
ไนกี้ เผยโฉมชุดแข่งขันเหย้าสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ฤดูกาล 2011-2012
ชุดแข่งขันใหม่ที่เชิดชูประวัติศาสตร์และวิสัยทัศน์ของสโมสร
ในรูปของชุดแข่งขันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดเท่าที่ไนกี้เคยสร้างสรรค์มา
ฤดูกาลนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะลงสนามในชุดแข่งขันทีมเหย้าแบบใหม่ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากสีแดง ขาว และดำซึ่งเป็นสีแบบดั้งเดิมของสโมสรเติมแต่งด้วยรูปแบบอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์
เฉพาะจากประวัติศาสตร์ของสโมสร
ช่วงตัวของเสื้อแข่งขันชุดเหย้าเป็นสีแดงแบบดั้งเดิม ปกเสื้อสีขาวตัดเย็บอย่างปราณีต มีแถบสีดำ
ตรงกลาง ซึ่งนำรูปแบบมาจากผ้าพันคอลายขวางของสโมสร ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกนำไปประยุกต์ใช้กับ
เสื้อแข่งขันของทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เป็นตำนานในอดีต ได้แก่เสื้อแข่งขันในปี 1977 และ 1985
ซึ่งเป็นสมัยที่ทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครอง และชุดแข่งขันที่คว้าแชมป์ฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ในปี 2008 และบาเคลย์ พรีเมียร์ ลีก

สำหรับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผ้าพันคอลายขวางที่ใช้ในอดีตเป็นสิ่งที่ทุก ๆ คนจดจำได้
ซึ่งทั้งแฟนบอลและ นักเตะต่างใช้ชูในโอกาสของการเฉลิมฉลองและรำลึก

ข้างในตัวเสื้อด้านหน้า บริเวณหลังตราประจำสโมสร มีตัวอักษรคำว่า “Relentless” มีความหมายว่า
“ไม่ยอมแพ้” ที่สะท้อนการไขว่คว้าความสำเร็จของสโมสรได้เป็นอย่างดี และขับเคลื่อนทีมไปสู่การ
คว้าถ้วยที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสโมสรฟุตบอล

ด้านหลังของเสื้อบริเวณใต้คอเสื้อมีรูป ปีศาจ เล็กๆ ซึ่งนำมาจากตราประจำสโมสร ในขณะที่ด้านใน
บริเวณคอของปกเสื้อมีคำว่า “Manchester United”
ในขณะที่การออกแบบเสื้อสื่อถึงประวัติศาสตร์และประเพณีของสโมสร ชุดแข่งขันชุดใหม่นี้ยังผลิต
ขึ้นจาก โพลีเอสเตอร์รีไซเคิลของไนกี้ซึ่งเป็นวัสดุที่พัฒนาขึ้นใหม่ และนับเป็นครั้งแรกที่นำวัสดุ
นี้มาใช้กับทั้งเสื้อและกางเกงอีกด้วย

ชุดที่ครบถ้วนแต่ละชุดจะต้องใช้ขวดน้ำพลาสติกที่นำมารีไซเคิลเป็นจำนวน 13 ขวดในการผลิต
ซึ่งกระบวนการผลิตเช่นนี้จะช่วยลดการใช้พลังงานลงได้ถึง 30% เมื่อเทียบกับการผลิตโพลีเอสเตอร์
แบบเดิมๆ และยังเป็นการช่วยกู้ขวดน้ำพลาสติกเกือบ 100 ล้านขวดจากการถูกนำไปใช้เป็นขยะถมที่
กางเกงของชุดแข่งขันเหย้าในฤดูกาลนี้เป็นสีขาวทั้งหมด ยกเว้นป้ายเล็กๆ ที่ติดตรงบริเวณชาย
กางเกง ที่ยังคงมีแถบสีดำ และขาว ซึ่งนำมาจากลายของผ้าพันคอสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ถุงเท้าสำหรับชุดเหย้าใหม่เป็นสีดำ มีรูป ปีศาจ เล็ก ๆ สีขาว ที่นำมาจากตราประจำสโมสร บน
บริเวณน่อง และมีแถบสีขาวและแดงตรงส่วนบนสุด

ชุดแข่งที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษชุดนี้ (เบากว่าชุดแบบเดิม 13%) ช่วยควบคุมอุณหภูมิร่างกาย
ของผู้เล่นขณะอยู่ในสนามได้เป็นอย่างดี โดยเทคโนโลยีไดรฟิตของไนกี้ จะทำให้พวกเขารู้สึกแห้ง
และเย็นสบายตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยีนี้จะช่วยดูดซับเหงื่อออกจากตัวผู้เล่นด้วยวัสดุที่ให้เหงื่อ
ระเหยออกไปได้ง่าย
การควบคุมอุณหภูมิยังได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยช่องระบายอากาศใต้แขนตลอดลงไปถึง
ขอบเอว โดยประกอบด้วยรูเล็ก ๆ จำนวนร้อย ๆ รูซึ่งเจาะด้วยเลเซอร์เพื่อช่วยให้อากาศหมุนเวียน
ได้ดีขึ้น จึงทำให้ผู้เล่นรู้สึกแห้งและเย็นสบายตัว

ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ตราสโมสรบริเวณด้านหน้าของเสื้อเป็นตราที่ติดโดยการรีดด้วยความร้อน
จึงยิ่งช่วยลดน้ำหนักของเสื้อลงและยังช่วยให้พื้นที่ส่วนนี้สามารถระบายอากาศได้อีกด้วย
เสื้อแบบใหม่สำหรับฤดูกาลนี้ยังได้รับการออกแบบใหม่ให้เข้ารูปตามหลักอากาศพลศาสตร์ จึงดู
กระชับและ ปราดเปรียวยิ่งขึ้น พร้อมให้ความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม 17% เมื่อเทียบกับเสื้อแบบที่
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดใช้เมื่อสองปีก่อน ขอบต่างๆ เชื่อมติดกันด้วยการผสานเนื้อผ้า จึงดูเรียบ-
สนิทกว่าเดิมและยังช่วยลดอาการระคายเคืองจากการเสียดสีอีกด้วย

และเพื่อเสริมฐานะให้กับชุดแข่งใหม่ชุดนี้ ไนกี้ยังได้เปิดตัวคอลเลคชั่นชุดฝึกซ้อมและเสื้อผ้า
ไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ให้ผู้เล่นและแฟนๆ ของทีม
ใช้สวมได้ทั้งในและนอกสนาม

ชุดแข่งขันของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีจำหน่ายในราคา 2,550 บาท ตั้งแต่วันที่
9 มิถุนายน 2554 เป็นต้นไป ที่ร้านแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทุกสาขา และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
คอร์เนอร์ในห้างสรรพสินค้าทั่วไป , ร้านนกแก้ว , ร้านไนกี้ ช็อป ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ , ชั้น 3
ดิ เอ็มโพเรียม ชั้น 2 พาราไดส์ พาร์ค, ไนกี้ คอร์เนอร์ ชั้น 3 สยาม พารากอน และซูเปอร์สปอร์ต
ชั้น3 เซ็นทรัลชิดลม ชั้น 3 เซ็นทรัล พระราม 2 เดอะมอลล์บางแค เดอะมอลล์ บางกะปิ เดอะมอลล์
งามวงศ์วาน และเอฟบีที สปอร์ต คอมเพล็กซ์ ติดตามข้อมูลนวัตกรรมและกิจกรรมต่างๆ ของไนกี้
ฟุตบอลได้ที่ nikefootball.in.th