"Hand On!" อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 - The New Engine Football Boots





ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Nitrocharge II 1.0




   
   บทความนี้ SiamBoots ของเรา มีรองเท้าฟุตบอลรุ่นใหม่ล่าสุดจากอาดิดาส อย่าง Nitrocharge เจเนอเรชั่นที่ II
ที่แม้จะถูกเปิดตัวออกมาอย่างไม่อึกทึกครึกโครมมากนัก  แต่จากที่ได้สัมผัสและรับทราบข้อมูลมา  บอกได้เลยว่า
รองเท้ารุ่นนี้ได้ถูกพัฒนา เปลี่ยนแปลง และเพิ่มเติมรายละเอียดในส่วนต่างๆ ให้มีความแตกต่างจากโฉมเก่าไป
พอสมควรเลยทีเดียว  ดังนั้น..บทความนี้ เราจะเอา อาดิดาส Nitrocharge II รุ่น 1.0 มาเปิดฝากล่อง "Hand On!"
แนะนำตัวให้กับคุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกัน แบบไม่มีปิดบัง

   อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่า อาดิดาสแทบจะไม่ได้โปรโมทหรือเปิดตัวเจเนอเรชั่นนี้ ของรองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์
เครื่องจักรที่ออกแบบมาเพื่อนักฟุตบอลประเภท วิ่ง ถึก ทน เน้นการปะทะเข้าสะกัดแบบถอนรากถอนโคน  
โฉมใหม่รุ่นนี้เลย  สาเหตุเป็นเพราะในช่วงดังกล่าว อาดิดาสกำลังลุยกับแคมเปญต่อเนื่อง หลังจากจบศึก
ฟุตบอลโลก 2014  ต่อเนื่องมาถึงแคมเปญเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของ Predator® ซึ่งถือเป็นแคมเปญ
ที่ใหญ่และสำคัญกว่า จึงไม่แปลกที่ Nitrocharge II รุ่น 1.0 จะถูกเปิดตัวแบบเงียบๆ ด้วยการมาแฝงตัวอยู่ใน
ภาพโปรโมทรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส เซ็ตสีของเดือนสิงหาคม สำหรับการเปิดฤดูกาล 2014/15 ของฟุตบอล
ลีกส์ยุโปร แบบเงียบๆ

   
   แม้ว่าอาดิดาสจะไม่โปรโมทอะไรมากนัก  แต่ SiamBoots ของเรา จะขอทำหน้าที่แทน ด้วยการเอารองเท้า
ฟุตบอล Nitrocharge II รุ่น 1.0 ซึ่งเป็นรองเท้ารุ่นท็อปของตระกุลนี้ มาเปิดฝากล่องแนะนำตัว สำรวจจุดต่างๆ
ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมมากน้อยแค่ไหน มีเทคโนโลยี ลูกเล่น หรือรายละเอียดในด้านการ
ออกแบบ เป็นอย่างไรบ้าง  

   ถ้าพร้อมแล้ว..เราไปเปิดฝากล่องสีดำ อันเป็นเอกลักษณ์ที่อยู่ตรงหน้ากันเดี๋ยวนี้เลยดีกว่า  โดยกล่องใบนี้
ผมได้รับการสนับสนุนมาจาก บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เช่นเดิมครับ

   
   ทันทีที่ได้แง้มฝากล่องขึ้นมา  ก็จะพบกับตัวรองเท้า Nitrocharge II 1.0 มานอนตะแคงสลับหัวท้ายกันมา
ตามปกติของการบรรจุรองเท้าฟุตบอลของอาดิดาส  โดยรองเท้าสีที่คุณผู้อ่านจะได้สัมผัสกันนี้  เป็น 1 ใน 2
ของสีที่อาดิดาสเลือกออกแบบมาเพื่อเปิดตัวให้กับเจเนอเรชั่นนี้โดยเฉพาะ  ซึ่งสีนี้มีชื่อเรียกรหัสสีอย่างเป็น
ทางการว่า Black/Metallic Silver/Neon Orange

