"Hand On!" พูม่า King 2013







ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น King




   
   ในที่สุดก็มาถึงคิวของรองเท้าฟุตบอลยี่ห้อ "พูม่า" กันบ้าง กับบทความเปิดกล่องรองเท้า "Hand On!"
พูม่า King
 รองเท้าฟุตบอลสายพันธุ์คลาสสิค  ที่ในเจเนอเรชั่นล่าสุดประจำปี 2013  สามารถกลับมาสร้างชื่อ
ได้อย่างน่าประทับใจ  วันนี้ SiamBoots จะพามาแนะนำตัวให้คุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้จักกันให้สนิทชิดเชื้อไปเลย !!

   ณ ตอนนี้ ถือได้ว่ารองเท้าฟุตบอลยี่ห้อ พูม่า เริ่มที่จะกลับมาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นจริงเป็นจัง
ภายใต้การนำเข้าและจัดจำหน่ายของ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด หลังจากช่วง 2-3 ปี
หลังมานี้  รองเท้าฟุตบอลสัญชาติเยอรมันดูจะเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยแบบเรื่อยๆ  มาบ้าง หายบ้าง
โดยเฉพาะรองเท้าระดับท็อปคลาสที่นานๆ จะมาที  

   แต่ตอนนี้รองเท้าฟุตบอลระดับท็อปคลาสของพูม่า มีเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว 
(เฉดสีใหม่ คอลเลคชั่นประจำเดือน ตุลาคม - พฤศจิกายน 2013)ครบทุกซีรี่ย์  ไม่ว่าจะเป็น evoSpeed 1.2
และ Power Cat 1.12 รวมถึง King รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิคซึ่งเป็นรุ่นแรกที่เราได้รับการสนับสนุน
อย่างเป็นทางการเพื่อมาทำการรีวิวทดสอบการใช้งาน  ส่วนซีรี่ย์/รุ่น อื่นๆ จะตามมาอีกทีในอนาคต

   
   ก่อนที่ผมจะไปลงสนามทดสอบการใช้งานจริง พูม่า King พร้อมกับบทวิพากษ์วิจารณ์  ผมจะขออนุญาติ
พาตัวรองเท้ารุ่นนี้ มาแนะนำกันแบบ Hand On! มาเปิดฝากล่องดูว่าถ้าคุณผู้อ่านตัดสินใจเป็นเจ้าของรองเท้า
ฟุตบอลรุ่นนี้  ท่านจะได้อะไรบ้าง  แล้วตัวรองเท้าจะมีจุดเด่น ลูกเล่นและเทคโนโลยีอะไรน่าสนใจบ้าง  เราไป
ทำความรู้จักกับ พูม่า King กันเลยดีกว่า

   ***หมายเหตุ*** เนื่องจากชื่อรุ่น King นั้นเป็นชื่อของรองเท้าระดับท็อปในตระกูลนี้  ไม่ว่าจะเป็นเจเนอเรชั่น
ไหนๆ พูม่าก็จะเรียกชื่อรุ่นแค่นี้เท่านั้น  เพื่อไม่ให้เป็นการสับสน  และถือเป็นการระบุเจเนอเรชั่นไปในตัว  เราจะ
ขออนุญาตใส่ตัวเลขด้านท้ายตามปีที่รองเท้าถือเปิดตัวด้วย  ดังนั้น..ต่อจากนี้จะขอเรียกว่า King 2013

   พูม่า King 2013 ถูกบรรจุมาในกล่องกระดาษลูกฟูกสีแดง  อันเป็นเอกลักษณ์ของกล่องใส่รองเท้าจากยี่ห้อนี้
ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว  ฝากล่องเปิดแบบยกขึ้น  ไม่ใช่สไลด์ทางด้านหัว-ท้าย เหมือนกับรองเท้าวิ่ง Mobium Elite
ด้านในไม่มีอะไรมากเป็นพิเศษ  มีเพียงแค่ตัวรองเท้า 2 ข้าง  วางมาให้ในกล่อง  พร้อมกับห่อด้วยกระดาษสีขาว
มาอย่างปกติแบบที่พบเจอได้จากรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ

   
   สิ่งแรกที่ต้องทำเป็นธรรมเนียมเลย  ก็คือการจับเอารองเท้าขึ้นชั่งบนเครื่องชั่ง  แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่า
พูม่า King 2013 คู่นี้  มีขนาดไซด์ 9 US, 8 UK, 42 EU หรือ 27 cm เล็กกว่ารองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ ที่ผมได้รับ
มาทำการรีวิวอยู่ครึ่งไซด์  เมื่อจับขึ้นชั่งน้ำหนัก  ตัวเลขที่ปรากฏออกมาคือ 252 กรัม/ข้าง  ลองเปรียบเทียบกับ
น้ำหนักของรองเท้ารุ่นที่เป็นคู่แข่งในตลาด  จะเป็นดังนี้

   - อาดิดาส adiPure 11Pro 232 กรัม (ไซด์ 27.5 cm)
   - ไนกี้ Tiempo Legend IV 267 กรัม (ไซด์ 27.5 cm)
   - อัมโบร Speciali IV Pro 270 กรัม (ไซด์ 27.5 cm)
   - แกรนด์สปอร์ต Copa X-Treme II 280 กรัม (ไซด์ 26.0 cm)

   แม้ว่าขนาดไซด์ของรองเท้าจะแตกต่างจากรุ่นอื่นๆ ที่ผมใช้เป็นมาตรฐาน  แต่ตัวเลขที่ปรากฏออกมาก็พอจะ
บอกได้ว่า  พูม่า King 2013 มีพิกัดน้ำหนักที่เกาะกลุ่มอยู่ในมาตรฐานของรองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิค  จัดได้
ว่าเป็นรองเท้ารุ่นที่มีน้ำหนักกลางๆ ไม่เบา ไม่หนักจนเกินไป 

   
   ลักษณะรูปร่างของตัวรองเท้าพูม่า King 2013 นั้นถือได้ว่าเป็นรองเท้าที่มีรูปทรงค่อนข้างกว้าง  โดยเฉพาะ
ทรวดทรงตอนกลางนี่แทบจะไม่คอดเว้าเข้าไปเลย  ดีไซน์การออกแบบยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของรองเท้า
ซีรี่ย์นี้อย่างแท้จริง  

   พูม่า King 2013 ใช้วัสดุหลักเป็นหนังวัวแท้เกรดพรีเมี่ยม (Soft-Premium Leather) มาตัดเย็บเป็นตัวรองเท้า
โดยเฉพาะส่วนของหัวรองเท้าซึ่งใช้สัมผัสบอล  จะใช้การเดินแนวด้ายเย็บแบบเส้นคู่เดินตัดตามขวาง  ผสมกับ
การเดินด้ายเย็บแบบเส้นเดี่ยวตามแนวยาว 

   ลักษณะหน้าสัมผัสหนังแท้ของพูม่า King 2013 นั้นจะเป็นหน้าสัมผัสแบบเรียบๆ ไม่นุ่มฟูขึ้นมาชัดเจนเหมือนกับ
หน้าสัมผัสของ ไนกี้ Tiempo Legend IV  อย่างไรก็ตาม..จุดเด่นของ King 2013 คือความหนาของหนังรองเท้า
ที่จัดได้ว่าหนังค่อนข้างมีความหนามาก  น่าจะถูกใจใครที่มองหารองเท้าฟุตบอลประเภทหนังแท้หนาๆ แน่นๆ
เช่นนี้

   
   ก่อนที่จะไปดูตัวรองเท้าด้านข้าง  ขอพาขึ้นมาดูส่วนของแนวร้อยเชือกและลิ้นรองเท้าก่อน  โดยเชือกรองเท้า
แบบมาตรฐานที่ติดตัว พูม่า King 2013 มา  จะเป็นเชือกเส้นแบน  ขนาดเท่ากันทั้งเส้น  เนื้อผ้าของเส้นเชือก
ไม่แข็งและไม่นิ่มจนเกินไป  ส่วนของแถบปลายเชือกซึ่งทำหน้ารวบปลายเชือกเอาไว้  จะไม่มีการสกรีนโลโก้พูม่า
หรือข้อความที่ระบุการเป็นเชือกของรองเท้ารุ่น King 2013 เอาไว้แต่อย่างใด

