www.siamboots.com

 4 ขุมพลังแห่งรองเท้าฟุตบอลจากไนกี้  มอบความได้เปรียบให้ผู้เล่นทุกคน
โชว์ฝีเท้าเหนือผู้อื่นในสนาม

   

   ประเทศไทย – 1 มกราคม 2555 – ไนกี้เดินหน้ามอบความได้เปรียบในสนามเพื่อให้ผู้เล่น
สามารถคุมเกมเหนือผู้เล่นคนอื่นๆ ด้วยรองเท้าหลากหลายรุ่นซึ่งเหมาะกับผู้เล่นแต่ละประเภท
และสไตล์การเล่นที่แตกต่างกัน โดยในฤดูใบไม้ผลิ 2012 นี้ ไนกี้นำเสนอเฉดสีใหม่สำหรับ
รองเท้าแต่ละรุ่นในกลุ่มรองเท้าฟุตบอลเพื่อขุมพลังทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ ที 90 เลเซอร์ โฟร์,
เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลิท, เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ ซูเปอร์ฟลาย ทรี และ ซีทีอาร์ 360
เมสทรี่ ทู

   
   
   ไนกี้ ที 90 เลเซอร์ โฟร์
(NIKE T90 LASER IV)
   ที 90 เลเซอร์ โฟร์ เน้นปรับการออกแบบให้ตรงกับความต้องการด้านเทคนิคและการ
เคลื่อนไหวของผู้เล่นศูนย์หน้าซึ่งต้องเคลื่อนตัวไปมาอยู่ตลอด รองเท้ารุ่นนี้จึงมีน้ำหนัก
เบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20% และมีรูปลักษณ์เพรียวบางซึ่งจะช่วยเพิ่มความกระชับและให้สัมผัส
กับลูกบอลได้ดียิ่งขึ้น ส่วนหน้าของรองเท้าโดดเด่นด้วยการออกแบบ Adaptive Shield ที่ได้รับ
การปรับปรุงใหม่ ซึ่งส่วนหลักของหน้าสัมผัสจะแบ่งออกเป็นแถบยืดหยุ่นหลายๆ  แถบเพื่อช่วย
เสริมพลังโดยธรรมชาติตลอดจนความแม่นยำของเท้า ขณะที่ครีบตรงบริเวณที่ใช้เตะปั่นลูกมี
ขนาดและความสูงลดลง ช่วยให้ความรู้สึกที่แนบชิดกับลูกบอลมากขึ้นและสร้างแรงเสียดทาน
ในการเตะลูกโค้งได้ดี ไนกี้ ที 90 เลเซอร์ โฟร์ เวอร์ชั่นใหม่มาในสีเทาเข้มและแดงโซลาร์

   
   
   ไนกี้ เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลิท (NIKE TIEMPO LEGEND IV ELITE)
   เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลิท ทำขึ้นจากหนังคุณภาพสูงที่ทนทานและอ่อนนุ่ม จึงมอบความ
สวมสบาย สัมผัส และการควบคุมที่ดีเป็นพิเศษ
แก่ผู้เล่น และด้วยการผสมผสานคุณสมบัติ
ด้านสัมผัสและความรู้สึกของตัวรองเท้าเข้ากับนวัตกรรมการต่างๆ ไว้อย่างเหนือชั้น อาทิ แผ่น
พื้นคาร์บอนไฟเบอร์ เทคโนโลยีหน้ารองเท้าแบบฟลายไวร์ และการออกแบบปุ่มสตั๊ด   คุณจึง
ได้พบกับตำนานที่ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง โดยเป็นรองเท้ารุ่นเทียมโปที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา
ด้วยน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นก่อนหน้านี้ถึง 20 กรัม เวอร์ชั่นใหม่สำหรับปี 2012 นี้ จะเป็นสีขาวและ
แดงเมทัลลิค

   
   
