"Hand On!" ไนกี้ Hypervenom - Phantom






ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom





   
   ในที่สุดก็ได้ฤกษ์งามยามดีเปิดตัวอย่างเป็นทางการ  สำหรับรองเท้าฟุตยอลสายพันธุ์ใหม่ล่าสุดจากไนกี้
กับซีรี่ย์ Hypervenom รองเท้าฟุตบอลที่เกิดมาด้วยจิตวิญญาณแห่งการจู่โจ่มอย่างสมบูรณ์แบบ  โดยเฉพาะ
รุ่น Phantom ซึ่งเป็นรองเท้าระดับท็อปสุด ที่วันนี้ SiamBoots จะพามาให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้สัมผัสตัวตน
อย่างใกล้ชิด  มาสำรวจดูว่ารองเท้ารุ่นนี้มีเขี้ยวอสรพิษแฝงเอาไว้ที่ตำแหน่งไหนบ้าง

   "คำถาม" ที่ผมยังคงได้ยินอย่างไม่ขาดสาย เกี่ยวกับรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์นี้  ก็คือ "มันมาแทน T90 Laser เหรอ!?"
เพราะด้วยภาพลักษณ์ของ Hypervenom Phantom เอง ที่ดูปราดเปรียว จึงให้ฟีลลิ่งที่เอนเอียงไปทางซีรี่ย์
Mercurial Vapor มากกว่ารูปร่างดุดันทรงพลังของ T90 Laser อย่างชัดเจน  รวมถึงการที่ไนกี้ใช้ เนย์มาร์ ซุปเปอร์
สตาร์ลูกหนังรายล่าสุด  มาเป็นพรีเซนเตอร์หลักให้กับรองเท้าฟุตบอลรุ่นนี้  ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งจะรับตำแหน่งเป็น
พรีเซนเตอร์หลัก เปิดตัว Mercurial Vapor IX แบบเคียงบ่าเคียงไหล่กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ไปหมาดๆ เมื่อ
ช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้เอง  จึงไม่แปลกเท่าไหร่ที่หลายคนยังคงสับสนถึงตัวตนของ Hypervenom Phantom
พอสมควร  

   
   "คำตอบ" ที่ผมจะเฉลยให้ทุกท่านได้ทราบ ถึงตัวตนและแนวคิดของรองเท้ารุ่น Hypervenom Phantom ที่ไนกี้
คิดค้นขึ้นมา  ก็คือ รองเท้ารุ่นนี้จะเป็นรองเท้าฟุตบอลภายใต้นิยามของคำว่า "จู่โจม" (Attack) ไม่ใช่พาวเวอร์
ไม่ใช่สปีด และไม่ใช่คอนโทรล  แต่มันได้ถูกรวบรวมเอาทุกสิ่งทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับการ จู่โจม เข้าทะลวงประตู
ทีมคู่แขงมาบรรจุเอาไว้  โดยไนกี้ยังได้ให้ เนย์มาร์ มาเป็นหนึ่งในผู้ที่รวมออกแบบรองเท้ารุ่นนี้อีกด้วย

   และอีกหนึ่งข้อเท็จจริงที่ผมได้รับคำยืนยันมาจาก "คุณฟ่าง" ผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านผลิตภัณฑ์ไนกี้ ผู้ที่รับตำแหน่ง
หน้าที่เป็น Ekin ของ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ก็คือ ต่อจากนี้ไป ซีรี่ย์รองเท้าฟุตบอลจากไนกี้  จะถูกแบ่ง
ตามประเภทออกเป็นแค่ 2 ประเภท คือ ประเภทจู่โจม (Attack) ซึ่งจะประกอบไปด้วยซีรี่ย์ Hypervenom และ
Mercurial
 กับประเภทคอนโทรล (Control) มีสมาชิกคือซีรี่ย์ CTR 360 และ Tiempo Legend  โดยจะไม่ใช้การ
แบ่งสายพันธุ์แบบเมื่อก่อน  ที่จำแนกออกเป็น พาวเวอร์ สปีด คอนโทรล และคลาสสิค อีกต่อไปแล้ว

