"Running Test!" อาดิดาส Energy Boost รองเท้าวิ่งที่ครบเครื่องที่สุดในขณะนี้ !?







ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง Energy Boost





   
   นอกเหนือจากรองเท้าฟุตบอลแล้ว  คงปฏิเสธไม่ได้ว่า "รองเท้าวิ่ง" เป็นรองเท้าอีกประเภทหนึ่ง  ที่เกี่ยวข้อง
กับนักฟุตบอลโดยตรง  ดังนั้นคงไม่แปลกอะไรที่วันนี้ SiamBoots จะขอหยิบเอารองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่มีชื่อ
ว่า "Energy Boost" จากอาดิดาส   ที่การันตีว่ามาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ที่บรรจุอัดแน่นมาใน
รองเท้า  จึงทำให้รองเท้าวิ่งรุ่นนี้  จัดการสั่นสะเทือนวงการวิ่งไปเรียบร้อยแล้ว  

   บทความนี้ SiamBoots จะขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับรองเท้าวิ่ง Energy Boost กันแบบแบบละเอียดยิบ
แล้วก็ช่วงท้ายจะรวบหัวรวบหาง  จัดการ "รีวิวทดสอบการใช้งาน" แถมให้ด้วยเลย  แต่ต้องบอกก่อนครับว่า
การรีวิวทดสอบการใช้งานคงไม่ละเอียดมากมายเหมือนกับรองเท้าฟุตบอล  เพราะการวิเคราะห์วิจารณ์คงไม่สามารถ
แบ่งหัวข้อแยกย่อยได้ขนาดนั้น  จะมีอะไรยังไงบ้าง  คงต้องขอให้ติดตามอ่านไปเรื่อยๆ เอง น่าจะดีกว่า

   รองเท้าวิ่ง Energy Boost ดูจะเป็นชื่อเรียกง่ายๆ แต่ให้สามารถนิยามความหมายได้ค่อนข้างชัดเจนตรงตัว
เป็นอย่างมาก  เพราะจุดเด่นของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้คือการ "คืนพลังงานจากการสปรินซ์  กลับมาให้ผู้วิ่งอย่างเต็มที่"
ด้วยเทคโนโลยีวัสดุชิ้นใหม่ที่เรียกว่า Boost  ทำหน้าที่คล้ายแคปซูลพลังงานที่สามารถเด้งดึ๋ง  สามารถเก็บ
พลังงานจากขาของผู้วิ่ง  ส่งไปยังพื้นสนาม  แล้วคืนพลังงานกลับมาเพื่อส่งให้ผู้เล่นดีดตัววิ่งไปข้างหน้าได้
แบบที่แทบจะไม่สูญเสียพลังงานสักเท่าไหร่  โดยวัสดุ Boost ชิ้นนี้ อาดิดาสได้เคลมออกมาเป็นข้อมูลว่ามัน
สามารถคืนพลังงานมาได้มากถึง 87% !!!

   สำหรับ Energy Boost  ถือได้ว่าไม่ใช่แค่การปฏิวัติวงการวิ่งเพียงอย่างเดียว  แต่ยังถือเป็นการปฏิวัติ
วงการกีฬาให้เปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก  เนื่องจากอาดิดาสได้นำเอา "วัสดุรูปแบบใหม่" ที่ได้การันตี
ว่ามีศักยภาพในการรองรับแรงกระแทกที่ดีที่สุดเท่าที่อาดิดาสเคยผลิตออกมา  เหตุผลที่ต้องเริ่มต้นด้วยการ
จับเอามาใส่ลงในรองเท้าวิ่งก่อน  เนื่องจากมันเป็นรองเท้าประเภทที่สามารถแสดงศักยภาพของวัสดุแบบใหม่ชิ้นนี้
ได้อย่างเต็มที่  ซึ่งในอนาคต  มีความเป็นไปได้สูงมากๆ ว่า วัสดุแบบใหม่นี้  จะถูกจับเอาไปใช้กับอุปกรณ์
กีฬาประเภทอื่นด้วย  

