ขอขอบพระคุณ Kick Me Please
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiPower Predator
[Hand On!]"adiPOWER" คู่นี้ใช่ไหมที่หลายคนรอคอย
คงจะไม่ผิดอะไรนักถ้าจะบอกว่า การเปิดตัว
เจเนอเรชั่นที่ 11 ของ "Predator" ซีรี่ย์รองเท้า
ฟุตบอลสายพันธุ์แกร่งจากอาดิดาส ภายใต้ชื่อ
"adiPOWER" จะเป็นไฮไลท์หลักแห่งปี 2011
สำหรับวงการรองเท้าฟุตบอล ที่บรรดานักฟุตบอลทั่วโลกต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอย
อาดิดาส
"Predator" เป็นซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์แกร่งระดับตำนานที่มีอายุมานานกว่า
20 ปี ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ได้รับความนิยมตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน และมีแฟนคลับมาก
ที่สุดซีรี่ย์หนึ่งของโลก และเมื่อถึงกำหนดเวลาครบ 2 ปี ก็เป็นช่วงที่อาดิดาสจะเปิดตัวเจเนอเรชั่น
ใหม่ของ
Predator หลังจากที่เปิดตัวเจเนอเรชั่นที่ 10
"Predator X" ไปเมื่อ 2 ปีที่แล้ว
ถึงแม้ว่า ณ วันนี้บริษัทอาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด จะนำเจเนอเรชั่นใหม่ของ
Predator
เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในช็อป แต่จะมีเพียงแค่รุ่นรองท็อปและรุนทั่วไปอย่าง
Absolion และ Absolado เท่านั้น สำหรับรุ่นท็อปที่มีชื่อว่า
"adiPOWER" จะมีกำหนดการ
เข้ามาจำหน่ายอย่างเป็นทางการใช้ช่วงเดือน
กันยายน 2011 ที่จะถึงนี้ เนื่องจากโดนผลกระทบ
จากฝั่งยุโรปและอเมริกา ที่อาดิดาสจำเป็นต้องตัดสินค้าไปขายทางฝั่งซีกโลกตะวันตกก่อน
ดังนั้นนี่จึงเป็นอีกหนึ่ง
ความภาคภูมิใจของ SiamBoots อีกครั้ง ที่ได้รับรองเท้าฟุตบอล
รุ่นนี้ที่หลายคนรอคอย "adiPOWER" มาอยู่ในมือก่อนกำหนดการอย่างเป็นทางการ
พร้อมที่จะนำมา "แกะกล่อง" ให้เพื่อนๆ ได้รับชมรายละเอียดทุกส่วนกันก่อน !!!
เมื่อเปิดกล่องสีดำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีของอาดิดาส ก็จะเจอตัว
"ราชานักล่า" สีฟ้าสดใส
ที่โดดเด่นด้วยแถบสามขีดสีเขียวสะท้อนแสง
ซึ่งเป็นสีที่อาดิดาสใช้เปิดตัว
"adiPOWER"
ไปตั้งแต่ช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา นับว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างจากเดิมและเราเองก็ไม่รู้เหตุผล
กับการที่อาดิดาสเลือกเปิดตัวซีรี่ย์
Predator ด้วยสีที่แปลกตาเช่นนี้ แทนที่จะเลือกเปิดตัว
ด้วยสี "ดำ-ขาว-แดง" ซึ่งเป็นสีออริจินัล อย่างที่เคยๆ เป็นมา อุปกรณ์ต่างๆ ที่ให้มาในกล่อง
นั้นไม่มีอะไรมากมายนัก มีเพียงรองเท้ากับกระดาษแนะนำสินค้าที่มีหลากหลายภาษาให้ได้
อ่านกันตามความสามารถ และที่น่าแปลกใจก็คือ...ไม่มีถุงใส่รองเท้ามาให้ !!!