   นอกจากตัวรองเท้าแล้ว ภายในกล่องจะมีเพียงแค่กระดาษห่อรองเท้าสีขาย และป้ายข้อมูลเกี่ยวกับการดูแล
รักษารองเท้า  ส่วนเชือกรองเท้าที่เคยแถมมาให้อีก 1 คู่ (สีเปิดตัวของเจเนอเรชั่นที่แล้ว) นั้นไม่มีแถมมาให้
ภายในกล่องใบนี้

   
   ครั้งแรกที่ได้ลองจับเอา Nitrocharge II 1.0 ขึ้นมาสัมผัสด้วยมือ  เรื่องแรกที่รู้สึกก็คือน้ำหนักตัวรองเท้านั้น
ไม่ค่อยแตกต่างจากเดิมมากนัก  เมื่อจับเอาขึ้นเครื่องชั่งน้ำหนักเครื่องเดิม ตัวเลขปรากฏออกมาว่ารองเท้า
ไซด์ 9.5 US, 9.0 UK, 43 1/3 Fr และ 27.5 cm คู่นี้ ยังมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 233 กรัม/ข้าง ไม่แตกต่างจากเจเนอเรชั่น
ที่แล้วเลย

   ส่วนน้ำหนักของรองเท้ารุ่นอื่นๆ ในตลาด เป็นดังนี้  
   - อาดิดาส Predator® Instinct 288 กรัม 
   - อาดิดาส adiZero F50 2014 174 กรัม 
   - อาดิดาส adiPure 11Pro II 274 กรัม 
   - ไนกี้ Mercurial Superfly IV 199 กรัม  
   - ไนกี้ Mercurial Vapor X 180 กรัม 
   - ไนกี้ Magista Opus 204 กรัม
   - ไนกี้ Hypervenom Phantom 200 กรัม  
   - ไนกี้ Tiempo Legend V 245 กรัม  
   - พูม่า evoPower 1 218 กรัม 
   - พูม่า King 2013 252 กรัม

   
    รองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Nitrocharge II 1.0 นั้นดูจะมีลักษณะที่เรียวยาวมากขึ้นกว่าโฉมที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด
โดยเฉพาะช่วงด้านหน้าและหัวรองเท้าที่แหลมเป็นจรวด  ในขณะที่แถบยาง Energysling ที่เปลี่ยนตำแหน่ง
มาคาดตามขวาง และออกแบบให้มีดีไซน์กลมกลืมเข้ากับตัวรองเท้า  ยิ่งเป็นการเสริมให้รองเท้ารุ่นนี้ดูมีลักษณะ
ที่เรียวยาวไปกันใหญ่

   
   นอกจากนั้น อาดิดาสยังออกแบบให้แถบสามขีด ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าของตัวเอง  มีความโดดเด่นมากขึ้น
ด้วยการใช้วัสดุที่มีผิวเคลือบเงา สะท้อนแสง และมีเส้นสายนูนขึ้นมาอย่างสอดรับกับลักษณะเส้นสายที่อยู่บน
แถบยาง Energysling ด้านหน้า  เช่นเดียวกับดีไซน์ของตัวรองเท้าด้านหลังที่มีส่วนบุนุ่มเป็นแถบเส้นแนวตั้ง
ไล่ขึ้นมา  ไปจนถึงหุ้มส้นรองเท้าเลย  ส่วนรายละเอียดเชิงลึกและเทคโนโลยีต่างๆ  ผมจะแนะนำแยกแต่ละส่วน
ต่อไป