   
   ด้วยความที่ Boost เป็นนวัตกรรมใหม่ที่อาดิดาสภูมิใจนำเสนอเป็นอย่างมาก  ทำให้อาดิดาสเดินหน้า
ผลิตอุปกรณ์กีฬาด้วยวัสดุชิ้นนี้ทันที  ในขณะที่กำลังการผลิตวัสดุ Boost ยังจำกัดอยู่เพียงแค่ที่ประเทศ
เยอรมันนี เพียงที่เดียวและโรงงานเดียว !! ทำให้ปริมาณของผลิตภัณฑ์รองเท้าวิ่ง Energy Boost   ใน
ช่วงแรก  ต้องถูกกระจายแบ่งออกไปยังแต่ละส่วนของโลกอย่างจำกัดจำนวน  ซึ่งรวมถึงในประเทศไทย
ที่จะมีเข้ามาเพียงแค่ 650 คู่ เท่านั้น
ในช่วงแรก  ก่อนที่จะต้องรอเวลาอีกเป็นเดือน  ถึงจะมีเข้ามาจำหน่าย
เพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง  ก่อนที่ในอนาคตถึงจะมีการวางจำหน่ายแบบปกติ  เหมือนกับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ
โดยดีเดย์ล่าสุดที่รองเท้าวิ่ง Energy Boost จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอีก 1 ล็อตใหญ่ๆ จะประมาณ
เดือนมิถุนายน - กรกฎาคม นี้  แล้วจะอัพเดทเป็นคอลเลคชั่นเฉดสีใหม่ไปเลย  ยกเว้นแต่สีดำ (ตามภาพด้านบน)
ที่ยังจะมีเข้ามาจำหน่ายในล็อตต่อไป

   
   แม้ว่าในช่วงแรก  จำนวนของรองเท้าวิ่ง Energy Boost จะมาแบบจำกัดจำนวนก็ตาม  แต่งานเปิดตัว
นั้นเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง  โดยเฉพาะที่มหานครนิวยอร์ค นั้นเป็นอะไรที่โครตอลังการงานสร้าง
ก่อนที่จะลุกลามไปทั่วโลก  เพื่อให้สมกับการปฏิวัติวงการกีฬาของอาดิดาสในครั้งนี้   เช่นเดียวกับงาน
เปิดตัวในประเทศไทย  ซึ่งถูกจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2013 ที่ผ่านมา  ซึ่งถือเป็นงานแบบ
Exclusive สุดๆ เพราะมีสื่อฯ เพียงแค่ 24 ท่าน เท่านั้น  ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมงงานเปิดตัว ณ ออฟฟิศของ
บริษัท อาดิดาส ประเทศไทย (จำกัด) สาเหตุ่ที่ได้เปิดตัวอลังการออกสู่สายตาสาธารณะชนกลางย่าน
การค้าที่มีผู้คนมากมาย  เนื่องจาก ณ ขณะนั้น ตัวสินค้าจริงๆ ยังไม่มีการวางจำหน่ายในเมืองไทย  ต้อง
รอถึงวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2013 หรืออีกกว่าสัปดาห์ให้หลัง  ถึงจะเริ่มมีรองเท้าวิ่ง Energy Boost
วางจำหน่ายในช็อปอาดิดาส(บางสาขา) นั่นเอง

   แม้ว่า Energy Boost 650 คู่แรก ในล็อตแรก  ได้ถูกจองและจำหน่ายหมดไปในพริบตา  ทิ้งช่วงมากว่า
2 เดือน ที่รองเท้าวิ่งรุ่นใหม่รุ่นนี้ไม่มีขายในช็อปอาดิดาส  ในที่สุด..เดือนพฤษภาคม  ปลายฤดูร้อน ที่ยังคง
ร้อนตับแล้บ  รองเท้าวิ่ง Energy Boost ในล็อตที่สองก็ได้มีกำหนดเข้ามาจำหน่ายเพิ่มเติมในประเทศไทย
เป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ถือได้ว่าเป็นจังหวะที่เหมาะเจาะเหมาะเหมงทีเดียว  ที่บทความรีวิวทดสอบการใช้งาน
รองเท้าวิ่งพื้นเด้งรุ่นนี้ จาก SiamBoots ได้คลอดออกมาให้ทุกท่านได้อ่านพอดิบพอดี  เรียกได้ว่า..อ่านจบปุ๊บ
คุณผู้อ่านสามารถบึ่งรถไปซื้อตัว Energy Boost มาใช้งานได้เลยโดยไม่ต้องรอ  ทำไมผมถึงกล้าพูดแบบนั้น
น่ะเหรอ  ก็เพราะหลังจากที่ผมได้ทดสอบรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ไปแล้ว  แอบเกริ่นให้รู้ได้เลยว่า "รองเท้าวิ่ง Energy
Boost
เป็นรองเท้าวิ่งที่ครบเครื่องมากที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้.."
รายละเอียดเบื้องลึกจะเป็นอย่างไร
เราไปหาคำตอบกันจากข้อความตัวอักษรต่อจากนี้ทั้งหมด..กันเลย

