
ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น CTR 360 Maestri II สี "Loyal Blue"
![]()
"Hand On!" CTR 360 Maestri II "Loyal Blue"
มาอย่างต่อเนื่องทีเดียว สำหรับเซ็ตรองเท้าฟุตบอลจากไนกี้ ต้อนรับซีซั่นของปี 2012 หลังจาก
ที่เมื่อสัปดาห์ก่อน เราได้ยลโฉม Tiempo Legend IV Elite กันไปแล้ว คราวนี้ก็ได้เวลามาถึงคิวของ
CTR 360 Maestri II
เฉดสีใหม่ล่าสุด "รอยัล บลู" สุดงามคู่นี้กันบ้าง !!!
รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์เก่งรอบด้าน ไนกี้ CTR 360 ในเจเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นรองเท้าฟุตบอลที่ได้
รับความนิยมมากที่สุดตลอดปี 2011 ที่ผ่านมา เรียกได้ว่ากระแสตอบรับจากผู้ใช้งานร้อนแรงตั้งแต่ช่วงที่
เปิดตัวตอนต้นปี 2011 ต่อเนื่องยาวจนข้ามปีมาถึงปี 2012 ที่ไนกี้เปิดตัวคอลเลคชั่นแรกของปีนี้ด้วย
เฉดสีใหม่ล่าสุด ที่มีรหัสสีอย่างเป็นทางการว่า " Loyal Blue/White/Bright Blue/Total Orange" หรือ
ขอเรียกสั้นๆ ว่า
"รอยัล บลู" ถือเป็นเฉดสีแรกของ CTR 360 II ที่มาในลักษณะ "สีล้วน" หลังจากที่
ก่อนหน้านี้ เฉดสีทั้งหมดที่ไนกี้ผลิตออกมาจำหน่ายจะเป็นเฉดสีทูโทนมาโดยตลอด
ก่อนที่เราจะไปยลโฉมรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ ผมต้องขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่ใจดีสนับสนุน
CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" มาให้ SiamBoots ได้นำเสนอให้ทุกท่านได้ชมกัน
สำหรับเฉดสี
"รอยัล บลู" ถือเป็นเฉดสีที่ 8 อย่างเป็นทางการของเจเนอเรชั่นนี้ และเป็นเฉดสีที่ 2 ที่จะ
ไม่มีการผลิตรองเท้าระดับสุดยอดอย่างรุ่น Elite ออกมาจำหน่าย

รองเท้าฟุตบอลรุ่นไนกี้ CTR 360 Maestri II ยังคงมาในกล่องรองเท้าสีส้มสุดแสบตา ถือเป็นเอกลักษณ์
ของผลิตภัณฑ์จากไนกี้ไปแล้ว และเมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมา จะพบกับรองเท้าฟุตบอลเก่งรอบด้านในเฉดสี
น้ำเงิน
"รอยัล บลู" สุดงดงามนอนตะแคงรออยู่ในกล่อง ที่มาพร้อมกับป้ายราคา 6,500 บาท และป้าย
Kanga-Lite ซึ่งระบุข้อมูลถึงหนังสังเคราะห์แบบพิเศษของไนกี้ที่ใช้กับรองเท้าฟุตบอลคู่นี้
และที่ใต้ฝากล่อง
จะมีการแผ่นข้อมูลที่ระบุถึงเทคโนโลยีที่โดดเด่นของรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เอาไว้อย่างชัดเจน สามารถเลือก
อ่านได้ถึง 3 ภาษาตามความถนัดของแต่ละท่านกันเลย
และแน่นอนว่ารองเท้าฟุตบอลระดับท็อปของไนกี้ทุกรุ่นทุกซีรี่ย์ จะต้องมีถุงเป้สำหรับใส่รองเท้าที่มีดีไซน์
และเฉดสีเฉพาะตัว เพื่อให้เข้ากับรองเท้าฟุตบอลที่ท่านเลือกซื้อมาใช้ และ CTR 360 Maestri II "รอยัล
บลู" คู่นี้ก็เช่นกัน ที่ท่านจะได้ถุงเป้ใส่รองเท้าในเฉดสีน้ำเงินเข้ม-ม่วง โดยที่ตรงกลางของถุงเป้นั้น
จะมีการสกรีนว่า "CTR 360" และ "Nike Football" คนละด้านกันด้วยสีส้มสุดโดดเด่น และด้านในของ
กระเป๋าจะมีช่องซิปสำหรับให้ใส่ของเล็กๆ น้อยๆ ได้อีกด้วย
แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วลักษณะเฉดสีของเจ้า CTR 360 Maestri II "รอยัล
บลู" จะมีการลงเฉดสี
แบบทูโทน โดยส่วนหน้านั้นจะออกเป็นสีน้ำเงิน-ม่วง และด้านหลังจะเป็นสีน้ำเงินเมทัลลิค แต่ด้วยความ
กลมกลืนและลงตัวของเฉดสีทั้งสองก็พอจะอนุโลมให้มองออกเป็นการใช้สีแบบสีล้วนสีเดียวทั้งคู่ โดยที่
เฉดสีหลักของตัวรองเท้านั้นจะไม่ใช่เฉดสีที่ช่วยสร้างโดดเด่น เพราะเมื่อเทียบกับตราสัญลักษณ์ของไนกี้
ขนาดเล็ก "สีส้มสะท้อนแสง" ที่อยู่บริเวณหัวรองเท้า ซึ่งตัดกับสีน้ำเงิน-ม่วง สีหลักของตัวรองเท้า จึง
ทำให้เกิดความโดดเด่นบาดตาเสียเหลือเกิน ถือเป็นจุดที่ช่วยสร้างความโดดเด่นให้กับรองเท้าฟุตบอล
คู่นี้ในยามที่อยู่ในสนามฟุตบอลได้เป็นอย่างดี ในขณะที่ตราสัญลักษณ์ไนกี้บริเวณข้างเท้าด้านนอกนั้น
จะเป็นตราขนาดใหญ่สีขาว มีลักษณะเป็นวัสดุจำพวกยาง มีการเคลือบผิวให้เงางามและโดดเด่น
วัสดุหนังสังเคราะห์ที่มีชื่อเรียกว่า "แคงกาไลท์" (Kanga-Lite Leahter) เอกสิทธิ์เฉพาะของไนกี้
ถูกนำมาใช้ผลิตเป็นหน้าผ้าและตัวรองเท้าทั้งหมดให้กับรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ ผิวหน้าของหนังจะมีลวดลาย
เฉพาะตัว สรรพคุณของหนังสังเคราะห์แคงกาไลท์ก็คือ เป็นสังเคราะห์ที่มีความหนานุ่ม และทนทาน
เทียบเท่ากับหนังสัตว์แท้ (หนังจิงโจ้) แต่มีความได้เปรียบในเรื่องของความกระชับที่ดีกว่า ที่สำคัญ
ยังสามารถออกแบบเฉดสีได้ง่ายกว่าอีกด้วย จึงไม่แปลกที่เราได้เห็น CTR 360 Maestri II ในเฉดสี
"รอยัล
บลู" เช่นนี้ และไม่จำเป็นต้องใช้แนวด้ายเย็บบนหน้าผ้ามากมายเหมือนกับพวกรองเท้าหนังแท้
หากลองสัมผัสหน้าผ้าและตัวรองเท้า จะสามารถรู้สึกได้ถูกความหนาและหนักแน่นของรองเท้าคู่นี้ได้
อย่างชัดเจน
อุปกรณ์ลูกเล่นชิ้นแรกที่จะขอนำเสนอ มีชื่อเรียกว่า "Damping Pads" เป็นพื้นที่รูปร่างสามเหลี่ยม
สองตอน มีพื้นผิวที่นูนขึ้นมาจากตัวรองเท้า มีลักษณะแข็งกว่าหน้าผ้าส่วนอื่นๆ และที่มีผิวหน้าเป็น
ลวดลายสามเหลี่ยม ทำหน้าที่ในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสัมผัสกับลูกฟุตบอล โดยเฉพาะ
การส่งบอลด้วยข้างเท้าด้านนอก ความแข็งของอุปกรณ์ชิ้นนี้จะช่วยส่งผ่านแรง ให้ลูกฟุตบอลนั้น
ถูกส่งออกไปยังเพื่อนร่วมทีมของคุณได้อย่างมีน้ำหนักและแม่นยำมากขึ้นดั่งที่ใจต้องการ
ลักษณะของแนวร้อยเชือกรองเท้าที่เป็นแบบเบ้เข้า ได้รับการออกแบบให้แนวร้อยเชือกรองเท้า
นั้นช่วยเพิ่มพื้นที่ในการสัมผัสบอลของข้างเท้าด้านใน ซึ่งเป็นแนวคิวหลักของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์
นี้มาตั้งแต่แรกเริ่ม เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัวมาจากสายการผลิต จะเป็นเชือกรองเท้าสี
น้ำเงิน ซึ่งหากสังเกตดีๆ จะพบเป็นมีโทนสีอยู่ตรงกึ่งกล่างระหว่างโทนสีน้ำเงิน-ม่วง และสีน้ำเงิน
ของพื้นที่ส่วนหน้าและส่วนหลังของรองเท้าตามลำดับ
อุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ถือเป็นจุดขายอันดับต้นๆ ของรองเท้าฟุตบอลคู่นี้ ก็คือแถบยางที่มีชื่อเรียกว่า
