  ดังนั้นประสิทธิภาพการ
รองรับแรงกระแทกจึงต้องพึ่งเจ้าโฟมสีเหลือง ที่มาช่วยเสริม เป็นหลัก  

   คะแนน
   - การรองรับแรงกระแทก 8/10


   การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม

   
   การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม ของรองเท้าฟุตบอลพันธุ์ดุ พูม่า evoPower 1 นั้น
สามารถให้ความรู้สึกและประสิทธิภาพที่แตกต่างจากรองเท้าคู่แข่งในตลาดพอสมควร

   เริ่มจากเรื่องการจิกเกาะพื้นสนามของชุดปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นนี้ กันก่อน  จากการที่ได้ใช้งานมา
สามารถบอกได้ว่า ปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้  ไม่ใช่ประเภทที่จิกลงไปยังพื้นสนามได้ลึก  เนื่องจากพื้นที่หน้าตัด
ของปุ่มแต่ละปุ่มค่อนข้างมาก  ปุ่มไม่มีมุม  จึงไม่ให้ความรู้สึกว่าปุ่มสามารถจิกลงไปยังพื้นสนามได้คม
มากสักเท่าไหร่

   แต่ประเด็นน่าสนใจอยู่ที่  ปุ่มตรงหัวรองเท้าที่เป็นปุ่มกลมทั้ง 4 ปุ่ม  เมื่อมันจิกลงไปไม่ลึก และไม่ล็อค
กับพื้นสนามเกินไป  ทำให้สามารถใช้มันเป็นจุดหมุน เพื่อเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว
มากกว่าปุ่มแบบสามเหลี่ยมของ Predator® Lethal Zones II  และเหมาะสมกับลักษณะการเคลื่อนที่
แบบรอบตัว เป็นที่สุด

   ในขณะที่ปุ่มลักษณะยาว คล้ายวงรี ที่ถัดลงไปทางตอนกลางของชุดพื้น จะช่วยป้องกันการลื่นไถลได้บ้าง
แต่อาจจะไม่เหมาะสำหรับการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่แบบฉับพลัน เมื่อใช้ความเร็วสูงมากนัก  จึงไม่ใช่
รองเท้าที่สร้างมาเพื่อพวกจอมสับขา เคลื่อนที่ซิกแซก หลอกล่อคู่แข่ง เป็นชีวิตจิตใจ

   
   ส่วนการสปรินซ์ทำความเร็ว  ต้องยอมรับว่าไม่ใช่จุดเด่นของรองเท้ารุ่นนี้  เนื่องจากลักษณะของชุดพื้น
ชุดนี้  จะให้อารมณ์การเคลื่อนที่ที่นุ่มนวล กว่าทั้งชุดพื้นของ อาดิดาส Predator® Lethal Zones II และจะ
ชัดเจนมาก  เมื่อเอาไปเปรียบเทียบกับชุดพื้น ที่แข็งมากๆ และให้แรงดีดกลับสูงๆ อย่างชุดพื้นของ ไนกี้
Hypervenom Phantom  โดยเฉพาะช่วงกลางของชุดพื้นที่มีโครงสร้างแบบ GSF  จึงเป็นส่วนที่ให้ความนุ่มนวล
และมั่นคง  รองรับแรงสั่นสะเทือนของการเคลื่อนที่ได้ทุกรูปแบบการเคลื่อนที่ มากกว่าที่จะพุ่งสะทายไปด้านหน้า

   นอกจากนั้น  แผ่นรองพื้นของ evoPower 1 ยังทำให้รู้สึกว่า เท้าลอยจากพื้นสนาม มากที่สุดในกลุ่ม  แตกต่าง
จากตอนที่ใช้ Hypervenom Phantom ที่ใส่แล้วรู้สึกว่าเท้าติดพื้นเป็นอย่างมาก  ในขณะที่ Predator® Lethal
Zones II
อยู่ตรงกลาง  ปัจจัยนี้..อาจไม่ถูกใจคนที่ชอบอารมณ์การเคลื่อนที่แบบเท้าติดพื้น  ตอบสนองปุ๊บปั๊บ
ฉับไว

   โดยภาพรวมแล้ว ถือว่า พูม่า evoPower 1 ไม่ใช่รองเท้าประเภทที่เกิดมา เพื่อให้การสปรินซ์ด้วยความเร็ว สับขา
หลอกล่อ เข้าจู่โจมคู่แข่ง  เนื่องจากปุ่มไม่สามารถจิกลงไปยังพื้นสนามได้แม่นยำนัก  แต่ชุดพื้นล่างของรองเท้า
รุ่นนี้  มีดีที่การสร้างความสมดุล และความมั่นคง  ปุ่มทั้งหมดถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ไม่ล็อคกับพื้นสนามเกินไป  สำหรับใครที่ชอบลักษณะการเคลื่อนที่ของ ไนกี้ Tiempo
Legend IV
น่าจะถูกใจ เพราะอารมณ์จะคล้ายๆ กัน  และยังดีที่รองเท้ารุ่นนี้มีน้ำหนักเบา  หากต้องสปรินซ์
ทางตรงๆ ยาวๆ ก็ไม่แพ้ใครเหมือนกัน

   คะแนน
   - การเคลื่อนที่ด้วยความเร็วและการยึดเกาะพื้นสนาม 7/10


   ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน

   
   มาดูกันที่หัวข้อ ฟีลลิ่ง ความกระชับและความมั่นใจเมื่อใช้งาน  โดยในหัวข้อนี้  ผทอยากให้คุณผู้อ่าน
ทำความเข้าใจสิ่งที่ผมกำลังจะอธิบายต่อไปนี้ให้ดี