สำหรับ
adiPOWER Predator สีนี้เมื่อโดนแสงแดดสาดส่องลงมากระทบที่ตัวรองเท้าที่มี
"สีฟ้าสดใส" (Sharp Blue Metallic) ก็เปล่งประกายสว่างโดดเด่นอย่างงดงาม ลักษณะ
ลำตัวมีช่วงยาวที่ไม่ค่อยแตกต่างจาก
Predator X มากนัก น้ำหนักจากการประมาณด้วยมือ
ขอบอกเลยว่านี่คือ
"Predator ตัวท็อปที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่อาดิดาสเคยผลิตมา"
โดยผมขออนุญาตกะประมาณคร่าวๆ คาดดว่าน้ำหนักน่าจะอยู่ที่พิกัด
220 - 230 กรัม
ตามที่เว็บไซด์ต่างประเทศได้บรรยายสรรพคุณไปแล้ว ในขณะที่เจเนอเรชั่นเก่าๆ ของเจ้า
ราชานักล่านั้นจะมีพิกัดน้ำหนักสูงถึง 320 - 330 กรัมกันเลยทีเดียว
บริเวณหัวรองเท้าซึ่งมี
หน้าผ้าที่ผลิตจากหนังลูกวัวกระทิง (Calfskin leather) และมี
แนวด้ายเย็บเป็นระเบียบในแนวขวาง ช่วยเสริมให้หน้าผ้ามีความทนทาน การที่อาดิดาส
ออกแบบลักษณะการเย็บให้เป็นลอนๆ ขึ้นมาแบบนี้ จะช่วยเพิ่มความนุ่มให้แก่หน้าผ้าและ
รวมถึงยังใช้เป็นพื้นที่ในการสัมผัสกับลูกฟุตบอลที่หนักแน่นได้อีกด้วย
สำหรับหน้าผ้าส่วน
หัวรองเท้านั้นจะมีความนุ่มเป็นพิเศษ นุ่มมากกว่าบริเวณตัวรองเท้าส่วนหลังอย่าง
ชัดเจน นั่นอาจจะเป็นเพราะอาดิดาสเลือกออกแบบตัดเย็บหน้าผ้าและตัวรองเท้าออกเป็น
สองส่วนที่ไม่เหมือนกันนั่นเอง น่าจะเป็นเหตุผลในเรื่องของน้ำหนักตัวที่ลดลงได้ถึงเพียงนี้
แต่ถ้าถามว่าหากเปรียบเทียบกับความนุ่มของ
Predator X อันไหนนุ่มกว่ากัน ผมก็จะตอบ
ว่าความนุ่มของรุ่นใหม่กับรุ่นเก่านั้นไม่มีความแตกต่างกันเลย
ความนุ่มและฟีลลิ่งจากหนัง
ยังเป็นเหมือนเดิมทุกอย่าง เพียงแต่ในรุ่นใหม่นี้จะมีแนวด้ายเย็บเพิ่มขึ้นมาถี่มากขึ้น
กว่าเก่าถึงเท่าตัว
และจากภาพด้านบนจะเห็นได้ว่าบริเวณหัวรองเท้านั้นมีการออกแบบชิ้นของพลาสติกใส
เพิ่มขึ้นมาปิดบริเวณรอยต่อระหว่างหัวรองเท้ากับชุดพื้น เพื่อช่วย
ป้องกันปัญหา "หัวเปิด"
ที่เกิดจากการเตะขุดติดให้หมดไป
สำหรับ
แถบยางปั่นโค้งซึ่งเป็นจุดขายอันเลื่องชื่อของรองเท้าฟุตบอลตระกูลนี้ ที่เราเรียก
กันว่า
Predator Element นั้นได้รับการปรับปรุงและออกแบบรายละเอียดใหม่จนแตกต่างไป
จากเดิมพอสมควร โดยแถบยางปั่นโค้งของ
adiPOWER Predator คู่นี้ เท่าที่ผมลองสัมผัส
เปรียบเทียบดูพอว่าจะมีความ
เหนียวหนึบกว่าเจเนอเรชั่นเดิมพอสมควร ถึงแม้ว่ามันจะมี
ตำแหน่งการวางและพื้นที่การใช้งานแทบไม่แตกต่างจากเดิมเลยก็ตาม รวมถึงแนวร้อยเชือก
ที่เบ้ออกไปทางข้างเท้าด้านนอกและเชือกมาตรฐานซึ่งเป็นเชือกแบนก็เช่นกัน
แต่ลักษณะ
ของลิ้นรองเท้าก็จะถูกเปลี่ยนกลับไปใช้แบบลิ้นตรงกลางเหมือนสมัยก่อน