   
   หนังสังเคราะห์ไฮบริดทัช (Hybridtouch) ยังคงเป็นวัสดุหลักที่อาดิดาสเอามาใช้ผลิตเป็นตัวรองเท้าและ
หน้าผ้าสัมผัสให้กับ Nitrocharge II 1.0  โดยหนังสังเคราะห์ชนิดนี้ เป็นการเอาคุณสมบัติหลักของหนังแท้
และหนังสังเคราะห์มาประสานควบรวมเข้าด้วยกัน  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำหนักเบา  ความนุ่ม  การบีบกระชับ
เข้ารูปกับเท้า ไม่อมน้ำ ทนทานแข็งแรงและผิวสัมผัสที่ดึงดูดกับผิวของลูกบอลได้เป็นอย่างดี  ซึ่งถือเป็น
วัสดุหลักที่อาดิดาสเอามาใช้ผลิตรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสในตลาดปัจจุบัน ไปแล้ว

   โดยสำหรับ Nitrocharge II 1.0 นั้น อาดิดาสหวังปรับปรุงประสิทธิภาพด้วยการออกแบบให้หน้าสัมผัส
ดูมีเนื้อมีหนังมากยิ่งขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นเก่า  เพื่อความนุ่มในการสัมผัสบอล  และเพิ่มมิติและเท็กเจอร์ให้กับ
พื้นผิวสัมผัส  ตามที่เห็นดังภาพด้านบน  เพื่อแก้ไขประสิทธิภาพในการดึงดูดและควบคุมลูกฟุตบอล  
ซึ่งเคยเป็นจุดอ่อนอย่างหนึ่งของเจเนอเรชั่นเก่า

   
   มาดูมุมมองจากด้านบนกันก่อน  จะเห็นได้ว่าส่วนที่เรียกว่า Energysling นั้น มีลักษณะเป็นแถบยางชิ้นใหญ่
มีขนาดกว้างขึ้นกว่าเก่า  เปลี่ยนจากการวางแบบเอียงๆ มาเป็นตามขวางแบบตั้งฉาก 90 องศา กับตัวรองเท้า
เลย  มีดีไซน์กลมกลืนเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับตัวรองเท้ามากขึ้นกว่าเก่าอย่างเห็นได้ชัด

   
   ถัดขึ้นมาที่เห็นเป็นแถบสีๆ แตกต่างจากสีหลักของตัวรองเท้า  ถือเป็นเทคโนโลยีไฮไลท์สำคัญของรองเท้า
ซีรี่ย์นี้ โดยเฉพาะกับรุ่น Nitrocharge II 1.0  ซึ่งอาดิดาสตั้งชื่อเรียกว่า "Energysling" มันมีลักษณะเป็นแถบยาง
หนาและแข็ง  คาดพาดตามแนวขวางของตัวรองเท้า  โดยอาดิดาสให้ข้อมูลว่าแถบยางชิ้นนี้จะคอยดึงกระชับ
กับหลังเท้าของผู้สวมใส่  ช่วยบังคับสรีระการงอของหลังเท้าในจังหวะที่ผู้เล่นเคลื่อนไหว  และส่งแรงดึงกลับ
เพื่อช่วยประหยัดแรงและเพิ่มความเร็วในการสปรินซ์  

    สรรพคุณเท่านั้นยังไม่พอ  เพราะความกระชับที่เกิดขึ้นจะช่วยทำให้ผู้เล่นสามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
แบบฉับพลันได้อย่างรวดเร็ว มั่นคงและมั่นใจ  ลดเวลาหน่วงที่เกิดขึ้นจากจังหวะที่เท้าเกิดแรงเฉื่อยไปในทิศทาง
การเคลื่อนที่เดิม

   
   แต่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้เพิมเติมกับ อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 ก็คือลักษณะพื้นผิวของแถบยาง
Energysling ที่เพิ่มขึ้นมา  หากยังจำกันได้..ในเจเนอเรชั่นที่แล้ว จะเป็นแถบยางเรียบๆ  แต่มาในโฉมใหม่นี้
จะเห็นว่าหน้าสัมผัสของแถบยางมีลักษณะเป็น 3 มิติ อย่างชัดเจน  เพิ่มข้ามาเพื่อเติมเต็มประสิทธิภาพ
ในการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกยิงออกไปจากเท้า