   ครั้งแรกที่สวมใส่รองเท้า  ลักษณะตัวรองเท้าค่อนข้างที่จะเข้ารูปและกระชับเข้ากับรูปเท้าได้เป็นอย่างดี  
ให้ฟีลลิ่งความกระชับกับเท้า ในระดับที่ผมถือว่ากำลังดี สร้างความมั่นใจในทุกจังหวะการเล่นอย่างไม่มีติดขัด

   
   อย่างไรก็ตาม  เมื่อตัวรองเท้าผ่านการใช้งานไปไม่นาน  ปรากฏว่าฟีลลิ่งความกระชับเท้าที่ได้มันลดลงไป
จนรู้สึกได้  เพราะตัวรองเท้ามีรอยยับของหนังเต็มไปหมด  จากที่มันควรจะเรียบกระชับเข้ากับรูปเท้าตลอดเวลา
กลายเป็นเกิดช่องว่างระหว่างหนังรองเท้ากับเท้าของผมมากขึ้น  โดยเฉพาะรอบยับที่เกิดขึ้นตรงช่องว่างระหว่าง
แถบ Accu-Foam ตรงช่วงสันเท้า (ตามภาพด้านบน) จริงๆ แล้วไม่มีคำนิยามของลักษณะเช่นนี้  แต่ถ้าพูดง่ายๆ
ให้เห็นภาพชัดๆ ผมขอเรียกว่าหนังย้วย  ตรงกันข้ามกับหนัง ไนกี้สกิน ของ Hypervenom Phantom ที่ไม่ว่า
จะผ่านการใช้งานไปมากแค่ไหน  มันก็ยัง "ตึง" เข้ารูปกับสันเท้าได้อย่างคงทนถาวร

   ตรงจุดนี้..ถ้าประเมินการใช้งานไปนานๆ  อาจจะเป็นเดือนหรือมากกว่านั้น  ผมคิดว่ารองเท้ารุ่นนี้อาจจะไม่เหลือ
ความกระชับบริเวณหลังเท้าหรือสันเท้าให้ใช้งานเลยด้วยซ้ำ  ถ้าใครที่ติดใจการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้ ที่ให้ฟีลลิ่ง
ความกระชับแบบตอนแรกที่ใส่  คงต้องยอมเสียเงินซื้อใหม่กันเรื่อยๆ  น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด

   อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ ก็คือส่วนหุ้มแนวเอ็นร้อยหวายที่ปกปิดได้ประมาณครึ่งหนึ่งของความสูงเท้านั้น อารมณ์
คล้ายๆ กับหุ้มส้นของ ไนกี้ Mercurial Vapor IX  แต่ถ้าใครชอบหุ้มส้นที่ปกปิดมิดชิด  เต็มแนวเอ็นร้อยหวาย
อย่างหุ้มส้นของอาดิดาส Predator® Lethal Zones II ล่ะก็  พอมาใส่พูม่า evoPower 1 จะรู้สึกโล่งๆ แปลกๆ
ซึ่งอาจเป็นผลให้ความมั่นใจลดลงก็เป็นได้

   ส่วนบริเวณอื่นๆ ของตัวรองเท้า  ยังถือว่าสร้างฟีลลิ่งความมั่นใจตอนใช้งานได้ดี  ไม่แตกต่างจากคู่แข่งใน
ตลาด  ไม่ว่าจะเป็นหน้าสัมผัสของแผ่นรองพื้น  ที่แม้จะเป็นหน้าสัมผัสแบบผ้าไนล่อน  แต่เพราะตัวรองเท้า
ค่อนข้างที่จะพอดีกับความยาวเท้า (กรณีเลือกไซด์ตามที่ผมแนะนำ) จึงไม่รู้สึกว่าเท้าลื่นไถลไปมา เมื่อฝ่าเท้า
เปียกเหงื่อ
 
   คะแนน
   - ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจเมื่อใช้งาน 7/10

   การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล

   
   เรามาเริ่มบททดสอบ  ที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกับลูกฟุตบอล กันด้วยหัวข้อ การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล  
กันเลยดีกว่า  สำหรับรองเท้าฟุตบอล evoPower 1 ที่ทางพูม่า ได้สร้างจุดขายด้วยแถบสัมผัสและยิงบอล
Accu-Foam บนตัวรองเท้า  จะช่วยให้การรับส่งบอล ทำได้ดีแค่ไหน ถือเป็นหนึ่งเรื่องที่แฟนๆ ให้ความสำคัญ
เป็นอย่างมาก

   เริ่มจากจังหวะการจับบอลแรกลงพื้นสนาม  เมื่อได้ใช้งานจริง  พบว่าฟีลลิ่งการจับบอลแรกนั้น  แถบสัมผัส
Accu-Foam สามารถช่วยให้การจับและควบคุมลูกบอล  ด้วยหลังเท้าและแนวสันเท้า  ทำได้ง่ายพอสมควร
ใช้ทักษะการสืบเท้าเผื่อผ่อนแรงเพียงเล็กน้อย  ลูกบอลก็จะหยุดไม่กระเด้งออกจากเท้าแล้ว  โดยฟีลลิ่งจาก
จับบอลจะเป็นฟีลลิ่ง "แน่น หนึบ" แต่ไม่นุ่ม  เนื่องจากวัสดุโฟมดังกล่าว  ค่อนข้างที่จะมีเนื้อโฟมแน่น ไม่ยุบตัว
แตกต่างจากฟีลลิ่งของวัสดุประเภทหนังแท้  ที่จะให้ความนุ่มเท้าตอนดูดบอลลงมากกว่านี้  (อยากให้ลอง
จินตนาการถึงกรณี  ที่กระโดดลงบนเตียงนอนที่ด้านในใช้ยางพาราเนื้อแข็ง  กระโดดปุ๊บ ถึงกับแน่นิ่ง กับกรณี
ที่ด้านในเป็นยางพารากนิ่ม  เมื่อกระโดดลงแล้ว  จะเกิดความนุ่มและสามารถยุบตัวได้)