   
   สำหรับรองเท้าฟุตบอล ไนกี้ Hypervenom Phantom จริงๆ แล้ว ได้ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในระดับโลก
ไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2013 แล้ว  ในขณะที่การวางจำหน่ายในแต่ละพื้นที่  จะเป็นไปในรูปแบบค่อยๆ ทยอยวาง
เริ่มตั้งแต่แถบยุโรปและฝั่งอเมริกาก่อน ที่เหลือจะค่อยๆ วางจำหน่ายจนครบทั่วโลกภายในเดือนสิงหาคม  โดย
ในประเทศไทยนั้น  มีการนำรุ่นรองท็อปและรุ่นทั่วไป เข้าวางจำหน่ายตั้งแต่ช่วงเดือนกรกฏาคม  ส่วนรุ่นท็อป
อย่าง Hypervenom Phantom จะได้ฤกษ์เปิดตัวในวันที่ 3 สิงหาคม 2013  เบื้องต้นจะวางจำหน่ายก่อนเพียงแค่
100 คู่เท่านั้น  โดยมาพร้อมกับกล่องดีไซน์พิเศษ  คล้ายกับที่ใช้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ  ณ บริเวณลาน พาร์ค
พารากอน สยามพารากอน ห้างฯ ดังกลางย่านสยาม  เท่านั้นยังไม่พอ  เพราะกิจกรรมการเปิดตัวครั้งนี้  ทาง
บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้จัดกิจกรรมทดสอบ Hypervenom Phantom ด้วยรูปแบบอินเตอร์อิคทีฟ
ครั้งแรกของประเทศไทย  ภายใต้ชื่อกิจกรรมว่า House of Deadly พร้อมเปิดให้ผู้สนใจร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่
3 - 6 สิงหาคม 2013 ในเวลา 10.00 - 20.00 น. อีกด้วย

   
   ผมว่าเรามาเข้าโฟกัสของบทความ Hand On! ไนกี้ Hypervenom Phantom กันเลยดีกว่า  กับการที่จะมา
เปิดฝากล่องสีส้มสุดคลาสสิคของไนกี้  เพื่อยลโฉม Hypervenom Phantom ว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นใหกี้คู่นี้  
มีจุดเด่นหรือลูกเล่น เทคโนโลยี ส่วนไหนที่น่าสนใจเป็นจุดไฮไลท์บ้าง  โดยรองเท้าคู่นี้  เราได้รับการสนับสนุน
อย่างเป็นทางการมาจาก บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เช่นเคย ได้รับมาตั้งแต่วันแรกของการเปิดตัว
นั่นคือวันที่ 3 สิงหาคม เลยนะจะบอกให้ !!
   
   
   ทันทีที่เปิดฝากล่องกระดาษสีส้มอันคุ้นเคยของไนกี้ขึ้นมา  ก็จะได้พบกับตัวรองเท้า Hypervenom Phantom
ในเรือนร่างสีส้มสว่างๆ ตัดกับสีดำเงา (Black/Black/Bright Citrus) อันเป็นเฉดสีหลักที่ไนกี้ใช้เปิด วางนอนอยู่
บนกระดาษหุ้มสีขาว

   
   และแน่นอนว่าเอกลักษณ์ของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปจากไนกี้  นั่นคือถุงใส่รองเท้าแบบเป้สะพายหลัง ในธีม
เดียวกับซีรี่ย์รองเท้า ดีไซน์กราฟฟิกด้านนึงเป็นตราหัวกระโหลกไขว้ ส่วนอีกด้านนึงเป็นสีพื้นเรียบๆ มีแค่ตราไนกี้
ขนาดเล็กอยู่ด้านล่าง  แถมมาให้ด้วย  โดยวางไว้ที่พื้นด้านล่างสุดของกล่อง  สำหรับเฉดสีของถุงเท้านั้นที่ได้มา
จะขึ้นอยู่กับเฉดสีของตัวรองเท้าที่เลือกซื้อ 

   ลักษณะเนื้อผ้าของถุง จะเป็นสเปคเดียวกับถุงใส่รองเท้าของรุ่น Mercurial Vapor IX  และด้านในมีช่องซิป
ให้ใส่ของกระจุกกระจิกอีกด้วย