   Details & Hand On

   
   เอาเป็นว่าบทความนี้  ผมจะขอนำเสนอรองเท้าวิ่งรุ่นใหม่ล่าสุดที่ปฏิวัติวงการวิ่งจากอาดิดาสรุ่นนี้  ให้
ทุกท่านได้รู้จัก  ทั้งในแบบ "Hand On" และ "Testing" รวมกันในบทความเดียวเลย  แต่วิเคราะห์วิจารณ์
อาจจะไม่ได้ยิบย่อยมากนัก  และคงไม่สามารถจับเอาไปเปรียบเทียบกับรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ ยี่ห้ออื่นๆ ได้
เนื่องจากรองเท้าวิ่งรุ่นนี้เป็นรองเท้าวิ่งคู่แรกที่ผมได้รับการสนับสนุนมา  ที่ทำได้คงจะขอหยิบเอารองเท้าวิ่ง
บางรุ่นที่ผมมีอยู่ที่บ้านแล้ว  เอามากล่าวถึงบ้าง  สำหรับแนวทางการวิเคราะห์วิจารณ์  ผมยังคงขอยืนยัน
100% ว่า "ดีก็ว่าดี รู้สึกยังไงก็ว่าไปแบบนั้น อันไหนด้อยหรือไม่ชอบ ก็จะให้ข้อมูลเอาไว้เป็นการแสดง
ความคิดเห็นกันไป" เหมือนเดิม

   เริ่มต้นด้วยการเปิดฝากล่องของรองเท้าวิ่ง Energy Boost กันก่อน  จะเห็นได้ว่ากล่องที่อาดิดาสออกแบบ
มาเผื่อบรรจุรองเท้ารุ่นนี้  ดูแตกต่างและแปลกตาจากกล่องของรองเท้ารุ่นอื่นๆ ของอาดิดาสเป็นอย่างมาก
โดยกล่องจะมีขนาดใหญ่ ลักษณะความกว้างและความยาวเกือบจะเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส  กราฟฟิกลวดลายที่พิมพ์
ลงบนหน้ากล่องทุกด้าน  จะเป็นหน้าตาลักษณะของวัสดุ Energy Boost ถึงแม้จะมีลักษณะคล้ายโฟม  แต่
ต้องขอบอกเลยว่ามันไม่ใช่โฟมนะครับ  จะเป็นอะไรยังไง  จะขออธิบายอีกทีในส่วนถัดไป  และที่ด้านหน้า
ของกล่อง  มีข้อความระบุเอาไว้ว่า "adidas introducing a running revolution" หรือแปลเป็นได้ว่า
"อาดิดาส นำเสนอการปฏิวัติวงการวิ่ง"

   
   เมื่อเปิดฝากล่องขึ้นมา  ก็จะพบกับรองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost นอนตะแคงสลับหัวท้ายกันอยู่
ไม่รู้ว่าเพื่อประหยัดพื้นที่หรืออย่างไร  ทั้งๆ ที่กล่องรองเท้าเองก็มีขนาดใหญ่มาก  และพื้นที่บางส่วนก็ทำ
เป็นบล็อคสีเหลืองกั้นเอาไว้  ดูเหมือนว่าในบล็อคสีเหลืองนั้นอาจจะมีของอะไรใส่แถมมาให้เป็นพิเศษหรือเปล่า !?
แต่พอเปิดออกมา  ปรากฏว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยสักอย่าง  คงเป็นเพียงแค่การดีไซน์ตามคอนเซป  หรือไม่
ก็ใช้ประโยชน์ทำให้กล่องขนาดใหญ่เช่นนี้มีความแข็งแรง  ให้ถือไปไหนมาไหนแล้วดูสะดุดตา อะไรประมาณ
นั้น มากกว่านะ