ทั้งนี้รายละเอียดของ
แถบยางปั่นโค้ง (Predator Element) นั้นจะ
มีคมมีสันมีนูนเพิ่มขึ้น
ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการปั่นโค้งได้ดีกว่าเดิม แถบยางปั่นโค้งนี้จะมีความนิ่มกว่าของ
เจเนอเรชั่นเก่า ใต้แถบยางปั่นโค้งสีขาวขุ่นนี้ก็จะมีลายแถบสามขีดซึ่งเป็นเอกลักษณ์ทาง
การค้าของอาดิดาสให้เห็นอย่างชัดเจน ถือเป็นภาพลักษณ์แบบเก่าๆ ที่เห็นกันจนชินตาที่
ได้กลับมาอีกครั้ง เพราะในเจเนอเรชั่นของ
Predator X นั้น ลายแถบสามขีด ณ ตรงนี้
ได้ถูกตัดออกไป

ขยับมาที่ส่วนลำตัวตอนหลังของรองเท้า ยังคงผลิตด้วยหนังวัวแท้ แต่เท่าที่สัมผัสด้วยมือ
พบว่าตรงจุดนี้จะ
แข็งทื่อกว่าบริเวณหัวรองเท้า และยังพบว่าตรงจุดนี้หนังจะมีความบาง
มากกว่าด้วย เหตุผลที่อาดิดาสเลือกใช้วัสดุที่แตกต่างเช่นนี้คาดว่าน่าจะเป็นการลดน้ำหนัก
ของรองเท้าลงไปให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
มาดูกันที่
ชุดพื้นและปุ่มซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้
เนื่องจากอาดิดาสได้นำเอาเทคโนโลยี
Sprint Frame ของ adiZero มาใช้ ลักษณะและวัสดุ
ของชุดพื้น (Plate) เป็นแบบเดียวกันกับ
F50 adiZero ทั้งหมด แต่ที่แตกต่างกันก็คือลักษณะ
ของปุ่มและแนววางปุ่มแบบ FG ที่ยังคงใช้แบบเดียวกับ
Predator X เพียงแต่ปุ่มตรงกลาง
ฝ่าเท้านั้นจะเปลี่ยนจากปุ่มแนวขวางจำนวนสองปุ่ม มาใช้ปุ่มสี่เหลี่ยมแค่หนึ่งปุ่ม (ปุ่มสีฟ้า)
และบริเวณตอนหน้าของพื้นนั้นจะเป็นที่อยู่ของเทคโนโลยี
Power Sprine ที่อาดิดาสโฆษณา
ว่าจะสามารถช่วยเพิ่มพละกำลังให้แก่ลูกฟุตบอลที่ออกจากเท้านั่นเอง
เท่าที่สัมผัสชุดพื้นและปุ่มของ
adiPOWER คู่นี้ คงต้องยอมรับว่าการเปลี่ยนมาใช้ชุดพื้น
แบบเดียวกับรองเท้าสายความเร็ว วัสดุโดยรวมนั้นบอบบางกว่าชุดพื้นของ
Predator X
พอสมควร ลักษณะการเชื่อมปุ่มแบบ FG ของรองเท้ารุ่นใหม่คู่นี้ ดูเหมือนว่าจะใช้กาวติด
แบบเดียวกันกับ
F50 adiZero แต่ด้วยแนววางปุ่มและขนาดปุ่มที่แตกต่างกัน จึงน่าจะช่วย
ขจัดปัญหาบางอย่างให้หมดไปได้
สำหรับแผ่นรองพื้นของ
adiPOWER Predator จะมี
พื้นผิวแบบผ้ากำมะหยี่ทั้งแผ่น
วัสดุของแผ่นรองพื้นจะผลิตมาจาก
EVA foam เมื่อพลิกด้านใต้ขึ้นมาจะเห็นว่ามีพื้นที่ที่
ถูกแบ่งสีให้แตกต่างจากแผ่นรองพื้น โดยพื้นที่ดังกล่าวไม่มีการระบุถึงวัสดุหรือเทคโนโลยี
ที่ใช้แต่อย่างใด เมื่อสัมผัสจะรู้สึกถึงความนิ่มของวัสดุที่แตกต่างจากแผ่นรองพื้นส่วนอื่นๆ
ซึ่งแน่นอนว่าวัสดุตรงนี้จะช่วยรองรับแรงกระแทกขณะเคลื่อนที่
และเมื่อหยิบเอาแผ่นรองพื้นออกมาดูจะเห็นได้ (จากภาพ) อย่างชัดเจนว่าแผ่นรองพื้น