   
   ยอมรับก่อนเลยว่าโดยส่วนตัวแล้ว ผมยังไม่มีโอกาสได้สัมผัสตัวเป็นๆ ของไนกี้ Hypervenom Phantom
มาก่อน  ที่เคยได้แวะไปจับตัวมาบ้าง ก็จะเป็นรุ่นรองท็อปและรุ่นทั่วไป  ที่เข้ามาวางจำหน่ายบนห้างฯ ก่อน
หน้านี้  ดังนั้นจึงต้องรีบเอื้อมมือไปคว้าตัวขึ้นมาสัมผัสด้วยมือซะหน่อย  ฟีลลิ่งแรกที่รู้สึกได้ทันทีคือ "ความเบา"
ของตัวรองเท้า  ที่ถ้าเปรียบเทียบกับรองเท้าจู่โจมรุ่นเก่าอย่างซีรี่ย์ T90 Laser ก็ถือว่าเป็นน้ำหนักตัวที่แตกต่าง
กันโดยสิ้นเชิงสุดๆ  อย่างไรก็ตาม..น้ำหนักตัวที่เบาขึ้นมากของรองเท้าที่กำลังวางอยู่บนมือของผมนี้  ถือว่า
ไม่ได้เกินความคาดหมายอะไรนัก  เมื่อได้ลองจับเอาขึ้นชั่งบนเครื่องชั่งดิจิตอลเครื่องประจำ  ปรากฏตัวเลข
น้ำหนักออกมาที่ 200 กรัม เท่านั้น (ไซด์ 9.5 US , 8.5 UK , 43 Fr และ 27.5 cm)  

   ส่วนน้ำหนักตัวของรองเท้าฟุตบอลระดับท็อป  ในซีรี่ย์อื่นๆ ของไนกี้เป็นดังนี้

   - Mercurial Vapor IX 192 กรัม 
   - CTR 360 Maestri III 240 กรัม
   - T90 Laser IV 283 กรัม 
   - Tiempo Legend IV 267 กรัม

   จะเห็นได้ว่า Hypervenom Phantom มีน้ำหนักตัวในระดับที่แทบจะใกล้เคียงกับซีรี่ย์ Mercurial Vapor IX
เลยทีเดียว  แถมลักษณะรูปร่างรูปทรงของตัวรองเท้าเอง  ก็มีความปราดเปรียว  มีส่วนเว้าส่วนโค้งที่จับกระชับ
ถนัดมือในแบบเดียวกันเป๊ะๆ  จึงไม่แปลกใจเลยที่หลายคนยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคอนเซ็ปของรองเท้ารุ่นนี้
ว่ามันถูกพัฒนาออกมาด้วยตำแหน่งการทำตลาดแบบเดียวกับซีรี่ย์รถซุปเปอร์คาร์

   
   ไฮไลท์แรกของไนกี้ Hypervenom Phantom คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของวัสดุแบบไหนที่ถูกพัฒนาขึ้นมาภายใต้
ชื่อที่เรียกว่า "ไนกี้ สกิน" (Nike SKIN)  แม้ว่าหนังสังเคราะห์ชนิดนี้จะถูกใช้เป็นวัสดุหน้าสัมผัสของรองเท้า
ซีรี่ย์ FC247 อย่างรุ่น Elastico Finale II และ Bomba Finale II ไปแล้วก็ตาม

   
   แต่หนังสังเคราะห์ Nike SKIN ที่เป็นวัสดุหน้าผ้าและตัวรองเท้าของ Hypervenom Phantom ที่ถูกตัดเย็บ
แบบมีรอยต่อเพียงแค่แนวเดียวที่บริเวณส้นเท้า นั้นเป็นอะไรที่แตกต่างเป็นอย่างมาก  ไม่ว่าจะเป็นความหนาและ
ความนุ่มของหนังรองเท้าที่รู้สึกได้อย่างเป็นรูปธรรมกว่ามาก  แม้จะไม่ได้หนานุ่มเหมือนกับหนังสังเคราะห์ของ
รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปรุ่นอื่นๆ ในสังกัดไนกี้ก็ตาม  เนื่องจากไนกี้ต้องการเน้นฟีลลิ่งการสัมผัสบอลแบบบางๆ
เพื่อให้รู้สึกสัมผัสถึงเท้าด้านในให้กับรองเท้ารุ่นนี้  รวมถึงต้องการควบคุมน้ำหนักตัวรองเท้าให้ไม่มากเกินไป
ตามแนวคิดของการบุกจู่โจมที่รวดเร็วฉับไว นั่นเอง