"แถบยางรับบอล" (Receive Pad) เป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการสัมผัสกับลูกฟุตบอล
ใช้งานได้ทั้งการรับบอลที่ถูกส่งมาด้วยความแรง ให้นิ่งและติดกับเท้าของเรา ทำให้ง่ายต่อการควบคุม
และเล่นในจังหวะถัดไป รวมถึงการควบคุมทิศทางของลูกฟุตบอลที่ถูกส่งออกไปจากเท้าของเรา ให้มี
น้ำหนักและง่ายต่อการควบคุม ที่สำคัญในรุ่นท็อปจะมี "ซี่ฟันยาง" (Swerve Pins) ในแนวด้านบน
อีกด้วย เพื่อประโยชน์ในการสัมผัสและปั่นโค้งให้กับลูกฟุตบอลนั่นเอง สำหรับ "แถบยางรับบอล"
(Receive Pad) ที่ท่านเห็นในภาพนั้น จะเป็นแถบยางบริเวณด้านหน้า มีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้สามารถใช้
งานได้ง่าย ที่สำคัญ...ไนกี้ CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" คู่นี้ เป็นเฉดสีแรกที่มีแถบยางรับบอล
เป็นเฉดสีที่เข้ากันกับเฉดสีหลักของตัวรองเท้า เพราะเฉดสีทั้งหมดก่อนหน้านี้จะมีแถบยางรับบอล
เป็นสีดำเพียงอย่างเดียว ซึ่งบางทีก็ดูสวยงามเข้ากันกับองค์ประกอบสีของรองเท้า แต่บางครั้งก็ไม่เข้า
จนถึงขั้นออกแนวไม่สวยเลยเสียด้วยซ้ำ...
อุปกรณ์แถบยางอีกอันหนึ่งที่ถัดมาทางด้านหลังนั้นมีชื่อเรียกว่า "แถบยางส่งบอล" (Instep Pad)
จุดประสงค์หลักของอุปกรณ์ชิ้นนี้คือจะช่วยทำให้ทิศทางขอลูกฟุตบอลที่ถูกแปรส่งออกไปจากเท้านั้น
มีความแม่นนำและมีน้ำหนักมากขึ้น โดยเฉพาะผู้เล่นที่มีลักษณะการส่งบอลแบบ "กระทุ้ง" บอลด้วย
ข้างเท้าด้านในแบบเน้นๆ จะได้รับประโยชน์ของลูกเล่นชิ้นนี้ไปเต็มๆ โดยวัสดุที่ใช้นั้นจะเป็นพื้นยาง
ที่มีหน้าตัดเรียบ และมีความหนามากกว่าแถบยางรับบอลเล็กน้อย โดยระหว่าง "แถบยางรับบอล"
กับ
"แถบยางส่งบอล" จะมีโครงสร้างหน้ายางตามแนวยาวช่วยพยุงให้พื้นที่ข้างเท้าด้านในของ
รองเท้าคู่นี้มีความแข็งแรงและมีลักษณะแข็งตัว เพื่อให้การใช้งานอุปกรณ์และเทคโนโลยีต่างๆ นั้น
เป็นไปได้อย่างแม่นยำและมั่นใจได้เป็นอย่างดี
แถบสีเงินตอนท้ายของรองเท้านั้นถูกออกแบบให้สามารถสะท้อนแสงได้ แม้ว่าในความเป็นจริงแล้ว
อาจจะไม่สามารถใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการสัมผัสกับลูกฟุตบอลได้ แต่ก็มีโอกาสที่จะช่วยให้เพื่อนร่วมทีม
สามารถสังเกตเห็นคุณได้จากแถบสะท้อนแสงนี้ก่อนสิ่งอื่นใด แน่นอนว่าโอกาสที่คุณจะได้รับการส่งบอล
จากเพื่อนร่วมทีมก็จะมีมากขึ้นนั่นเอง
ในส่วนของเกราะกันกระแทกและป้องกันเอ็นร้อยหวายของ CTR 360 Maestri II จะเป็นเกราะป้องกัน
แบบภายใน (Internal Heel Counter) ออกแบบให้มีเข้ารูปและกลมกลืนกับส้นรองเท้า และมีพื้นผิวที่ถูก
เจาะรูเพื่อช่วยในการระบายอากาศ และจากรูปด้านบนจะเห็นได้ถึงความเงางามของเฉดสีน้ำเงินเมทัลลิค
ซึ่งเป็นเฉดสีส่วนหลังของไนกี้ CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" คู่นี้ได้อย่างชัดเจนเลยล่ะ
หุ้มส้นผิวหน้าแบบหนังกำมะหยี่ จะช่วยสร้างความกระชับกับข้อเท้าของผู้ส่วมใส่ได้เป็นอย่างดี