   
   พอหยิบเจ้าอาดิดาส Energy Boost คู่นี้ออกมาวางไว้บนพื้น  พบว่ามันเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นหนึ่งที่เบามาก
พอสมควร  แม้มันจะไม่ได้เบาไปกว่ารองเท้าวิ่งประเภท "Racing" ซึ่งรายนั้นจะเป็นรองเท้าวิ่งแบบพื้นบางๆ
ตัวรองเท้าโปร่งๆ เพื่อให้รองเท้ามีน้ำหนักเบามาก  แต่ถ้าเทียบกันเฉพาะในหมวดรองเท้าวิ่งประเภทที่เน้น
การรองรับแรงกระแทก (Cushioning)
แล้วผมยอมรับเลยครับว่า  แทบจะนึกไม่ออกว่ามีรองเท้าวิ่งรุ่นไหน
ยี่ห้อไหน อีกบ้าง  ที่เคยจับแล้วรู้สึกว่ามีน้ำหนัก เบากว่ารองเท้าคู่นี้  อาจจะพอมีบ้าง  แต่ส่วนใหญ่จะหนักกว่า
แทบทั้งสิ้น

   รูปทรงของรองเท้าถือได้ว่าเป็นรองเท้าวิ่งที่ปราดเปรียวพอสมควร  พื้นรองเท้าไม่หนามากนัก  จะมีเฉพาะ
สูงของส้นเท้าเท่านั้นที่หนาที่สุด  มีความหนา 22 มิลลิเมตร  ในขณะที่ส่วนพื้นตอนหน้าและตอนกลางจะ
บางกว่า  และไล่ระดับกันไป  โดยพื้นส่วนหน้าสุดจะหน้าเพียง 12 มิลลิเมตร เท่านั้น

   วัสดุหลักๆ ของรองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost จะเป็นผ้าแทบทั้งหมด  โดยเฉพาะส่วนตอนหน้า
และหลังเท้า  ก่อนที่บริเวณตอนกลางจะมีการเสริมวัสดุจำพวกพลาสติก  เพื่อเป็นโครงสร้างความแข็งแรง
ให้กับตัวรองเท้า  และยังช่วยให้ความโอบกระชับรัดกับเท้าอีกด้วย

   
   โดยเทคโนโลยีหลักที่เป็นจุดขายของรองเท้า Energy Boost ก็คือชุดพื้นที่เห็นเป็นสีขาวที่เรียกว่า Boost
มองเผินๆ ภายนอกอาจจะดูเหมือนโฟมชนิดหนึ่ง  และมันก็ทำให้หลายคนคิดเช่นนั้นไปแล้ว  แต่ขอบอกเลยครับ
เจ้าวัสดุชิ้นนี้ "ไม่ใช่โฟม" และ "ไม่ใช่ยาง" ใดๆ ทั้งสิ้น  โดยทางอาดิดาสเองไม่ได้ให้คำนิยามหรือลักษณะ
นาม ของวัสดุชิ้นนี้แต่อย่างใด  เพียงแต่อยากให้มันถูกเรียกว่า "Boost" ไปเลยตรงๆ น่าจะดีกว่า  

   
   เนื่องจากวัสดุ Boost แบบดิบๆ (Raw material) นั้นมีหน้าตาคล้ายเมล็ดถั่ว  เม็ดเดี่ยวๆ อยู่แยกชิ้นกัน
(ตามภาพด้านบน) เอามาขึ้นรูปเป็นชุดพื้นด้วยการอัดความร้อนลงในบล็อคขึ้นรูป  ทำให้ Boost แต่ละเม็ด
ประสานติดกันเป็นชิ้นของชุดพื้น  และมีหน้าตาออกมาดั่งที่เห็น  ทั้งนี้..อาจจะเพราะสีของวัสดุชิ้นใหม่ของ
อาดิดาสชิ้นนี้ที่เป็นสีขาวเพียวๆ ด้วยแหละ  จึงทำให้หน้าตาของชุดพื้นที่ออกมานั้นทำให้หลายคนเข้าจริงผิด
ว่ามันเป็นโฟมชนิดใหม่ นั่นเอง