   ตามแนวส่วนโค้งของหัวรองเท้า  ระหว่างขอชุดพื้นกับตัวรองเท้านั้น น่าเสียดายที่ไม่มีแนวกันหัวรองเท้าเปิด
มาให้  จุดนี้จะเป็นเพียงการใช้กาวติดระหว่างชุดพื้นกับตัวรองเท้าเท่านั้น  เล็งดีๆ พอจะได้เห็นคราบกาวเหลือ
เอาไว้อยู่

   
   ในขณะที่พื้นที่หน้าผ้าสัมผัสบอลของไนกี้ Hypervenom Phantom ทุกจุดทุกตำแหน่งบนตัวรองเท้าคู่นี้
มีมิติความตื้นลึกหนาบางของลักษณะผิวหน้าตะปุ่มตะปั่มก็ชัดเจนเป็นอย่างมาก  พื้นผิวหน้าสัมผัสก็ดูเหมือน
ว่าจะมีการเคลือบสารบางอย่างที่ช่วยทำให้หน้าสัมผัสมีความฝืดมากขึ้นอีกด้วย  เท่านั้นยังไม่พอ  ไนกี้ยังได้
ใส่เทคโนโลยี All Conditions Control (ACC) เพื่อช่วยให้ศักยภาพในการสัมผัสและควมคุมลูกบอล
ได้ทุกสภาวะอากาศ  ไม่ว่าจะเป็นเปียกหรือแห้ง  ไม่ว่าจะเป็นฝนตกหรือแดดออกก็ตาม  ซึ่งถือเป็นลูกเล่น
ที่มีอยู่บนรองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของไนกี้เท่านั้น

   
   เมื่อได้ลองเอานิ้วมือถูไถสัมผัสไปมาบนหนังรองเท้า  จะรู้สึกได้ถึงความฝืดและหนึบของหน้าผ้าสัมผัสเป็น
อย่างมาก  มากกว่าที่เคยประเมินเอาไว้ก่อนที่จะมาเจอตัวจริง  เพราะจากที่เคยได้จับต้องหนังสัมผัสของ
รองเท้าสตรีทฟุตบอล รุ่น Elastico Finale II และ Bomba Finale II มาก่อนหน้านี้มันไม่ใช่แบบนี้นี่ คนละเรื่องเลย !!
รองเท้าสตรีทฟุตบอลสองรุ่นนั้นมีหนัง Nike SKIN ที่แข็งกว่านี้  ความฝืดของการใช้นื้วมือไปสัมผัสก็ไม่ได้
ขนาดนี้ด้วยซ้ำ  

   ไปๆ มาๆ แล้วหน้าสัมผัสความฝืดของตัวรองเท้ารุ่นนี้  ให้ฟีลลิ่งที่ดีเยี่ยมเกินคาด ลักษณะวัสดุที่เห็นที่จับ
ดูดีพอสมควร  ยิ่งเมื่อมองละเอียดลงไปใกล้ๆ จะเห็นได้ถึงลักษณะโครงสร้างของเนื้อหนังหน้าผ้าได้อย่าง
ชัดเจน  มันคล้ายๆ ว่ามีรูพรุนขนาดเล็กเต็มไปหมด  ไม่แน่ใจว่าลักษณะรูพรุนเหล่านั้นจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ
การใช้งานด้านใน  แต่ตอนนี้บอกได้ว่าลักษณะหน้าผ้ามันดูละเอียด สวยงามดีเหมือนกัน

   
   นอกเหนือจากลักษณะพื้นผิวขรุขระของหนังรองเท้าที่มีตลอดทั้งตัวแล้ว  ที่บริเวณด้านท้ายทางฝั่งด้านใน
ของรองเท้ารุ่นนี้  ยังมีกราฟฟิกดีไซน์สัญลักษณ์ "หัวกระโหลกไขว้" ที่สื่อถึงความอันตรายของตัวรองเท้า
รวมถึงคำที่บ่งบอกถึงชนิดของหนังสังเคราะห์ว่า Nike SKIN ก็อยู่ถัดไป  อันเป็นเอกลักษณ์ของไนกี้
Hypervenom Phantom เอาไว้ด้วย  ตรากราฟฟิกแบบนี้มีเฉพาะรองเท้ารุ่นนี้เท่านั้น  ส่วนรองเท้าระดับ
รองท็อปและระดับทั่วไปในซีรี่ย์เดียวกันนี้..ไม่มีนะ