   ในขณะที่ วัสดุ Accu-Foam ซึ่งเป็นแนวกันชนระหว่างลูกบอลกับเท้าด้านใน  จึงจะให้ฟีลลิ่งการจับบอลที่
ไม่ค่อยรู้สึกบาง ถึงเท้าด้านใน เหมือนกับ ไนกี้ Hypervenom Phantom  และก็ไม่แข็งเหมือนวัสดุแถบยาง
ของ อาดิดาส Predator® Lethal Zones II

   
   นอกเหนือจากประสิทธิภาพในการผ่อนแรงตอนจับบอลแรก ลงพื้นตรงๆ แล้ว  ยังพบว่า ความไม่เรียบ ที่เกิด
จากช่องว่างระหว่างส่วนนูน สูงต่ำ ของแถบ Accu-Foam ตามแนวสันเท้า  มันสามารถช่วยสร้างแรงเสียดทาน
กับผิวของลูกบอล  ทำให้การควบคุมลูกบอลที่ถูกส่งมาในทิศทางพุ่งเข้าหาตัว ทำได้ง่ายขึ้น  และเมื่อรวม
กับลักษณะผิวหน้าสัมผัสของหนังรองเท้า  ซึ่งถูกเคลือบให้มีความฝืด  ทำให้ evoPower 1 สามารถควบคุม
ลูกบอลที่พุ่งเข้ามาหาตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ง่ายกว่า หนังแบบขรุขระของ Hypervenom Phantom เสียอีก  จนเกือบจะทำได้ดี  เทียบเคียงกับแถบยางซิกแซกของ Predator® Lethal Zones II เลยด้วยซ้ำ

   
   ส่วนการรับส่งบอลด้วยพื้นที่ข้างด้านในของรองเท้ารุ่นนี้  หากใช้ข้างเท้าด้านในช่วงลึกๆ ในการรับ-ส่ง
พบว่าลูกบอลจะเข้าปะทะกับส่วนที่เป็นแถบสร้างความกระชับ EverFitCage EXT  ซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นหนัง
สังเคราะห์เพียวๆ  ไม่นุ่ม  มันจึงไม่ช่วยผ่อนแรงในจังหวะรับบอลเลย   แต่ข้อดีของการรับบอลด้วยบริเวณนี้
ก็คือ แถบ Accu-Foam ที่อยู่ตรงสันเท้าด้านหน้า  จะช่วยทำให้ลักษณะข้างเท้าด้านใน โค้งเว้า สอดรับกับ
ลูกบอลได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ  

   
   ในทางตรงกันข้าม..หากต้องใช้บริเวณนี้แปส่งบอลเต็มแรง  ก็จะได้ฟีลลิ่งสัมผัสแบบแข็งๆ  การควบคุม
น้ำหนักบอลทำได้ไม่ค่อยมั่นใจมากนัก  เป็นไปตามประสาหนังสังเคราะห์แข็งๆ ทั่วไป  

   สำหรับการควบคุมทิศทางของลูกบอลที่ถูกแปส่งออกไปยังทิศทางที่ต้องการ  พอจะทำได้ดีพอสมควร
เนื่องจาก  เพราะหน้าสัมผัสบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่สัมผัสที่เรียบ สม่ำเสมอ  ส่วนช่วงด้านหน้าที่เป็น
Accu-Foam นูนออกมา  แม้จะไม่ได้สัมผัสกับลูกบอลโดยตรง  แต่มันก็ช่วยบล็อคลูกบอลเอาไว้  ไม่ให้
ทำให้ลูกบอลสัมผัสโดนข้างเท้าด้านในได้อย่างเต็มๆ  แต่ต้องระวังให้ดี  ถ้าเกิดใช้ครึ่งเท้าด้านหน้าแป
โดนลูกบอล  ลูกบอลที่ถูกแปส่งออกไปจะติดไซร้เป็นอย่างมาก

   โดยภาพรวม ถือว่า evoPower 1 มีจุดเด่นในด้านการจับและควบคุมบอลแรก ได้เป็นอย่างดี  จับบอล
ได้อย่างติดเท้า  วัสดุ Accu-Foam เป็นพระเอกช่วยให้การผ่อนแรงทำได้ง่าย ใช้งานได้จริง  ติดก็แต่ฟีลลิ่ง
การรับและส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านในที่แข็งไปหน่อย  ยังดีที่พื้นที่สัมผัสบอล ราบเรียบ  สม่ำเสมอ  จึง
ทำให้สัมผัสบอลได้เต็มใบ

   คะแนน
   - การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล 8/10


    การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า
   
   
   การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้าด้วยรองเท้ารุ่นนี้  พบว่าวัสดุ Accu-foam มีบทบาทสำคัญในการช่วยทำให้
ประสิทธิภาพการควบคุมน้ำหนักของการแตะบอลในแต่ละจังหวะทำได้ง่าย  สัมผัสไม่นุ่มและไม่แข็งจนเกินไป
อยู่กึ่งกลางระหว่างหนังแท้นุ่มๆ กับหนังสังเคราะห์บางๆ  โดยผู้เล่นสามารถใช้ทุกส่วนสัมผัสบนตัวรองเท้า  
แตะเลี้ยงบอลไปด้านหน้าด้วยฟีลลิ่งที่ไม่แตกต่างกันมาก  รองเท้ารุ่นนี้จึงโดดเด่นเป็นอย่างมาก  ในกรณี
ที่ผู้เล่นมีพื้นที่ว่างด้านหน้าและมีเวลา  โดยผู้เล่นสามารถแตะบอลเลี้ยงลุยเข้าไปตรงๆ  ได้อย่างมั่นใจ