    
   เชือกรองเท้าแบบหน้าแคบ เส้นแบน และเนื้อผ้าแข็งในช่วงกลาง  เมื่อร้อยผ่านรูร้อยเชือกแล้ว จะไม่รบกวน
การสัมผัสบอลบริเวณหลังเท้า  แต่ปลายเชือกทั้งสองฝั่งจะนิ่มและฟูออก  เพื่อทำให้ผู้เล่นสามารถผูกปมเชือกได้
อย่างแน่นหนา ยังคงถูกนำมาใช้เป็นเชือกรองเท้าติดตัวให้กับ Nitrocharge II 1.0

   ลิ้นรองเท้าด้านในแม้วัสดุโดยรวมจะเป็นหนังสังเคราะห์บางๆ ที่มีหน้าสัมผัสเป็นตาข่าย (Mesh) ซึ่งเป็น
จุดเด่นของรองเท้าซีรี่ย์นี้  แต่ลิ้นด้านบนที่ต่อจากรูคล้องเชือก  จะมีส่วนบุนุ่มที่นูนขึ้นมา พร้อมกับดีไซน์
ให้เห็นเป็นตัวเลข 1.0 ซึ่งเป็นการระบุตัวว่ารองเท้าคู่นี้เป็นรุ่นท็อปคลาส

   
   อีกหนึ่งการออกแบบซึ่งเป็นไฮไลท์สำคัญของรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Nitrocharge II 1.0 ก็คือวัสดุครึ่งหลัง
ของตัวรองเท้า  ซึ่งเป็นวัสดุแบบตาข่าย (Mesh) ที่อาดิดาสให้ข้อมูลว่ามันถูกออกแบบมาเพื่อช่วยเพิ่มการป้องกัน
และลดแรงกระแทกที่เกิดจากการปะทะ  ไปพร้อมๆ กับความยืดหยุ่นของวัสดุที่สามารถโอบกระชับเข้ากับรูปเท้า
ได้ดีกว่าหนังสังเคราะห์ธรรมดา

   แต่สำหรับเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่เรากำลังทำความรู้จักกันอยู่นี้  ได้ถูกเพิ่มเส้นสายแนวตั้งตลอดแนว  ที่เพิ่ม
การบุวัสดุบุนุ่มเอาไว้ด้านในจนนูนออกมาตามที่เห็นดังภาพด้านบน  เพื่อเพิ่มการป้องกันและลดแรงปะทะที่เกิดขึ้น
ได้ดีกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว  แต่ยังเป็นโครงสร้างให้กับตัวรองเท้า  จึงเป็นตัวช่วยสร้างความกระชับและความมั่นคง
ให้กับข้างเท้าของผู้สวมใส่ได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

    
   บริเวณปั้นท้ายของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงถูกออกแบบเพื่อการป้องกันให้สมบูรณ์แบบมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
โดยเฉพาะเกราะหุ้มส้นและเอ็นร้อยหวายที่ใช้แบบภายนอก (External Heel Counter) ซึ่งเป็นชิ้นพลาสติก
ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกับพื้นรองเท้า  มีความแข็งแรงมาก  ในขณะที่หุ้มส้นด้านบนเป็นวัสดุตาข่าย  ที่มีการบุ
แนวฟองน้ำเอาไว้ทั้งแนว  ทำหน้าที่ช่วยปกป้องเอ็นร้อยหวายเวลาที่ถูกเข้าปะทะ  

   และจะยังเห็นได้ว่าลักษณะของปลายหุ้มส้น Nitrocharge II 1.0 นั้นถูกออกแบบให้มีความสูงขึ้นมาจนหุ้ม
ได้เต็มความสูงของแนวเอ็นร้อยหวาย  แถมมีลักษณะแคบมากขึ้นกว่าเดิม  เพื่อให้สามารถจับล็อคกระชับกับ
ร่องเอ็นร้อยหวายได้ดีขึ้นกว่าเจเนอเรชั่นที่แล้ว

   ส่วนวัสดุหน้าสัมผัสหุ้มส้นด้านใน ของรองเท้าทรงพลังคู่นี้  เปลี่ยนมาใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ผิวเรียบ  ไม่ได้
มีอะไรเป็นพิเศษ