   
   รูปแบบแนวร้อยเชือกหลังเท้าของ ไนกี้ Hypervenom Phantom จะมีลักษณะเบ้ออกด้านนอกในตอนล่าง
จำนวนระดับรูร้อยเชือกจะอยู่ทั้งสิ้น6 คู่  เพื่อให้พื้นที่สัมผัสบอลบริเวณสันเท้าทางข้างเท้าด้านในมีมากขึ้น
ดีไซน์ลักษณะนี้ถือได้ว่ามาแบบเดียวกับซีรี่ย์ T90 Laser ไม่มีผิดเพี้ยน

   เชือกรองเท้าแบบมาตรฐานที่ติดตัวรองเท้ามาเป็นเชือกเส้นแบน  เพื่อลดการรบกวนการสัมผัสบอลด้วย
พื้นที่หลังเท้า  แต่เนื้อผ้าของเส้นเชือกค่อนข้างแข็ง ก่อนที่ตอนปลายของเชือกนั้นจะมีเนื้อผ้าที่นุ่มขึ้น  และ
ดูจะฟูขึ้นเล็กน้อย  ทำให้การผูกปมเชือกทำได้อย่างแน่นหนาไม่คลายตัวออกง่ายนัก

   ส่วนลิ้นรองเท้าก็ใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ Nike SKIN เช่นกัน มีลักษณะเป็นชิ้นบางๆ ไม่มีการเสริมฟองน้ำ
หรือวัสดุอื่นใดเอาไว้เพื่อช่วยเพิ่มความนุ่มของบริเวณหลังเท้าแต่อย่างใด  ที่ตำแหน่งด้านบนของลิ้นจะมีหูสำหรับ
ร้อยเชือกรองเท้าเอาไว้ให้  พร้อมกับตราสัญลักษณ์แสดงเทคโนโลยี ACC ประทับเอาไว้ที่ตำแหน่งนี้

   
   ไนกี้ Hypervenom Phantom ใช้เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวายแบบภายใน (Internal Heel Counter)
เข้ารูปกับแนวส้นเท้า  โดยวัสดุพลาสติกแข็งที่จะช่วยล็อกและป้องกันแรงกระแทกบริเวณส้นเท้านั้น  จะฝังตัว
อยู่ด้านในของส้นเท้า  มีความสูงในระดับครึ่งหนึ่งของความสูงส้นรองเท้าทั้งหมด  ปลายด้านบนของส้นรองเท้า
จะมีลักษณะที่โค้งงุ้มเข้ามาเล็กน้อย  เพื่อช่วยล็อกกระชับกับแนวเอ็นร้อยหวายของผู้สวมใส่

   หุ้มส้นด้านในของรองเท้ารุ่นนี้ใช้วัสดุหน้าผ้าแบบหนังสังเคราะห์ผิวเรียบ  ไม่มีสารเคลือบเพื่อช่วยสร้างแรง-
เสียดทานใดๆ ทั้งสิ้น ใต้ชั้นหน้าผ้าสัมผัสได้มีการบรรจุฟองน้ำเอาไว้ แต่ไม่นุ่มมากนัก  ลองกดสัมผัสด้วยมือแล้ว  
กลับรู้สึกว่าความนุ่มเหมือนจะน้อยว่าของหุ้มส้น Mercurial Vapor IX อยู่เล็กน้อย

   เรื่องของดีไซน์ที่ตำแหน่งบริเวณส้นเท้าทางฝั่งด้านนอกนั้น  จะมีตราโลโก้เครื่องหมายถูกของไนกี้  ในทิศทาง
กลับหน้า-หลัง ที่พื้นผิวมีลักษณะการลงสีคล้ายสีน้ำมันปรากฏเอาไว้ด้วย  ดูผ่านๆ อาจจะไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก
แต่ในยามที่กระทบด้วยแสงสปอร์ตไลท์แล้ว  กลับดูมีแสงเงาสะท้อนออกมา  ดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว

   
   ถัดจากส่วนประกอบของตัวรองเท้า  เรามาต่อกันที่ชุดแผ่นรองพื้นด้านใน  ที่สามารถถอดออกมาได้ตามปกติวิสัย
ของรองเท้าระดับท็อปคลาส  