   แม้ว่า Accu-foam จะช่วยให้การแตะบอลมีน้ำหนัก ควบคุมได้ง่าย  แต่มันก็ลดฟีลลิ่งการสัมผัสบอลลงไป
พอสมควร  เพราะโฟมดังกล่าวจะมาคั่นกลางระหว่างลูกบอลกับเท้า  ซึ่งจะไม่เหมาะต่อผู้เล่นที่มองหา
รองเท้าที่ให้ฟีลลิ่งการแตะเลี้ยงบอลแบบบางติดเท้า เหมือน Hypervenom Phantom  หรือแม้แต่ฟีลลิ่ง
หนานุ่ม รู้สึกถึงเท้า เหมือนรองเท้าประเภทหนังจิงโจ้แท้  จึงทำให้การตอบสนองต่อการเลี้ยงบอลและ
พาบอลไปกับเท้าของ พูม่า evoPower 1 มีจังหวะหน่วงกว่านิดหน่อย  ถ้าต้องวัดกันในจังหวะเพียงเสี้ยววินาที
รองเท้ารุ่นนี้จะทำได้ไม่ดีนัก

   
   อีกหนึ่งประสิทธิภาพที่พูม่า evoPower 1 แสดงออกมาได้ดีพอสมควร  เกี่ยวกับการใช้งานในด้านนี้  ก็คือ
หน้าสัมผัสหนังสังเคราะห์  ค่อนข้างที่จะดึงดูดกับลูกบอล  สามารถเปลี่ยนทิศทางลูกบอลได้อย่างน่าพอใจ  
ไม่ว่าจะเป็นสถาวะที่เปียกหรือแห้ง  เมื่อถึงเวลาที่ต้องเลี้ยงพาบอล ลุยเข้าไปในทิศทางที่ไม่เป็นเส้นตรง จริงๆ  ก็พอจะทำได้อย่างไม่เป็นรองใครเหมือนกัน  จะสู้ไม่ได้ก็แค่ความหนึบของวัสดุแถบยางจาก Predator®
Lethal Zones II
 เพียงแต่ความรวดเร็วในจังหวะเปลี่ยนทิศทางของลูกบอล  จะไม่รวดเร็วสักเท่าไหร่นัก   
ตามที่ผมได้กล่าวไปแล้วในย่อหน้าก่อนหน้านี้

   โดยภาพรวมแล้ว พูม่า evoPower 1 พอจะใช้งานในการเลี้ยงลุย พาบอลไปกับเท้าได้ดีตามแบบฉบับของ
รองเท้าเน้นการจู่โจมเช่นนี้  แต่ข้อจำกัดจะอยู่ที่ฟีลลิ่งการแตะบอลที่เหมือนมีอะไรมาคั่นกลาง  ไม่ติดเท้า
ซึ่งทำให้ความเร็วของการส่งแรงในจังหวะการแตะบอลลดน้อยลง  ช้าและหน่วงกว่ารองเท้าคู่แข่งรุ่นอื่นๆ
โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับ ไนกี้ Hypervenom Phantom จะเห็นข้อแตกต่างได้อย่างชัดเจนมาก

   คะแนน
   - การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า 8/10


   การยิงประตูและเปิดบอลโด่ง

   
   การทดสอบสำคัญที่หลายคนให้ความสนใจมากที่สุด  คงหนีไม่พ้นเรื่องการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง
ซึ่งเป็นสิ่งที่พูม่า พยายามเน้นตอนที่โปรโมท evoPower 1 เป็นอย่างมาก  ถึงขนาดจับเอาบรรดาพรีเซนเตอร์
หลัก ทั้ง 3 คน  มาแข่งยิง วัดความแรงของลูกบอลที่พุ่งออกไปจากการหวดเต็มตรีน !!  ยิงกันที ถึงกับฉากพัง
เลยทีเดียว  แต่ถ้าใช้งานจริง จะเป็นยังไง ไปทดสอบกัน

   เริ่มจากการวางเท้าหลักและการส่งแรงยิง  พบว่าชุดพื้นช่วงล่างรองเท้ามีส่วนช่วยการส่งแรงเหวี่ยง ไม่มากนัก
แตกต่างจากชุดพื้นแข็งๆ ของ ไนกี้ Hypervenom Phantom อย่างชัดเจน  ในทางตรงกันข้าม  ชุดพื้นของ
evoPower 1 ค่อนข้างอ่อนตัว  และโครงสร้างช่วงกลางที่เป็นแบบ GSF ทำให้ชุดพื้นรองเท้าโค้งงอ เป็นรัศมีวงกลม 
การวางเท้าจึงค่อนข้างมั่นคง  นุ่มนวล พอสมควร

   
   แม้ว่าตัวรองเท้าจะมีน้ำหนักเบา  แต่แถบ Accu-Foam กลับสามารถช่วยสร้างพละกำลังให้ลูกบอลที่ยิง
ออกไปได้ดีพอสมควร  เนื่องจากแถบโฟมซึ่งทำหน้าที่เสมือนแถบกันชน  สามารถลดแรงปะทะที่เกิดจาก
การหวดลูกบอลเต็มแรง และยังเป็นตัวส่งผ่านแรงไปยังลูกบอลให้พุ่งทะยานออกไป  ฟีลลิ่งที่ได้จะไม่บาง
ไม่รู้สึกถึงเท้าด้านใน  แต่ก็ไม่นุ่มเหมือนกับพวกวัสดุหนังแท้  ดังนั้น..สไตล์การยิงของ พูม่า evoPower 1
จะตอบโจทย์ผู้ที่ถนัดหรือชื่นชอบการยิงประตูแบบ "หวดกระแทก เข้าไปเต็มแรง"  ในขณะที่การเปิด
หลังเท้าตอนยิง  แบบในภาพโฆษณาที่พูม่าทำออกมา  ผมรู้สึกว่าความแรงของลูกยิง  ก็ไม่ได้แตกต่าง
จากตอนที่ลองยิงแบบปกติธรรมดา