   
   เทคโนโลยีชิ้นสำคัญที่อาดิดาสจับเอามายัดอัดแน่นให้กับรองเท้าวิ่ง Energy Boost คู่นี้  ก็คือเทคโนโลยี
อาดิดาส เทคฟิต (adidas TECHFIT) ซึ่งบรรดานักกีฬาทั่วโลกต่างก็รู้จักเทคโนโลยีนี้เป็นอย่างดี  จาก
ชุดกีฬาของอาดิดาส  หรือที่เรียกกันเฉพาะเจาะจงกับ "เสื้อ-กางเกง รัดกล้ามเนื้อ"  ซึ่งได้รับการยอมรับมาแล้ว
ว่ามันสามารถช่วยบีบกระชับร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม  ดังนั้นเทคโนโลยีอาดิดาส เทคฟิต ที่ปรากฏอยู่บนช่วง
หน้าเท้าของรองเท้าวิ่ง Energy Boost คู่นี้  ก็เพื่อทำให้ตัวรองเท้าสามารถบีบกระชับเข้ารูปกับเท้าได้เป็น
อย่างดี  ไม่ว่าลักษณะเท้าของผู้สวมใส่จะเป็นอย่างไร  จะสามารถการันตีได้ว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้จะโอบกระชับ
ได้ทุกรูปแบบ  

   และจะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นของแนวร้อยเชือกนั้นถูกยกสูงขึ้นไปจบเกือบจะถึงกลางหลังเท้าอยู่แล้ว  ทำให้
รองเท้ารุ่นนี้เป็นรองเท้ารุ่นหนึ่งที่มีจำนวนรูร้อยเชือกน้อยที่สุด เพียงแค่ 4 รู 4 ระดับ (รูที่ 5 รูพิเศษ  สำหรับ
ผู้ที่ต้องการผูกเชือกให้แน่นกระชับมากๆ) ก็เพื่อเปิดพื้นที่ให้ อาดิดาส เทคฟิต สามารถวางตัวอยู่ตรง
บริเวณหัวรองเท้าได้อย่างเต็มพื้นที่ ไม่ใช่แค่เป็นส่วนเล็กๆ บนตัวรองเท้าเท่านั้น

   
   ส่วนต่อมาที่น่าสนใจไม่น้อย ก็คือลักษณะหัวรองเท้าของ Energy Boost คู่นี้จะ "เชิดขึ้น" อย่างสุดๆ เท่าที่
จะทำได้  หากดูจากภาพ  สามารถเห็นเลยว่าถ้าวางรองเท้าไว้กับพื้นราบเรียบ  ส่วนพื้นรองเท้าแรกสุดที่จะแตะ
กับพื้นนั้นแทบจะเป็นส่วนตอนกลางของตัวรองเท้าอยู่แล้ว  ลักษณะแบบนี้จะเอื้อประโยชน์ต่อการวิ่งสปรินซ์
ด้วยปลายเท้าเพื่อทำความเร็วเป็นอย่างมาก  เนื่องจากองศาระหว่างฝ่าเท้ากับพื้นสนามจะสอดรับกันอย่างเต็ม
ฝ่าเท้า พอดิบพอดี  เลยทีเดียว

   
   หุ้มส้นด้านในของ Energy Boost  เป็นหน้าสัมผัสแบบผ้า ที่ค่อนข้างหนาตามแบบของรองเท้าวิ่ง  แต่
ให้สัมผัสที่ค่อนข้างนุ่ม  มีระยะที่สามารถออกแรงกดด้วยนิ้วมือแล้วรู้เลยว่าสามารถยุบตัวลงไปได้ตามแรงกด
เพื่อให้สามารถรองรับและบีบกระชับกับข้อเท้าที่แตกต่างของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี  ทั้งนี้..ยังสังเกตได้ว่า
ลักษณะเนื้อผ้าของโครงสร้างด้านในหุ้มส้นนั้นจะเป็นแบบรูพรุน (ลองจินตนาการถึงฟองน้ำ)  เพื่อให้การ
ระบายอากาศ ลดการสะสมของความสร้างจากการเสียดสี  สามารถทำได้เป็นอย่างดี