   ไนกี้ เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ ซูเปอร์ฟลาย ทรี (NIKE MERCURIAL VAPOR SUPERFLY III)
   ด้วยระบบการยึดเกาะซึ่งปรับเปลี่ยนตัวเองได้เพื่อให้การยึดเกาะ การส่งแรงจากพื้นและการ
ตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น รองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียลในยุคที่ 7 จึงทำให้ผู้เล่นที่รวดเร็วสามารถใช้
โอกาสในการทำประตูได้อย่างเต็มที่แม้โอกาสนั้นจะมีอยู่เพียงน้อยนิด ปุ่มสตั๊ดรูปทรงใบมีด
ที่จัดวางตำแหน่งเป็นทิศทาง ทำให้รองเท้าเกาะจิกพื้นได้ดีและช่วยให้โยกตัวเปลี่ยนทิศทาง
ได้อย่างฉับไว  ในขณะที่การยึดเกาะลำดับสองที่บริเวณปลายเท้าช่วยให้แรงส่งที่บริเวณ
ปลายเท้าได้มากขึ้นในจังหวะก้าวแรกๆ ของการออกตัวซึ่งมีความสำคัญในการเร่งความเร็ว
ได้อย่างเต็มพลัง โดยรายละเอียดของการออกแบบต่างๆ เหล่านี้   ล้วนเสริมให้เกิดความเร็ว
และฉับไวยิ่งขึ้นในทุกทิศทาง เทคโนโลยี ไนกี้ ฟลายไวร์ ยุคที่ 2 ซึ่งผสานเป็นส่วนหนึ่งของ
หน้ารองเท้าที่เพรียวบาง ยังทำให้รองเท้ามีน้ำหนักเบา แข็งแรง และกระชับปราดเปรียวยิ่งขึ้น
และเพื่อเป็นการสานต่อแนวทางของสีสันที่สว่างเจิดจ้า รองเท้ารุ่นเมอร์คิวเรียลในฤดูกาลนี้
จึงมาในสีม่วงเมทัลลิค

   
   

   ไนกี้ ซีทีอาร์ 360 เมสทรี่ ทู (NIKE CTR360 MAESTRI II)
   ไนกี้ ซีทีอาร์ 360 เมสทรี่ ทู อีลิท ได้รับการออกแบบขึ้นเพื่อผู้เล่นที่ต้องการการควบคุม
ที่เป็นเลิศในสนาม
  การคุมจังหวะเกมด้วยการส่งลูกบอลอย่างแม่นยำ รวมถึงการบงการ
ความเร็วในการเล่นและการสร้างโอกาสทำประตูล้วนเป็นคุณสมบัติสำคัญของผู้เล่นกองกลาง
ฝีเท้าเยี่ยม หน้ารองเท้าซึ่งทำจากหนังสังเคราะห์ แกงก้า-ไลท์ (Kanga-Lite) ให้ความกระชับ
สบายได้สูงสุด ส่วนต่างๆ ที่บุกันกระแทกและแผงรับและส่งบอลช่วยให้สัมผัสที่ดีในการแตะ
ลูกบอลครั้งแรกและยังเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกบอลและการจ่ายบอลอย่างแม่นยำ
การออกแบบอันโดดเด่นให้เชือกผูกรองเท้าเป็นแบบอสมมาตรช่วยเปิดพื้นผิวที่ใช้ในการ
ควบคุมลูกบอลให้ขยายกว้างขึ้นเพื่อให้สัมผัสที่ดียิ่งขึ้น และท้ายที่สุด แผ่นพื้นรองเท้ายังส่งแรง
คืนกลับได้มากและมีความแข็งแรงจนเหลือเชื่อ พร้อมปุ่มสตั๊ดรูปทรงใบมีดเพื่อให้การยึดเกาะ
และความมั่นคงเป็นเยี่ยม สีใหม่ของรองเท้ารุ่นนี้เป็นสีน้ำเงิน Royal Blue

   รองเท้าฟุตบอลทรงประสิทธิภาพทั้ง 4 รุ่นของไนกี้จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทย
ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม 2555 เป็นต้นไป   ไนกี้ ที 90 เลเซอร์ โฟร์ ราคา 7,200 บาท  ไนกี้
เทียมโป เลเจนด์ โฟร์ อีลิท ราคา 12,500 บาท ไนกี้ เมอร์คิวเรียล เวเปอร์ ซูเปอร์ฟลาย ทรี
ราคา 14,700 บาท ไนกี้ ซีทีอาร์ 360 เมสทรี่ ทู ราคา  6,500 บาท   โดยวางจำหน่ายที่ร้าน
ไนกี้ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์, ไนกี้ คอร์เนอร์  ชั้น 3 สยาม พารากอน , ชั้น 3 ซูเปอร์สปอร์ต
เซ็นทรัลเวิลด์,  เอฟ.บี.ที. สปอร์ตคอมเพล็กซ์ และร้านนกแก้ว สามารถหารายละเอียด
เพิ่มเติมเกี่ยวกับรองเท้าทั้ง 4 รุ่นได้ที่ nikefootball.in.th หรือfacebook.com/nikefootballth