   
   ส่วนความสามารถในการควบคุมทิศทาง หรือการปั่นไซร้ลูกบอลที่เตะออกไปด้วยความแรง  ปรากฏว่า
รองเท้ารุ่นนี้  สามารถแสดงประสิทธิภาพออกมาได้ในระดับที่น่าพอใจ  ไม่ว่าจะเป็นการเน้นยิงให้บอลพุ่ง
ไปตรงๆ ก็สามารถทำได้ไม่ยาก  แทบจะไม่เจอจังหวะบอลไต่ปลิ้นหลังเท้าเลย  เพราะมิติช่องว่างระหว่าง
แถบ Accu-Foam ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัส และจับไม่ให้ลูกบอลปลิ้นออกจากหน้าสัมผัสได้

   การปั่นไซร์โค้ง  แม้จะสู้การปั่นไซร้ด้วยแถบยาง Lethal Zones ของอาดิดาส Predator® Lethal Zones II
ไม่ได้  แต่ก็ยังถือว่ามีมาให้ใช้ได้งานอยู่เหมือนกัน  ส่วนหนึ่งมาจากผิวสัมผัสหนังสังเคราะห์ไมโครไฟเบอร์
ของพูม่า evoPower 1 มีความฝืดในตัว และช่องว่างระหว่างแถบ Accu-Foam ก็ยังมีประโยชน์ใช้เป็นจุดให้
สร้างแรงเฉือน ให้ลูกบอลปั่นไซร้โค้งได้ดีพอตัว

   สรุปในหัวข้อนี้  ผมยอมรับว่าพูม่า evoPower 1 มีความน่ากลัวในด้านการยิงประตู สมกับที่พูม่าพยายาม
โฆษณาสรรพคุณออกมา  และก็เป็นแบบฉบับเฉพาะตัว  ไม่เหมือนกับรองเท้าคู่แข่งในตลาดเลย   โดย
รองเท้าเสือดุรุ่นนี้  จะตอบโจทย์คนที่ชอบการยิงแบบกระแทก หวดเข้าเต็มๆ ลูกบอล  แต่ไม่ต้องการแรง
ปะทะที่สะท้อนกลับมาจนระบมเท้า  และในทางตรงกันข้าม..ก็ไม่อยากได้ฟีลลิ่งการยิ่งแบบนุ่มเท้าเหมือน
หนังแท้ ซึ่งก็ต้องแลกมาด้วยฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่เหมือนมีอะไรมาคั่นกลางระหว่างเท้ากับลูกบอล เล็กน้อย
ในขณะที่การควบคุมทิศทางและการปั่นไซร้โค้ง  ก็มีประสิทธิภาพสมกับการเป็นรองเท้าจู่โจมอย่างแท้จริง

   คะแนน
   - ความสามารถในการยิงประตูและเปิดบอลโด่ง 9/10


   การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่

   ในเรื่องการป้องกันอาการบาดเจ็บให้กับเท้าของผู้สวมใส่ ของรองเท้าฟุตบอล พูม่า evoPower 1
มีหลายจุดที่ทำได้ดีทีเดียว  เริ่มจากบริเวณตัวรองเท้าและแนวสันเท้า ที่มีวัสดุ Accu-Foam อยู่  มันสามารถ
ช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ ในกรณีที่ถูกคู่แข่งเปิดปุ่มเหยียบหรือเข้าปะทะบริเวณหลังเท้า ได้เป็นอย่างดี 
เพราะลักษณะของเนื้อโฟม ทั้งแน่น และยืดหยุ่นไปพร้อมๆ กัน  จึงช่วยลดแรงปะทะ  ที่อาจก่อให้เกิดอาการ
บาดเจ็บได้เป็นอย่างดี  ซึ่งผมรู้สึกได้ว่า Accu-Foam นี้ ช่วยลดแรงปะทะได้ดีกว่าแถบยาง Lethal Zones
และแน่นอนกว่า ให้การป้องกันได้คนละเรื่องกับหนังสังเคราะห์ Nike Skin บางๆ

   ส่วนหุ้มส้นด้านใน ที่มีวัสดุโฟมบุเอาไว้  ก็ถือเป็นหุ้มส้นที่มีสัมผัสนุ่ม จึงช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บจาก
การถูกเข้าสกัดบริเวณข้อเท้าได้ดีพอสมควร  เพียงแต่ปลายหุ้มส้น ไม่ขึ้นมาปกป้องแนวเอ็นร้อยหวายได้
เต็มที่นัก  ถ้าโดยเข้าสกัดในตำแหน่งที่สูงขึ้นมาอีกหน่อย  อาจจะเจอสถานการณ์ลำบากได้  ไม่มากก็น้อย

   แต่สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทันคิด  ก็คือช่วงหุ้มส้นข้อเท้า  ที่ถูกออกแบบให้สามารถเปิดออกตามการ
เคลื่อนไหวของข้อเท้าได้อย่างอิสระ  จึงไม่ช่วยบล็อคข้อเท้าเอาไว้  ถ้ายิงบอลเต็มๆ สันเท้า ก็ไม่มีปัญหา
อะไรหรอก  แต่ถ้ากะหวดบอลเต็มๆ แรง  แล้วดันไปโดยปลายเท้าแล้วเกร็งข้อเท้าไม่ดี  หรือเตะขุดดิน
จะมีโอกาสข้อเท้าจะพลิกไปตามแรงปะทะ  แล้วเกิดอาการบาดเจ็บได้ง่ายๆ  ซึ่งอาการบาดเจ็บจากกรณีนี้
ผมได้เจอมากับตัวแล้ว