   
   แผ่นรองพื้นรองเท้าด้านในของ Nitrocharge II 1.0 ผลิตจากโฟม EVA ทั้งชิ้น แบบเดียวกันกับที่รองเท้า
ระดับท็อปคลาสของอาดิดาสใช้  โดยที่ด้านใต้ของแผ่นรองพื้น ได้ถูกออกแบบให้เป็นพื้นผิวขรุะขระเพื่อเพิ่ม
การยึดเกาะกับชุดพื้นด้านในของตัวรองเท้า ลดอาการลื่นไถลในจังหวะการเคลื่อนที่

    
   ส่วนพื้นผิวหน้าสัมผัสด้านบนที่จะต้องสัมผัสกับฝ่าเท้าของผู้สวมใส่  จะเป็นวัสดุหน้าผ้ากำมะหยี่แบบเดียวกับ
กับแผ่นรองพื้นของเจเนอเรชั่นที่แล้ว  ถูกออกแบบมาเพื่อให้ฝ่าเท้าสามารถยึดเกาะได้ดี ลดปัญหาการลื่นไถล
โดยรองเท้า Nitrocharge II 1.0 สีเปิดตัวคู่นี้ ถูกออกแบบมาภายใต้คอลเลคชั่นของศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยน ลีกส์
จึงได้มีโลโก้สกรีนเอาไว้ที่บริเวณส้นเท้า ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน

   
   มาปิดท้ายกันที่ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่มแบบ FG ของอาดิดาส Nitrocharge II 1.0  ซึ่งจะเห็นได้ว่ารองเท้ารุ่นนี้
ยังคงใช้ชุดพื้นช่วงล่างและปุ่ม แบบเดียวกันกับเจเนอเรชั่นที่แล้วไม่มีผิดเพี้ยน  และที่ชุดพื้นยังคงมีช่องสำหรับ
ใส่อุปกรณ์ miCoach SPEED_CELL™  มาให้เหมือนเดิม  ไม่ได้ถูกถอดออกไปแบบชุดพื้นของ Predator® Instinct
(รุ่นปุ่ม FG) 

   
   ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ยังคงเป็นชุดพื้นแบบ Sprintframe ที่ผลิตจากพลาสติก TPU ฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกัน
ทั้งหมด  ออกแบบให้มีโครงสร้างที่แข็งแรงและหนา  โดยเฉพาะช่วงโครงสร้างตรงกลางที่คอยเชื่อมระหว่าง
ชุดพื้นด้านหน้าและชุดพื้นด้านหลัง  เพื่อทำให้ชุดพื้นเกิดแรงดีดกลับที่รุนแรง ในจังหวะการเคลื่อนที่ได้ดีขึ้น
ซึ่งประสิทธิภาพของชุดพื้นชื้นนี้  เชื่อว่าสาวกอาดิดาสหลายท่านน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

   
   แต่เทคโนโลยีไฮไลท์ที่สำคัญที่สุด ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะรองเท้าฟุตบอลอาดิดาส Nitrocharge II 1.0 รุ่นนี้
เท่านั้น  ก็คือเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า "Energypulse" เทคโนโลยีชิ้นนี้  ช่วยทำให้ชุดพื้นตรงฝ่าเท้ามีความแข็งมากขึ้น เหมือนว่าทางอาดิดาสได้ฝังวัสดุบางอย่างเอาไว้ด้านใน  ทำหน้าที่คล้ายสปริง  เมื่อผู้เล่นออกแรงเคลื่อนที่  
ไม่ว่าจะเป็นการสปรินซ์ด้วยปลายเท้า  ชุดพื้นด้านหน้ามันจะดีดตัวกลับให้ผู้เล่นพุ่งตัวออกไปด้านหน้าได้
อย่างรวดเร็ว  เช่นเดียวกับการเทคตัวกระโดดเพื่อแย่งลูกกลางอากาศ  มันจะทำหน้าที่เป็นสปริงให้คุณสามารถ
เทคตัวได้สูงขึ้นกว่าเดิม