   แผ่นรองพื้นด้านในของไนกี้ Hypervenom Phantom ที่ดูผ่านๆ แล้วคือชุดเดียวกับของ Mercurial Vapor IX
ยั่งกะฝาแฝดเลยก็ว่าได้  เริ่มจากวัสดุโฟม EVA ที่ถูกเอามาฉีดขึ้นรูปเป็นแผ่นรองพื้นทั้งชิ้น  ไม่มีวัสดุชนิดอื่น
เข้ามาพัวพันเลย  ใต้แผ่นรองพื้นก็ไม่มีวัสดุเสริมพิเศษที่จะช่วยรองรับและผ่อนแรงกระแทกจากพื้นสนาม หรือ
วัสดุ Poron แบบที่เป็นทีเด็ดของรุ่น T90 Laser IV แต่อย่างใด  ในขณะที่แผ่นรองพื้นเองก็ไม่หนานัก ดูจะบาง
เท่ากันกับแผ่นรองพื้นของรองเท้ารุ่นซุปเปอร์คาร์เลย

   
   เช่นเดียวกับการเจาะรูทั่วไปทั้งแผ่นรองพื้น อันเป็นเทคนิคการลดน้ำหนักตัวลงไป(นิดนึง) ก็ยังถูกเอามาใช้
กับแผ่นรองพื้นของ Hypervenom Phantom ดั่งที่เห็นตามภาพด้านบน  ทั้งนี้ยังรวมถึงวัสดุหน้าผ้า  ที่ยังคง
เป็นหน้าผ้าไนล่อน แบบเดียวกับแผ่นรองพื้นของ Mercurial Vapor IX  ทุกประการ  ความฝืดของหน้าสัมผัส
ยังสู้พื้นแบบที่มีการเคลือบสารหนึบๆ หรือแบบที่มีการทำลวดลายพิมพ์ขรุขระไม่ได้  

   บนผิวหน้าของแผ่นรองพื้น ได้มีการสกรีนคำว่า Hypervenom แบบบางๆ ไว้ที่บริเวณส้นเท้า  พื้นที่บริเวณอื่นๆ
ปล่อยไว้ให้โล่ง  ไม่มีการสกรีนลวดลายกราฟฟิกอื่นใดเลย

  
   เอาล่ะ..มาปิดท้ายกันที่อีกหนึ่งไฮไลท์หลักของไนกี้ Hypervenom Phantom  นั่นคือรูปแบบของชุดพื้น
และปุ่มรองเท้าแบบ FG ที่ถูกออกแบบพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมด  สิ่งแรกที่โดดเด่นมากๆ ก็คือ การใช้ "ปุ่มกลม"
ผสมผสนากับปุ่มแนวขวางในบางตำแหน่ง  เพื่อให้ศักยภาพในการเคลื่อนที่ที่รวดเร็วฉับไว

   ในขณะที่ชุดพื้นนั้นเป็นชิ้นเดียวกันทั้งแผง  ฉีดขึ้นรูปจากวัสดุพลาสติก TPU ทั้งหมด  ตรงกลางมีแนว
โครงสร้างที่หนาขึ้นมา  ด้วยการออกแบบเส้นสายบางส่วนที่นูนสูงขึ้นมา  เพื่อให้เกิดแรงดีดและตอบสนอง
ต่อการเคลื่อนที่ด้วยปลายเท้ามากขึ้น  เท่าที่ผมได้ลองใช้มือทดลองบิดงอตอนกลางของชุดพื้น  พบว่า
แรงดีดที่รองเท้าแสดงออกมานั้น  ระดับแรงดีดไม่แตกต่างจากชุดพื้นไฟเบอร์กลาส ของ Mercurial Vapor IX
สักเท่าไหร่เลย

   
   มาดูกันที่ปุ่มส่วนหน้ากันก่อนดีกว่า  ลักษณะของปุ่ม FG ส่วนี้ จะแบ่งออกเป็นปุ่มกลมและปุ่มใบมีด  โดยปุ่มกลม
มีทั้งสิ้น 6 ปุ่ม  วางตัวตามแนวขอบรองเท้าทั้งหมด  เพื่อเป็นจุดหลักของการทิ้งน้ำหนักตัว  และยึดเกาะพื้นสนาม
ในจังหวะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ ซ้าย-ขวา  ส่วนปุ่มใบมีดแนวขวางตรงกลางฝ่าเท้า  จะทำหน้าที่ช่วยดีดแรง
จากพื้นสนาม  ให้สามารถพุ่งตัวเคลื่อนที่ไปด้านหน้าได้ดีขึ้น เป็นลูกเล่นที่ยกมาจาก Mercurial Vapor IX เต็มๆ
เลยล่ะ