   คะแนน
   - การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่ 8/10

   Conclusion  

   
   ผลคะแนนที่ปรากฏออกมาในแต่ละหัวข้อการทดสอบ  มันบอกได้ว่า พูม่า evoPower 1 เป็นหนึ่งในรองเท้า
ฟุตบอลที่ยอดเยี่ยม  เป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการ สมกับการที่พูม่าเอาคำว่า "Evo" มาตั้งไว้ด้านหน้า  และหมายมั่น
ปั้นมือเป็นอย่างมาก  ทำให้รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  เป็นรองเท้ารุ่นที่ดีที่สุด และน่าติดตามที่สุดในตลาดปัจจุบัน
เลยก็ว่าได้  

   หลังจากที่ได้ใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  ผมยอมรับเลยว่าหลงรักรองเท้ารุ่นนี้เข้าอย่างจัง  หลายๆ อย่างที่มีมาให้
ค่อนข้างลงตัว  มีจุดเด่นและใช้งานได้จริง  นอกจากนั้นยังได้ในเรื่องของความสบายในการสวมใส่  โดยเฉพาะ
กับลักษณะหน้าเท้าบานๆ พอประมาณ  แบบเท้าของคนไทยทั่วไป  แบบนี้

   โดยช่วงสุดท้ายนี้  ผมจะขอสรุปเกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้ สั้นๆ รวบยอดให้เห็น
ภาพรวมง่ายขึ้น  โดยเฉพาะจุดแข็งและจุดด้อย  พร้อมกับลงความคิดเห็นส่วนต่างๆ เพิ่มต้น  เพื่อให้เป็นข้อมูล
สำหรับให้คุณผู้อ่านเอาไปตัดสินใจ ว่าจะ "ซื้อ" หรือ "ไม่ซื้อ" พูม่า evoPower 1 คู่นี้

   พูม่า evoPower 1

   
   จากประสบการณ์ที่เคยใช้งานรองเท้าฟุตบอลมาหลากหลายรุ่น หลากหลายแบรนด์  ผมถือว่าพูม่าสามารถ
ทำให้ evoPower 1 เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ดีมากรุ่นหนึ่งในตลาด  จนเข้ามารับบทบาทเป็นรองเท้าเบอร์ 1
หรือรองเท้านำทัพ  ในการกลับมารุกตลาดรองเท้าฟุตบอลอีกครั้งอย่างจริงจัง  โดยเฉพาะกับสถานการณ์
การแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดรองเท้าฟุตบอลในปัจจุบัน  ที่หลังๆ เหมือนจะมีแค่ อาดิดาส และ ไนกี้
ที่ครองตลาดอย่างต่อเนื่อง

   สรุปโดยทั้งหมดทั้งมวลเกี่ยวกับตัวตนของ พูม่า evoPower 1  ผมยืนยันได้ว่า  รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้
ถูกสรรค์สร้างมาเพื่อ "การยิงประตู" อย่างแท้จริง  โดยเฉพาะเทคโนโลยีบนตัวรองเท้า สามารถช่วยสร้าง
ประสิทธิภาพการยิงประตูที่ดุดัน  โดยผู้ใช้จะได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลหนักแน่น  ที่มาพร้อมความนุ่มอยู่บ้าง
จากวัสดุจำพวกโฟมที่ฝังอยู่บนตัวรองเท้า  เอาใจพวกชอบยิงบอลแบบอัดกระแทก  แต่ไม่ต้องการฟีลลิ่ง
สัมผัสบอลบางๆ เหมือนใช้เท้าเปล่า  มีผลให้ลูกยิงที่ออกไปมีความรุนแรง  ทั้งๆ ที่ evoPower 1 เป็นรองเท้า
ที่มีน้ำหนักเบามากที่สุดในบรรดารองเท้าประเภทนี้  แถมยังเป็นรองเท้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อเอาใจคนที่มี
หน้าเท้ากว้างมากที่สุดแล้วในบรรดาคู่แข่งในตลาดทั้งหมด   ช่วงล่างและชุดพื้นจะให้อารมณ์การเคลื่อนที่
แบบไม่จิกพื้น  เพื่อให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้ราบลื่น  ส่วนประสิทธิภาพหรือข้อสรุปอื่นๆ 
ที่ผมสามารถ สัมผัสได้จากการรีวิวทดสอบการใช้งานจริง พูม่า evoPower 1 เป็นดังนี้;

   สิ่งที่ชื่นชอบ/ประทับใจ
   - เป็นรองเท้าฟุตบอลที่ใส่สบายเท้ามาก โดยเฉพาะลักษณะเท้าหน้ากว้างแบบคนเอเชีย
   - เทคโนโลยี Accu-foam ที่ใช้สัมผัสและปะทะกับลูกฟุตบอล  สามารถใช้งานได้จริง  ช่วยได้ทั้งเรื่องของ
การจับบอลแรกและการยิงประตู  ที่ให้ทั้งความแม่นยำ หนักหน่วงรุนแรง และปั่นไซร้โค้งได้กำลังดี
   - ชุดแผ่นรองพื้นช่วยผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนามได้ดี
   - รูปแบบการวางปุ่มรองเท้าช่วยให้เหมาะต่อการใช้งานบนพื้นสนามหญ้าเทียม  และเปลี่ยนทิศทางการ
เคลื่อนที่ได้อย่างราบลื่น
   - เชือกรองเท้านิ่ม  ทำให้ผูกเชือกแล้วไม่หลุดออกได้ง่ายๆ
   - ตัวรองเท้าทำจากหนังสังเคราะห์ที่มีความนิ่มเป็นอย่างมาก