ของ
adiPOWER Predator นั้นบางกว่าของ Predator X
หุ้มส้นและภายในรองเท้า ได้ถูกเปลี่ยนมาใช้วัสดุที่เป็น
ผิวหน้าแบบผ้ากำมะหยี่ทั้งหมด
นั่นหมายความว่ารองเท้าคู่นี้จะมีความกระชับเท้า และไร้ซึ่งอาการถูก "กัด" ได้อย่างแน่นอน
และอีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็คือแผ่นพื้นของตัวรองเท้า (พื้นสีขาวในภาพ) ที่อาดิดาสได้
ทำการตัดเย็บให้ติดกับตัวรองเท้าด้วยแนวด้ายที่แข็งแรง
และจะไม่มีการใช้โฟมปูรองพื้น
เพื่อเพิ่มความนิ่มเหมือนในเจเนอเรชั่นที่แล้ว เพราะวัสดุสีขาวที่เห็นนั้จะเป็นพื้นแข็ง ๆ
ที่ติดกับด้านในของชุดพื้นและปุ่มเลย
จากความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว ผมรู้สึกว่าเจเนอเรชั่นใหม่
"adiPOWER Predator" คู่นี้ ยังมี
ความคล้ายคลึงกับ
Predator X พอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องของ "ฟีลลิ่ง" การสัมผัสของ
หน้าผ้าและตัวรองเท้าที่เป็นหนังลูกวัวกระทิง ทั้งยังรวมถึงรูปทรงของรองเท้าแบบเรียวยาว
เล็กน้อย
แต่ถ้าถามถึงสิ่งที่ผมนั้นรู้สึกประทับใจต่อ
adiPOWER จริงๆ ก็คือรายละเอียดของ
แถบยางปั่นโค้งที่ดูดีมีประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำหนักตัวที่เบาขึ้นแบบผิดหูผิดตาจน
เป็นไฮไลท์สำคัญของเจเนอเรชั่นนี้ ถึงแม้ว่ารองเท้ารุ่นนี้จะมีน้ำหนักเบา แต่เท่าที่สัมผัส
ด้วยมือของตัวเองแล้ว
บอกได้เลยว่าเบาแต่ไม่บอบบาง !! อย่างที่หลายๆ คนยังคงตั้ง
คำถาม

เป็นอย่างไรกันบ้างกับการเปิดกล่อง
"adiPOWER Predator" ในครั้งนี้ ผมเชื่อว่าหลายคน
คงอดใจไม่ไหวแล้วที่จะได้สัมผัสและคว้าตัว
"Predator" ที่เบาที่สุดในประวัติศาสตร์คู่นี้มา
ไว้ในครอบครอง ถึงแม้ว่ากำหนดการวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของรองเท้ารุ่นท็อปคู่นี้
จาก อาดิดาส (ประเทศไทย) จะถูกเลื่อนออกไปจนถึงกลางเดือนกันยายน แต่วันนี้ท่านสามารถ
เป็นเจ้าของรองเท้ารุ่นนี้ได้ก่อนใครแล้วที่ร้าน
"Kick Me Please" ย่านเมืองทองธานี บอก
ไว้เลยว่าโอกาสดีๆ ที่จะได้เท่ก่อนใครนั้นมีไม่มาก...ถ้าช้าแล้วจะเสียใจนะครับ !!
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง >>>
เแนะนำการเลือกไซด์ของ adiPOWER Predator
กระทู้แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม >>> คลิก <<<
ขอขอบพระคุณร้าน Kick Me Please
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น adiPower Predator
*** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า สามารถติดต่อมาได้ที่
e-mail : siamboots@hotmail.com