   จะเห็นได้ว่าตรงกลางของปลายฝ่าเท้า  จะมีกรอบชุดพื้นนูนขึ้นมา และมีการแบ่งสีด้านในตัดเป็นแนวเอาไว้
รูปแบบดังกล่าว ไนกี้โฆษณาออกมาว่า  ได้ออกแบบให้โครงสร้างที่รองรับนิ้วโป้งนั้นแยกส่วนการเคลื่อนที่ 
ออกจากนิ้วเท้าอื่นๆ เพื่อให้อิสระในการเคลื่อนที่ที่ยืดหยึ่นมาจาก  โดยเฉพาะการกระชากหรือการเปลี่ยนทิศทาง
การเคลื่อนที่ที่รวดเร็ว  ที่ต้องอาศัยการลงน้ำหนักที่นิ้วโป้งเป็นหลัก

   ทั้งนี้ยังมีปุ่มใบมีดลักษณะตามยาวขนานกับขอบรองเท้า  ต่อจากปุ่มกลมปุ่มหน้าสุด  โดยปุ่มใบมีดปุ่มนี้  
จะอยู่ทางฝั่งข้างเท้าด้านใน (ฝั่งนิ้วโป้ง)  มันจะทำหน้าที่คอยจิกลงไปยังพื้นสนาม  เมื่อผู้สวมใส่ปรินซ์ตัว
เปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่ด้วยปลายเท้า  โดยเฉพาะการทิ้งน้ำหนักลงที่นิ้วโป้ง  ปุ่มพิเศษนี้จะทำงานได้
อย่างเต็มประสิทธิภาพ  ซึ่งถือเป็นลักษณะการเคลื่อนที่แบบปกติของผู้เล่น  ที่จะต้องเน้นการลงน้ำหนัก
ที่นิ้วโป้งเป็นหลัก  เมื่อต้องการออกตัวหรือเปลี่ยนทิศทางในเสี้ยววินาที

   
   ปุ่มรองเท้าด้านหลัง  จะเป็นปุ่มกลมจำนวน 4 ปุ่ม  อยู่ชิดกันพอสมควร  ตรงกลางมีโครงสร้างและเส้นสาย
ที่นูนขึ้นมา  เพื่อช่วยยึดโครงสร้างของปุ่มให้มั่นคง  และลดแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากพื้นสนาม  

   ลักษณะการขึ้นรูปของปุ่มรองเท้าทั้ง 12 ปุ่ม ของไนกี้ Hypervenom Phantom นั้น  จะใช้การฉีดขึ้นมาจาก
ชุดพื้นขึ้นมาเป็นฐานปุ่ม ความสูงระดับครึ่งนึง  ก่อนที่ปลายปุ่มรองเท้านะมีการฉีดพลาสติกขึ้นมาอีกชั้น  โดย
ด้านในมีการฝังแกนกลางเอาไว้เพื่อช่วยยึดให้ปลายปุ่มมีความแข็งแรงมากขึ้น  ยกเว้นแต่ปุ่มใบมีดตามขวาง
ตรงกลางฝ่าเท้าเท่านั้น  ที่ไม่มีฐานปุ่มหล่อขึ้นมาจากชุดพื้น  จะใช้เป็นการติดปลายปุ่มแยกชิ้นเลย

   ลักษณะของปุ่มรองเท้าทั้งหมด ของไนกี้ Hypervenom Phantom คู่นี้  จะเป็นเอกลักษณ์ด้วยปลายปุ่มแบบใส
แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่ใช้ปลายปุ่มแบบสีทึบ  จึงใช้เป็นจุดสังเกตในการดูเพื่อแยกแยะรุ่นรองเท้าได้อีกจุด
และปุ่มใส่แบบนี้  ยังช่วยสร้างความดูดีมีระดับตามราคาค่าตัว