   
   ปุ่มด้านหน้าของรองเท้ารุ่นนี้  ใช้ปุ่มแบบสามเหลี่ยมจำนวน 7 ปุ่ม  แบ่งเป็นปุ่มตามขอบด้านข้าง ข้างละ 3 ปุ่ม
และปุ่มตรงกลางฝ่าเท้าอีก 1 ปุ่ม  โดยแต่ละปุ่มมีขนาดเล็กใหญ่ และวางตัวในองศาที่ไม่เหมือนกัน เพื่อทำหน้าที่
ที่แตกต่างกัน  เช่น  ปุ่มคู่หน้าขนาดเล็ก  จะสามารถจิกลงไปยังพื้นสนามในจังหวะสปรินซ์ตัวได้เป็นอย่างดี
ในขณะที่ปุ่มตรงกลาง  เป็นปุ่มขนาดใหญ่  จะทำหน้าที่รับน้ำหนักตัวและกระจายแรง  ผสานงานร่วมกับ 2 ปุ่ม
ขนาดเล็กด้านท้าย  เพื่อรักษาสมดุลในการเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่
   
   
   ส่วนปุ่มรองเท้าด้านหลัง  เป็นปุ่มแบบสามเหลี่ยมจำนวน 4 ปุ่ม  วางตัวในองศาที่แตกต่างกัน  โดยปุ่มคู่หลังสุด
จะมีขนาดใหญ่กว่า  เพื่อทำหน้าที่รับการลงน้ำหนักตัวของผู้เล่น  ในขณะที่คู่ปุ่มถัดมา  จะมีขนาดเล็กลงหน่อย
ทำหน้าที่ล็อคกับพื้นสนาม  ไม่ให้เกิดจังหวะการลื่นไถล
  
   
   จากการพาตัวรองเท้าฟุตบอล อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 มาแนะนำตัวในบทความ "Hand On!" ในวันนี้
พอจะบอกได้ว่าอาดิดาสได้ออกแบบ-ปรับปรุงรองเท้าซีรี่ย์ทรงพลัง ที่ถูกเปรียบให้เป็นเครื่องจักรของทีม ให้มี
ความแตกต่างจากเจเนอเรชั่นเดิมไปพอสมควร  แต่ในแง่ของการใช้งานจริงในสนานจะเป็นอย่างไรนั้น ?
ผมขอแอบบอก หลังจากการที่มีโอกาสได้ลองใช้งานไปบ้างแล้ว  ว่ารองเท้ารุ่นนี้มีบุคลิกที่แตกต่างไปจาก
โฉมที่แล้วอย่างสิ้นเชิง  แต่จะมีรายละเอียดปลีกย่อยเป็นอย่างไรนั้น  ต้องรอติดตามอ่านกันในบทความ
"Boots Testing!" ทดสอบการใช้งานจริง อาดิดาส Nitrocharge II 1.0 ในเร็วๆ นี้

   และหากคุณผู้อ่านท่านใด  สนใจเป็นเจ้าของรองเท้าฟุตบอลรุ่นNitrocharge II 1.0 คู่นี้  วันนี้..ท่านสามารถ
ไปสัมผัสและเป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้แล้ว  ที่ร้านอาดิดาส และร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ  พร้อมจำหน่าย
ในราคาเพียง 7,290 บาท เหมือนสีอื่นๆ  ทั้งนี้คุณผู้อ่านทุกท่านยังสามารถติดตาม ข้อมูลเพิ่มเติมผ่านทางเฟซบุ๊ค
ได้ที่ www.facebook.com/adidasfootball หรือตามทวิตเตอร์ของอาดิดาสเพื่อรับข้อมูลก่อนใครที่ @adidasfootball
  
   Special Thanks
   - บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด
   - สนามฟุตบอล Winning 7

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 4 พฤศจิกายน 2014 เวลา 16.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 






ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Nitrocharge II 1.0