   ความห่างของขอบแนวร้อยเชือกสองฝั่งนั้นกว้างพอสมควร  ทำให้ลิ้นของรองเท้าถูกเปิดออกให้เป็นบริเวณ
สัมผัสบอลของหลังเท้า  ตอนกลางของลิ้นรองเท้าจะมีรอยพิมพ์ลักษณะนูนขึ้นมาเป็นหกเหลี่ยมเล็กๆ หลายอัน
ซึ่งเป็นโลโก้ของเทคโนโลยี CELL ซึ่งเป็นเทคโนโลนีที่ทางพูม่าระบุว่า  ได้ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การสัมผัสบอล
ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ตรงกลางของโลโก้บางอันถูกเจาะรูตรงกลางเพื่อช่วยระบายอากาศ  

   ด้านบนสุดของลิ้นรองเท้าจะถูกแบ่งออกเป็นสองด้าน  แต่ละด้านจะมีกราฟฟิกโลโก้แตกต่างกัน  ข้างนึงจะเป็น
โลโก้ประจำตัวของรองเท้าฟุตบอลซีรี่ย์ King  และอีกด้านนึงจะเป็นโลโก้ของเทคโนโลยี CELL ซึ่งแสดงเป็น
จุดหกเหลี่ยมหลายๆ อันคล้ายรวงผึ้ง  โดยแต่ละฝั่งจะมีการบรรจุฟองน้ำเอาด้วย  ทำให้ลิ้นรองเท้าด้านบนนี้
มีความหนาและนุ่มกว่าลิ้นส่วนอื่นๆ  

   
   หัวรองเท้าฝั่งข้างเท้าด้านใน  จะมีส่วนเป็นหนังแท้กินพื้นที่เข้ามาตามแนวข้างนิ้วโป้ง  ทำให้พื้นที่สัมผัสบอล
ที่เป็นหนังแท้มีมากกว่าฝั่งข้างเท้าด้านนอก  โดยส่วนหนังแท้จะไล่ขึ้นไปตามแนวสันเท้า  ขนานขึ้นไปกับส่วนบน
ของแถบเครื่องหมายการค้าของพูม่าและแนวรูร้อยเชือก  ทั้งนี้..หน้าสัมผัสบริเวณดังกล่าว  จะมีสารเคลือบผิวเอาไว้  
สัมผัสดูจะรู้สึกฝืดกว่าส่วนอื่นเล็กน้อย  พอจะให้ประโยชน์ในการสัมผัสและควบคุมบอลได้บ้าง  ไม่มากก็น้อย

   อย่างไรก็ตาม  หน้าสัมผัสส่วนที่เป็นหนังแท้ได้ถูกจำกัดด้วยแถบเครื่องหมายของแบรนด์พูม่า  ซึ่งหน้าสัมผัส
เป็นวัสดุสังเคราะห์  (ที่เห็นเป็นแถบสีขาว)  แม้จะเป็นพื้นผิวที่เรียบ  แต่บริเวณดังกล่าวไม่มีความนุ่มเลย

   
   ถัดมายังส่วนท้ายของฝั่งข้างเท้าด้านใน  พบว่าด้านท้ายก่อนที่จะถึงเกราะป้องกันส้นเท้าของพูม่า King 2013
(บริเวณสีฟ้า) จะใช้วัสดุสังเคราะห์ที่มีพื้นผิวเงาสะท้อนแสง  ผิวสัมผัสมีการเคลือบผิวให้ฝืด  ตามแนวขอบมี
การเดินด้ายเย็บเส้นคู่เอาไว้  สาเหตุที่พูม่าเลือกใช้วัสดุสังเคราะห์แทนที่หนังแท้  เนื่องจากต้องการให้ตัวรองเท้า
สามารถบีบกระชับเข้ากับเท้าของผู้สวมใส่ได้ดีขึ้น  โดยเฉพาะส่วนข้างเท้าด้านในนี้  เพื่อให้เกิดความมั่นใจ
ในการใช้งาน King 2013

   
   เปลี่ยนมาฝั่งข้างเท้าด้านนอกบ้าง  พื้นที่รองเท้าที่ทำจากหนังแท้ได้ถูกจำกัดด้วยแถบโค้งที่เป็นเครื่องหมาย
ทางการค้าของพูม่าที่ใช้วัสดุสังเคราะห์  แต่จะแตกต่างจากทางฝั่งข้างเท้าด้านใน  ตรงที่มีลักษณะเส้นสายนูน
ขึ้นมาอยู่ 2 เส้น  ลากลงมาจรดขอบล่าง  ช่วยหนุนให้ดีไซน์ของตัวรองเท้าดูมีความพริ้วไหวมากขึ้นอีกนิด
และน่าจะถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นพื้นที่สำหรับการแตะเลี้ยงพาบอลไปกับเท้า  เนื่องจากพื้นผิวสัมผัสของ
แถบพูม่าทางฝั่งนี้  มีความฝืดมากกว่าแถบทางฝั่งข้างเท้าด้านในอยู่เล็กน้อย