ที่สำคัญก็คือหุ้มส้นแบบนี้จะไม่กัดข้อเท้าของผู้ส่วมใส่อย่างแน่นอน
ถือเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถหา
ได้จากรุ่นอื่นๆ หุ้มส้นด้านในตลอดจึงถึงตัวรองเท้าบริเวณนี้ จะมีความหนาเป็นอย่างมากเทียบกับ
รองเท้ารุ่นอื่นๆ มีข้อดีในเรื่องของการสร้างความกระชับและการป้องกันจากการปะทะ สามารถล็อก
ข้อเท้าของผู้ส่วมใส่ได้อย่างแน่นหนา
ในขณะที่แผ่นรองพื้นด้านในซึ่งผลิตจาก EVA foam ซึ่งเป็นวัสดุประเภทโฟมที่ช่วยในการรองรับ
แรงกระแทกจากการเคลื่อนที่ได้เป็นอย่างดี โดยผิวหน้าของแผ่นรองพื้นจะมีการเคลือบผิวลักษณะ
เป็นผิวยาง และมีลวดลายสามเหลี่ยมตามธีมของเจเนอเรชั่นนี้ ซึ่งมีพื้นผิวที่นูนขึ้นมาเพื่อสร้างแรง
เสียดทานให้ยึดเกาะกับเท้าของผู้เล่นได้ดี ไม่ให้เกิดอาการลื่นไถลเพื่อเท้าของผู้ส่วมใส่เปียกเหงื่อ
โดยที่ด้านใต้ของแผ่นรองพื้นนี้ จะมีการเสริมวัสดุ Poron แบบแยก 2 ส่วน คือส่วนส้นเท้าและฝ่าเท้า
นวัตกรรมทางวัสดุอันเลื่องชื่อของไนกี้
ที่สามารถช่วยรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากการเคลื่อนที่
ได้เป็นอย่างดี ทำให้ทุกการเคลื่อนที่นั้นมีความนุ่มนวลและแม่นยำ ยิ่งสร้างความมั่นใจในการใช้งาน
ชุดพื้นและปุ่มแบบ FG ที่มีลักษณะแนววางปุ่มเฉพาะตัวของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ โดยชุดพื้นจะเป็น
แบบชิ้นเดียวกันทั้งหมด ผลิตจากพลาสติก TPU มีความแข็งแรงทนทาน ที่สำคัญคือจะมีการครอบชั้น
พลาสติกใสที่ผิวหน้าอีกชั้นหนึ่ง ทำให้ดูหรูหราน่าสัมผัส ปุ่มแบบ FG มีขนาดไม่ใหญ่มาก ความยาวปุ่ม
กำลังพอดี ฐานปุ่มอาจจะแคบไปหน่อย แต่ด้วยจำนวนปุ่มที่มากถึง 16 ปุ่ม กระจายตัวกันเต็มพื้นที่
จึงช่วยทำหน้าที่กระจายแรงได้เป็นอย่างดี ทำให้ชุดพื้นและปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้สามารถใช้งานได้อย่าง
สบายเท้า โดยเฉพาะแนววางปุ่ม "วงกลม" ตรงกลางฝ่าเท้า มีสรรพคุณช่วยให้การกระจายแรงเกิดขึ้น
ได้อย่างรอบด้าน สามารถเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลายปุ่มทุกปุ่มของรองเท้า
คู่นี้จะมีการครอบด้วยพลาสติก
TPU ใส อีกชั้นหนึ่งเพื่อความคงทนแข็งแรงและสวยงาม ยกเว้นปุ่มคู่หลัง
ที่จะครอบชั้นด้วยพลาสติกสีส้มโดดเด่นกว่าปุ่มคู่อื่นๆ เป็นอย่างมาก แต่สำหรับลวดลายกราฟฟิกด้านใต้
ชุดพื้นตรงบริเวณฝ่าเท้าของ
CTR 360 Maestri II เฉดสี "รอยัล บลู" นั้นจะไม่โดดเด่นมากนัก เพราะ
โทนสีค่อนข้างกลมกลืนกัน แต่ลวดลายตรงส้นเท้านั้นจะโดดเด่นกว่ามาก เพราะถูกลงสีด้วยสีส้มซึ่งตัด
กับสีน้ำเงิน-ม่วงซึ่งเป็นสีพื้นอย่างชัดเจน
ลองมาชมตอนที่เวลา CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" ถูกสาดส่องด้วยแสงอาทิตย์กันบ้าง ผิวหน้า
ของหนังแคงกาไลท์ที่มีลวดลายเฉพาะตัวจะทอประกายให้เห็นถึงลวดลายหนังได้อย่างชัดเจน ในขณะที่
เฉดสีของตัวรองเท้าเองก็จะทอประกายสะท้อนแสงระยิบระยับอย่างงดงาม เป็นอีกจุดเด่นเฉพาะตัวของ
รองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้เมื่อยามที่ถูกแสงแดดสาดส่อง โดยเฉพาะสีน้ำเงินเมทัลลิคบริเวณส่วนหลังที่สะท้อน
แสงได้อย่างโดดเด่นเสียเหลือเกิน ในขณะที่ตราสัญลักษณ์ไนกี้สีส้มบริเวณหัวรองเท้า ก็ยิ่งสะท้อนแสง
จนเตะทุกสายตาที่ได้เห็น
แม้ว่าเมื่อตอนที่รองเท้าสายพันธุ์เก่งรอบด้านจากไนกี้ CTR 360 Maestri II ถูกเปิดตัวไปตอนต้นปี 2011
ผมจะเคยได้ทำรีวิวทดสอบการใช้งานรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้ไปเรียบร้อยแล้ว แต่ถ้าถามว่า...แล้วครั้งนี้จะมี
รีวิวการทดสอบการใช้งาน
CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" อีกหรือเปล่า !?!? "มีครับ" แม้ในภาพรวม
รายละเอียดทางเทคนิคและการใช้งานนั้นจะไม่แตกต่างกันเลย แต่ผมคิดว่าผมอยากจะเขียนรีวิวทดสอบ
การใช้งานจริง โดยอัพเดทให้เป็นข้อมูลล่าสุด เพื่อประโยชน์ของผู้อ่านทุกท่าน และเชื่อว่ายังหลงเหลือ
อีกหลายท่านที่ยังไม่ได้อ่านบทความรีวิวทดสอบการใช้งานในครั้งนั้น พร้อมเสริมเติมแต่งรายละเอียดต่างๆ
ให้มันครบถ้วนสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ดังนั้นทุกท่านสามารถติดต่อรออ่านได้ที่นี่ในเร็วๆ นี้...แน่นอน
เป็นอย่างไรกันบ้างกับเฉดสีใหม่ต้อนรับปี 2012 ของรองเท้าฟุตบอลไนกี้ CTR 360 Maestri II
ที่มีรหัสเรียกสั้นๆ ว่า "รอยัล บลู" อ้อ..แล้วต้องไม่ลืมนะครับว่ารองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้ได้รับการ
โหวตเข้าป้ายเป็นรองอันดับหนึ่ง "รองเท้าฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปี 2011" จากชาว SiamBoots
อีกด้วย ดังนั้นถ้าท่านใดสนใจที่จะลงสนามบัญชาเกมและควบคุมทุกสถานการณ์ในสนามแข่ง
ด้วย CTR 360 Maestri II "รอยัล บลู" คู่นี้ ตอนนี้ได้เริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่วันที่
9 มกราคม 2555 ในราคา 6,500 บาท โดยวางจำหน่ายที่ร้านไนกี้ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ , ไนกี้
คอร์เนอร์ ชั้น 3 สยาม พารากอน , ชั้น 3 ซูเปอร์สปอร์ต เซ็นทรัลเวิลด์, เอฟ.บี.ที. สปอร์ตคอม
เพล็กซ์ และร้านนกแก้ว สามารถหารายละเอียดเพิ่มได้ที่ nikefootball.in.th หรือ
facebook.com/nikefootballth
ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
- ข้อมูลรองเท้ารุ่น CTR 360 Maestri II
- ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก
Special Thanks
- บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
- คุณ บี จากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
- คุณ อุ่น จากบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
- พี่ปอนด์ poko7
- สนามฟุตบอล Winning 7

ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น CTR 360 Maestri II สี "Loyal Blue"
*** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ
หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า สามารถติดต่อมาได้ที่
e-mail : siamboots@hotmail.com