   สิ่งที่เฉยๆ ไม่โดดเด่น
   - การเคลื่อนที่และการสปรินซ์ด้วยความเร็ว  ถือว่ามีพอให้ได้ใช้งานเมื่อจำเป็น  เนื่องจากได้ประโยชน์
จากน้ำหนักของตัวรองเท้าที่เบามาก
   - การป้องกันอาการบาดเจ็บจากการถูกปะทะบริเวณตัวรองเท้า  ทำได้ดีตามมาตรฐาน
   - พื้นที่ข้างเท้าด้านใน แม้จะเป็นบริเวณราบเรียบ สัมผัสแปบอลได้เต็มพื้นที่  แต่เป็นส่วนของหนังสังเคราะห์
แข็งไปสักนิด

   สิ่งที่ไม่ชอบ/ไม่ประทับใจ
   - ฟีลลิ่งความกระชับลดลง  เมื่อตัวรองเท้าผ่านการใช้งานไปพอสมควร  เนื่องจากรอยยับบนตัวรองเท้า
ที่เกิดขึ้น
   - หุ้มข้อไม่ค่อยกระชับ ไม่ช่วยล็อคข้อเท้าและแนวเอ็นร้อยหวายมากนัก  จึงอาจไม่ช่วยป้องกันอาการ
บาดเจ็บได้ดีสักเท่าไหร่

   - คุณสมบัติการเป็นรองเท้าประเภทพาวเว่อร์/จู่โจม 9/10

   แล้วถ้าเทียบกับรองเท้ารุ่นอื่นทีเกี่ยวข้องล่ะ !?

   
   Predator® Lethal Zones II ยังทำได้ดีกว่าในเรื่องของลูกเล่น และประสิทธิภาพการควบคุมลูกบอล
ทั้งการควบคุมบอลที่เลี้ยงอยู่ที่เท้า  หรือการปั่นไซร์โค้ง  แต่ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลของรองเท้ารุ่นนี้  จะเป็น
ฟีลลิ่งที่แข็ง และบางติดเท้ากว่าเล็กน้อยเนื่องจากวัสดุยางสัมผัสบอลบนตัวรองเท้า  เป็นวัสดุที่แบนกว่า  
แต่แข็ง ไม่ค่อยมีระยะยืดหยุ่นยุบตัว  การยิงลูกบอลแม้จะรุนแรงพอๆ กัน  แต่ Predator® Lethal Zones II
จะเกิดแรงสะท้อนกลับมากระทำกับเท้าของผู้เตะมากกว่า

   นอกจากนี้ อาดิดาส Predator® Lethal Zones II จะตอบโจทย์ผู้เล่นที่ปรารถนาฟีลลิ่งความกระชับ
การป้องกันช่วงส้นเท้า  รวมถึงการจิกพื้นสนามของชุดปุ่มที่ลึก คมและแม่นยำ  เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจ
ให้กับผู้เล่นได้ดีกว่า พูม่า evoPower 1 พอสมควร

   
   Hypervenom Phantom ถือเป็นรองเท้าที่มีจุดยืนแตกต่างออกไปอย่างชัดเจน  รองเท้าซีรี่ย์อสรพิษ
จากไนกี้ เป็นรองเท้าประเภทที่ "ดิบ" กว่า  ทั้งในเรื่องของช่วงล่างที่แข็ง  ให้แรงสปรินซ์การเคลื่อนที่
ที่ดุดัน รวดเร็ว  และปุ่มรองเท้ายังช่วยส่งเสริมสไตล์การเล่นของพวกจอมสับ  เพราะปุ่มสามารถจิกลงไป
ยังพื้นสนามได้ลึกและแม่นยำมาก  แต่ต้องแลกมาด้วยระบบรองรับแรงกระแทกที่ด้อยที่สุดในบรรดาคู่แข่ง
ในตลาด

   นอกจากประสิทธิภาพการเคลื่อนที่แล้ว  วัสดุตัวรองเท้าของไนกี้ Hypervenom Phantom จะถูกใจ
ผู้เล่นที่อยากได้ฟีลลิ่งการสัมผัสบอลที่บาง รู้สึกถึงเท้าด้านใน  ให้การยิงบอลที่เต็มสัมผัสมากๆ  โดย
ไม่แคร์เรื่องของแรงปะทะที่สะท้อนกลับมา หรือการป้องกันสักเท่าไหร่  อีกหนึ่งประสิทธิภาพที่สำคัญ
ของ Hypervenom Phantom ก็คือ เรื่องของฟีลลิ่งความกระชับเท้า ที่มีมาให้มากเป็นพิเศษ  จนบางที
เป็นผลให้ผู้ที่มีลักษณะเท้ากว้างและบาน(มากๆ)  ต้องโบกมือบายรองเท้ารุ่นนี้กันเลยทีเดียว

   

   ความคุ้มค่าราคา

   ถ้ามองกันที่ตัวเลข 6,999 บาท บนป้ายราคา ที่ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด ตั้งไว้
สำหรับขาย พูม่า evoPower 1  จะถือได้ว่าเป็นราคาขายที่ถูกที่สุด ในบรรดารองเท้าฟุตบอลประเภท "พาวเว่อร์"
เพราะบรรดาคู่แข่งในตลาด อย่าง Predator® Lethal Zones II และ Hypervenom Phantom  ทั้งคู่ต่างมีราคา
เกือบแตะ 8,000 บาท หรือแพงกว่าเกือบ 1,000 บาท เลยทีเดียว

   นอกจากราคาที่ถูกกว่าคู่แข่งพอสมควรแล้ว  พูม่ายังบรรจุเทคโนโลยีต่างๆ ไว้ใน evoPower 1 อย่างมากมาย
และเทคโนโลยีทั้งหมดสามารถใช้งานได้จริง  ซึ่งจุดนี้ถือว่าพูม่าทำได้ดีเกินคาด  สร้างมาตรฐานความคุ้มค่า
ในแง่ของราคาที่ผู้ซื้อต้องจ่าย  เพื่อแลกกับเทคโนโลยีเพื่อการใช้งานที่ได้รับกลับมา  ให้กับรองเท้ารุ่นนี้
เป็นอย่างมาก