   
   ถัดจากแนวแถบเครื่องหมายการค้าของพูม่า  มายังส่วนท้ายฝั่งข้างเท้าด้านนอกของพูม่า King 2013 พบว่า
วัสดุส่วนท้ายนี้จะเป็นวัสดุหนังแท้  แตกต่างจากฝั่งข้างเท้าด้านในซึ่งเป็นวัสดุหนังสังเคราะห์  ทำให้รูปลักษณ์
ขอตัวรองเท้าฝั่งนี้ดูอวบๆ บวมๆ ขึ้นมา  แม้จะไม่ช่วยเพิ่มความกระชับเหมือนวัสดุสังเคราะห์  แต่จะให้ความ
ยืดหยุ่นที่สามารถขยายตามรูปเท้า  และความอบอุ่นจากหนังแท้ได้เป็นอย่างดี
   
   
   คุณผู้อ่านคงจะได้เห็นกันมาจากภาพด้านบนแล้ว  ว่าพูม่าเลือกใช้เกราะป้องกันส้นเท้าและเอ็นร้อยหวาย
แบบภายนอก (External Heel Counter)
ให้กับรองเท้ารุ่นนี้  เป็นวัสดุขึ้นรูปจากพลาสติก TPU  ชิ้นใหญ่
มีความหนาและแข็งแรง  ให้การปกป้องตั้งแต่ส้นเท้าไล่ไปยังด้านข้างเท้าทั้งสองข้าง  ความสูงของเกราะส้น
ชุดนี้สูงประมาณกึ่งกลาง  ทำให้พูม่า King 2013 เป็นรองเท้าฟุตบอลเพียงไม่กี่รุ่นที่ยังคงใช้เกราะแบบภาพนอก
อยู่  ในขณะที่รองเท้าฟุตบอลสมัยนี้ซึ่งจะเปลี่ยนไปใช้เกราะแบบภายในกันซะเกือบหมดแล้ว  

   ไม่เพียงแค่การให้การป้องกันและลดอาการบาดเจ็บจากแรงปะทะได้อย่างยอดเยี่ยม  เกราะส้นเท้าของพูม่า
King 2013 ยังถูกออกแบบมาให้สามารถล็อคข้อเท้าของผู้สวมใส่ให้มีความมั่นคง  ซึ่งเห็นได้จากการออกแบบ
ให้เกราะส้นเท้ากินพื้นที่ไปยังด้านข้างของเท้าทั้งสองข้าง นั่นเอง  เรื่องนี้ถือเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญของ
รองเท้าพันธุ์เก๋ารุ่นนี้จากพูม่าเลยก็ว่าได้

   
   ปลายหุ้มส้นของ King 2013 มีหน้าสัมผัสกว้างพอสมควร  จะช่วยให้ความสามารถในการสวมใส่  ไม่บีบแนว
เอ็นร้อยหวายจนอึดอัดเกินไป  ซึ่งเป็นอารมณ์ของรองเท้าประเภทคลาสสิคแบบนี้อยู่แล้ว  ปลายหุ้มส้นสูงขึ้นมา
ปกปิดแนวเอ็นร้อยหวายได้ประมาณ 80%

   แต่จุดเด่นจริงๆ ของหุ้มส้นด้านใน  คือผิวหน้าผ้าสัมผัสที่พูม่าเลือกใช้เป็น "หนังแท้" ให้ฟีลลิ่งการสวมใส่
ที่อบอุ่นและมีระดับ  ที่สำคัญ..ชั้นด้านในของหุ้มส้นถูกบรรจุด้วยวัสดุประเภทฟองน้ำที่มีความหนา  ตลอดรอบ
แนวหุ้มส้นตั้งแต่ด้านข้างทั้งสองข้างมาจนถึงด้านหลัง  ทำให้หุ้มส้นของ King 2013 มีลักษณะหนานุ่มเป็นอย่างมาก
ช่วยให้การสวมใส่ที่สบายส้นเท้า กระชับและไร้ปัญหาการกัดส้น  โดยส่วนหุ้มส้นที่บรรจุฟองน้ำเช่นนี้  จะกินพื้นที่
ในแนวดิ่งลงไปประมาณ 70% ก่อนที่จะเหลือหน้าสัมผัสส่วนล่างที่ไม่มีการบุด้วยฟองน้ำเอาไว้ด้านใน  เพราะ
ชนกับชิ้นพลาสติกซึ่งเป็นแนวเกราะส้นเท้าด้านนอก