  
   เท่าที่ผมได้ลองสัมผัสตัวเป็นๆ ของไนกี้ Hypervenom Phantom ในทุกๆ จุดแบบละเอียดยิบ  แม้จะยังไม่ได้
อยู่ในบทความ Testing ที่จะสวมใส่ลงสนามทดสอบจริงก็ตาม  กลับรู้สึกได้ถึงจุดเด่นและความน่าใช้ของ
รองเท้าฟุตบอลอสรพิษสายพันธุ์ใหม่จากไนกี้ได้หลายอย่างเลยทีเดียว  โดยเฉพาะเรื่องของหน้าสัมผัสและ
วัสดุหนังแบบใหม่  กับพื้นที่ที่เปิดกว้าง  รวมถึงพื้นผิวหน้าสัมผัสที่มีความฝืด  น่าจะช่วยให้การยิงประตูแบบ
เต็มข้อ  น่าจะสนุกเท้าไม่น้อยเลยทีเดียว  ในขนณะที่น้ำหนักตัวรองเท้าที่เบามาก  รวมกับชุดพื้นและปุ่มที่
เป็นเอกลักษณ์  โดยเฉพาะปุ่มกลมที่ไม่ยาวนัก  น่าจะตอบสนองความต้องการของผู้ที่อยากได้รองเท้า
ประเภทเคลื่อนที่ว่องไว แต่ไม่ถนัดปุ่มใบมีดแบบ Mercurial Vapor IX ได้อย่างไม่ต้องสงสัย  โดยเฉพาะ
ใครท่เล่นสนามหญ้าเทียมเป็นประจำ ยิ่งน่าจะถูกอกถูกใจนะ...

   แต่ !! ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่การคาดเดาและคาดว่าจะเป็น หลังจากที่ผมได้สัมผัสรองเท้าคู่นี้เท่านั้น
การทดสอบการใช้งานจริง อาจจะให้ผลที่แตกต่างจากที่คิด  จะเป็นอย่างไร  คงต้องขอให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
อดใจรอบทความรีวิวทดสอบการใช้งานจริง ไนกี้ Hypervenom Phantom ต่อไป  จะเป็นเมื่อไหร่ไม่รู้นะครับ
ยังไม่รับปาก  เพราะช่วงนี้ผมติดปัญหาบาดเจ็บอยู่  และเรื่องของตารางเวลาที่แทบจะไม่มีโอกาสได้เหยียบ
พื้นสนามหญ้าเทียมเลย  คงต้องขอให้ทุกท่านอดใจรอกันไปก่อน  หรือถ้าอดใจรอไม่ไหว  ก็ลองไปจัดมาใช้งาน
แล้วช่วยมารีวิวทดสอบ แชร์ความรู้สึกที่ได้รับจากการใช้งานรองเท้ารุ่นนี้  จากนั้นมาดูซิว่า..ใจเราจะตรงกันไหม

   สำหรับบทความนี้ ต้องขอของคุณคุณกรึ๊บ หนึ่งในทีมงานของเราด้วยนะครับ ที่ให้ยืมรูปถ่ายสวยๆ บางภาพ
มาลงประกอบบทความ  เนื่องจากภาพส่วนที่ผมถ่ายเก็บมานั้นมันมีบางมุมที่ขาดหายไป  ใจจริงอยากจะเอา
ภาพที่คุณกรึ๊บถ่ายลงโชว์ในห้อง Gallery ทั้งหมด มาลงในบทความนี้ด้วยซ้ำ  แต่ยังอยากที่จะรักษาธีมเดิมๆ
ของบทความเอาไว้หน่อย  จึงขอดึงมาแค่บางส่วนแล้วกัน

   ก่อนจากกันไป  ใครสนใจไนกี้ Hypervenom Phantom  วันนี้รองเท้าพันธุ์ดุรุ่นนี้วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ
แล้วร้านไนกี้ สาขาสยามเซ็นเตอร์ สยามพารากอน เทอร์มินอล 21 ร้านซูเปอร์สปอร์ต สาขาเซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
ลาดพร้าว บางนา ร้านนกแก้ว ร้านอาริ ฟุตบอลคอนเซปต์ สโตร์ และ ร้านเอฟบีที ในราคาคู่ละ 7,900 บาท
โดยผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ facebook.com\nikefootballTH 

   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด
   - คุณกรึ๊บ (Kribe)

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 8 สิงหาคม 2013 เวลา 21.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 






ขอขอบพระคุณบริษัท ไนกี้ (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น Hypervenom Phantom


Free Hit Counter
Free Hit Counter