   แต่ !! เรื่องของความแข็งแรงทนทาน ดูจะยังเป็นประเด็นที่ยังไม่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากนัก  จากที่ผม
ได้ลงสนามใช้งานรองเท้ารุ่นนี้มาประมาณ 4 - 5 ครั้ง  พบว่าส่วนปลายปุ่มรองเท้าน  มีการสึกหรอง่ายเกินไป
บางปุ่มมีร่องฉีกออก  ผมสันนิฐานว่าเกิดจากการเหยียบหิน (จากการลงเล่นในพื้นสนามหญ้าจริง)  ซึ่งถ้าเทียบ
กับปุ่มรองเท้ารุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ  จะไม่มีกรณีแบบนี้ให้พบเจอจากการใช้งานเพียง 4 - 5 ครั้ง เช่นนี้

   อีกเรื่องที่ต้องดูกันไปยาวๆ นั่นคือ  กรณีที่ตัวรองเท้าเกิดรอยยับมากเกินไป  โดยเฉพาะรอยยับที่เกิดบริเวณ
ช่องว่างระหว่างบล็อค Accu-foam  จนทำให้ความกระชับลดลงจากครั้งแรกที่สวมใส่  หากใช้ไปยาวๆ ไม่แน่ว่า
ฟีลลิ่งความกระชับจะหายไปมากแค่ไหน  ซึ่งถ้ามองในแง่ของการใช้งานรองเท้าบนพื้นฐานของประสิทธิภาพ
ที่คงเดิมเสมอ  จะทำให้อายุการใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้มีไม่มาก  และผู้ใช้จำเป็นต้องเปลี่ยนคู่ใหม่  หากต้อง
การประสิทธิภาพการใช้งานที่เต็มเปี่ยม เหมือนตอนแรกที่สวมใส่

   ความไม่แน่นอนทั้ง 2 ประเด็นหลัง  ทำให้ในหัวข้อสุดท้าย เกี่ยวกับความคุ้มค่าราคา ในการเป็นเจ้าของ
พูม่า evoPower 1 ต้องถูกตัดคะแนนจากระดับที่ควรจะได้ระดับ 10 คะแนน  มาเหลืออยู่ที่ 8 คะแนน  ถือเป็น
เรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมาก  เพราะตัวรองเท้ามีราคาถูกกว่าคู่แข่ง  เทคโนโลยีอัดแน่นและใช้งานได้จริง
แต่ดันมามีแววว่าอายุการใช้งานอาจมีไม่มากสักเท่าไรนัก

   - ความคุ้มค่า 8/10

   ไม่รู้ว่าบทความการรีวิว การวิพากษ์วิจารณ์ เกี่ยวกับประสิทธิภาพการใช้งานของ พูม่า evoPower 1 ที่ผมได้
บรรยายออกมาทั้งหมด  จะมีส่วนช่วยตัดสินใจในการเลือกใช้งานของรองเท้ารุ่นนี้   ได้มากน้อยเพียงใด  ผม
เพียงแต่หวังว่าจะสามารถช่วยให้ท่านผู้อ่านใช้ประโยชน์เป็นข้อมูล  เพื่อเลือกตัดสินใจหาอาวุธลงสนาม
ที่เหมาะต่อความต้องการของท่านได้มากที่สุด  ซึ่งถือเป็นวัตถุประสงค์หลักของการรีวิวทดสอบการใช้งาน
รองเท้าฟุตบอล ของ SiamBoots   

   หากตัวตนของพูม่า evoPower 1 สามารถตอบโจทย์ความต้องการของท่าน และท่านพร้อมจะลงสนามด้วย
อาวุธสุดอันตราย ที่กำลังถูกกล่าวถึงมากที่สุดในขณะที่ล่ะก็  วันนี้ท่านสามารถไปยลโฉมพร้อมจับจองเป็น
เจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ ได้แล้วที่  ร้านพูม่าสโตร์ที่ Central Pattaya, Royal Garden, Terminal 21, Hua Hin, MBK
และ Fashion Island, Paragon, Emporium, Supersport, Sport Mall, Sport World, และ Robinson ในราคา 6,999 บาท  
เท่านั้น

   โดยท่านยังสามารถติดตามความเคลื่อนไหว ข้อมูลข่าวสารของรองเท้าสีใหม่ๆ ได้ทาง
แฟนเพจ Puma-Fanclub
ได้อีกหนึ่งช่องทาง  นอกเหนือจาก SiamBoots ของเรา

   และสุดท้ายนี้..ขอให้ทุกท่านเล่นฟุตบอลกันอย่างสนุกสุขใจ มีรองเท้าฟุตบอลดีๆ ที่สามารถตอบโจทย์ได้ตรง
ตามความต้องการของท่าน เป็นคู่หูคู่ใจกันไปยาวๆ นะครับ

... แล้วพบกันใหม่ในบทความรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นต่อไปนะครับ ...
   
   SiamBoots Testing Point & Rating

ความสบายในการสวมใส่            
การรองรับแรงกระแทก          
การเคลื่อนที่และการยึดเกาะพื้นสนาม            
ฟีลลิ่ง  ความกระชับ  ความมั่นใจ              
การสัมผัสควบคุม รับและส่งบอล        
การเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า            
การยิงประตูและเปิดบอลโด่ง            
การป้องกันเท้าให้กับผู้สวมใส่            
คุณสมบัติการเป็นรองเท้าพาวเว่อร์/จู่โจม            
ความคุ้มค่า            

   

   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด 
   - สนามฟุตบอล Winning 7

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 23 มีนาคม 2014 เวลา 23.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 

   




ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น evoPower 1


   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com