   
   แผ่นรองพื้นด้านในของพูม่า King 2013 สามารถถอดแยกออกมาจากตัวรองเท้าได้  จากที่ลองสำรวจดู  พบว่า
ผลิตโฟม EVA ฉีดขึ้นรูปทั้งชิ้น ไม่ได้เสริมวัสดุชิ้นอื่นมาช่วยรองรับแรงกระแทกไว้ที่ใต้แผ่นรอง  แต่ลักษณะ
ด้านใต้แผ่นรองที่เป็นโฟมสีขาวชุดนี้  จะมีแนวเส้นสายที่ถูกออกแบบให้ซัพพอร์ตกับสรีระของเท้าผู้สวมใส่
โดยเฉพาะส่วนตรงกลางที่รับน้ำหนักฝ่าเท้า  จะมีชั้นโฟมที่หนาขึ้นมาจนสัมผัสได้  โดยภาพรวมแล้วถือได้ว่า
แผ่นรองพื้นของพูม่า King 2013 เป็นแผ่นโฟมที่หนาและแน่นกว่าแผ่นรองพื้นของรองเท้าฟุตบอลรุ่นอื่นๆ
ในคลาสเดียวกัน

   หน้าสัมผัสด้านบนของแผ่นรองพื้นชุดนี้  เป็นหน้าผ้าไนล่อน สัมผัสลื่นๆ  เนื่องจากไม่ได้มีการเคลือบผิวด้วย
สารกันลื่น  หรือพิมพ์ลายขรุขระเพื่อช่วยสร้างแรงเสียดทานกับผ่าเท้าแต่อย่างใด 

   
   เรามาปิดท้ายกันที่การสำรวจช่วงล่าง  ชุดพื้นและปุ่มของพูม่า King 2013 รองเท้าฟุตบอลประเภทคลาสสิค
ตัวพ่อรุ่นนี้กัน  โดยรองเท้าคู่นี้ใช้ปุ่มแบบ FG (Firm Ground) ซึ่งเป็นปุ่มแบบที่วางขายในประเทศไทย  

   ชุดพื้นของรองเท้ารุ่นนี้ผลิตจากการฉีดขึ้นรูปของพลาสติกประเภทที่เรียกว่า Pebax ซึ่งเป็นพลาสติกชนิด
ที่มีความเหนียวและแข็งแรง  มีความทานทนต่อการถูกออกแรงซ้ำๆ ที่ดีเยี่ยม  ถูกออกแบบให้เป็นชุดพื้นแบบ
ชิ้นเดียวกันทั้งแผ่น  แต่ไม่หนานัก  ฐานชุดพื้นตรงกลางฝ่าเท้าระหว่างปุ่มส่วนหน้า-หลัง ค่อนข้างกว้าง  
สามารถรองรับการลงน้ำหนักของเท้าลักษณะแบนได้ดี

   รูปแบบของปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้  จะใช้การผสมผสานระหว่างปุ่มเหลี่ยมและปุ่มกลม  ลักษณะของปุ่มเหลี่ยม
จะคล้ายกับรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมู  ถือเป็นลักษณะปุ่มแบบใหม่ที่พูม่าคิดค้นขึ้นมาเพื่อให้ความมั่นคงในการยึดเกาะ
กับพื้นสนาม  โดยปลายปุ่มของรองเท้ารุ่นนี้ถูกฉีดขึ้นรูปด้วยพลาสติก PU โดยฉีดฝังแกนกลางลงไปยังส่วนของ
ฐานปุ่ม  เท่าที่ลองออกแรงกระทำโดยทดสอบโยกปุ่มดู  พบว่าปุ่มมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก

   
   ส่วนด้านหน้ามีปุ่มทั้งสิ้น 8 ปุ่ม  โดยปุ่มรูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูจะอยู่ตามแนวขอบรองเท้าด้านนอก จำนวน 4 ปุ่ม
และข้างเท้าด้านในบริเวณหัวรองเท้า 1 ปุ่ม  ส่วนอีก 3 ปุ่ม ที่เหลือ  จะเป็นปุ่มกลม  วางตัวกันเป็นรูปสามเหลี่ยมตรง
กลางฝ่าเท้า  ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยกระจายแรง  รักษาสมดุลของการเคลื่อนที่และการลงน้ำหนักตัว

   
   ส่วนปุ่มด้านหลัง จะใช้ปุ่มแบบสี่เหลี่ยมคางหมูจำนวน 4 ปุ่ม วางตัวกันทำมุมสี่เหลี่ยม  พื้นที่หน้าตัดของปุ่ม
จะกว้างกว่าปุ่มด้านหน้าเล็กน้อย  ทำให้ปุ่มด้านหลังสามารถกระจายและรองรับการลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้ดี

   เท่าที่สัมผัส..ถือได้ว่าปุ่ม FG ของพูม่า King 2013 รุ่นนี้  ไม่ได้สั้นและไม่ได้ยาวกว่าปุ่มของรองเท้าประเภท
เดียวกันในตลาดตอนนี้แต่อย่างใด  เพียงแต่การวางตัวของปุ่มแต่ละปุ่ม ค่อนข้างจะมีระยะห่างพอสมควร  แถม
พื้นที่หน้าตัดของปุ่มแต่ละปุ่มก็ค่อนข้างกว้าง  ทำให้ดูผ่านๆ แล้ว  ปุ่ม FG ของรองเท้ารุ่นนี้ดูจะสามารถกระจาย
น้ำหนักได้ดี  และน่าจะเหมาะต่อการใช้งานในสนามฟุตบอลหญ้าเทียม  ซึ่งเรื่องนี้..เราจะหาคำตอบในบทความ
รีวิวทดสอบการใช้งานจริงต่อไป  

   
   หลังจากได้สัมผัสตัวตนของรองเท้าฟุตบอลรุ่น King 2013 จากพูม่า กันไปแล้ว  เชื่อว่าน่าจะมีคุณผู้อ่าน
หลายๆ ท่าน  มีความรู้สึกอยากลิ้มลองประสิทธิภาพการใช้งานรองเท้าพันธุ์เก๋ารุ่นนี้ เหมือนกับผมอย่างแน่นอน  
เพราะเพียงแค่ได้สัมผัส  นอกเหนือจากมนต์เสน่ห์ความคลาสสิคของดีไซน์แล้ว   วัสดุต่างๆ และการตัดเย็บ
ก็ทำออกมาได้หรูหราสมระดับความคลาสสิค  รวมถึงรูปแบบของชุดพื้นและปุ่มที่น่าสนใจไม่น้อย  ซึ่งบททดสอบ
การใช้งานจริงในสนาม ของพูม่า King 2013 นั้น  ผมคงต้องขอเวลาพาพญาเสือรายนี้ลงสนามทดสอบสักหน่อย
แล้วจะมาวิพากษ์วิจารณ์ข้อดีข้อด้อยของรองเท้ารุ่นนี้ให้ได้อ่านกันแน่นอน  ในเร็ววันนี้  รับรองว่าเป็นคิวต่อไป
เลย  รอไม่นานแน่นอนครับ

   แต่หากว่าการแนะนำตัวพูม่า King 2013 สามารถมัดใจคุณผู้อ่านได้แล้ว  อยากจะสัมผัสหรืออยากจะเป็นเจ้าของ
รองเท้ารุ่นนี้ทันที  วันนี้..ท่านสามารถไปสัมผัสได้ที่ ร้านพูม่าสโตร์ที่ Central Pattaya, Royal Garden, Terminal 21,
Hua Hin, MBK และ Fashion Island, Paragon, Emporium, Supersport, Sport Mall, Sport World, และ Robinson
โดยรองเท้าฟุตบอลพูม่า
King 2013 เฉดสีใหม่ล่าสุดประจำเดือนตุลาคม แบบในบทความ "Hand On!" บทความนี้
มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 6,999 บาท ทั้งนี้..ท่านสามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่แฟนเพจ Puma-Fanclub


   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด 

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 2 พฤศจิกายน 2013 เวลา 01.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต" 






ขอขอบพระคุณบริษัท เยอรมัน สปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าฟุตบอลรุ่น King 2013


Visitor Counter
Visitor Counter