   
   
   ส่วนของเกราะล็อคส้นเท้าและแนวเอ็นร้อยหวาย  จะมีโครงวัสดุประเภทพลาสติกแข็งล้อมรอบส่วนของส้นเท้า
เอาไว้  เพื่อทำให้ส้นเท้าของ Energy Boost ซึ่งวัสดุด้านในจะเป็นวัสดุประเภทผ้าทั้งหมด  สามารถมีความ
แข็งแรง  และล็อคกับข้อเท้าของผู้สวมใส่ได้อย่างมั่นคง  แม้จะไม่ได้ใช้เพื่อป้องกันการปะทะเหมือนกับรองเท้า
ฟุตบอล  แต่แนวเกราะล็อคส้นเท้าตรงนี้  จะทำหน้าที่ในการป้องกันข้อเท้าพลิก  จากการเคลื่อนที่ที่ผิดจังหวะ
เพื่อลดโอกาสในการบาดเจ็บให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

   
   แผ่นรองพื้นด้านในสามารถถอดแยกออกมาได้  โดยใต้แผ่นรองของข้างซ้ายจะมีช่องว่างสำหรับใส่
อุปกรณ์จับความเร็วอัจฉริยะ miCoach SPEED_CELL™ อุปกรณ์ที่จะช่วยจับความเร็ว, ระยะทาง, จำนวนครั้ง
ของการสปรินซ์, ระดับความเร็วในการวิ่งของคุณ, และระยะเวลาที่คุณวิ่งไป เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนา
ตัวเอง  โดยอุปกรณ์ไฮเทคชิ้นนี้ต้องหาซื้อเพิ่มเติมเอาเอง (สามารถดูรีวิวการใช้งานได้โดยการคลิกที่ >>>
miCoach SPEED_CELL™)

   
   ลักษณะของแผ่นรองพื้นด้านในของ Energy Boost คู่นี้  จะมีผิวหน้าลักษณะแบบหน้าผ้ากำมะหยี่เต็มพื้นที่
 เพื่อให้การยึดเกาะกับฝ่าเท้าที่ดี  ป้องกันการลื่นไถลของฝ่าเท้าขณะเคลื่อนที่  แนวตรงกลางฝ่าเท้ามีการสกรีน
ตัวอักษรนูนว่า Energy Boost อีกด้วย

   
   ชิ้นของแผ่นรองพื้นผลิตจากวัสดุประเภทโฟม EVA แบบฉีดขึ้นรูปเป็นชิ้นเดียวกันทั้งหมด  มีส่วนรองรับส้นเท้า
ที่หนามาก  เพื่อช่วยลดแรงกระแทกจากพื้นได้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก  แค่ลำพังส่วนของพื้นล่างที่ผลิตจากวัสดุ
Energy Boost ก็นุ่มและเด้ง  ผ่อนแรงกระแทกได้อย่างสุดยอดแล้ว  เมื่อรวมกับแผ่นรองพื้นที่หนาขนาดนี้เข้า
ไปอีก  จึงเชื่อได้ว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้  จะมีศักยภาพในการรองรับแรงกระแทกจากพื้นแข็งๆ ได้อย่างยอดเยี่ยมแน่ๆ

   ส่วนหน้าด้านจะมีชั้นโฟมที่บางลงอย่างเห็นได้ชัด  เพื่อให้การวิ่งแบบสปรินซ์ด้วยปลายเท้าสามารถทำได้
อย่างฉับไว ไม่หน่วง ให้ฟีลลิ่งเต็มฝ่าเท้า มีระยะการยุบตัวของแผ่นรองพื้นที่สั้น ตอบสนองต่อการส่งแรงสปรินซ์
ได้อย่างเต็มที่  

   
   มาปิดส่วนรายละเอียดของรองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost อันด้วยเรื่องของช่วงล่าง  ที่ทำหน้าที่สัมผัส
และยึดเกาะกับพื้น  โดยหน้าสัมผัสของชุดพื้นรองเท้านั้นจะเป็นยาง adiwear ซึ่งเป็นยางแบบพิเศษของอาดิดาส
ลักษณะเนื้อยางไม่นิ่มไม่แข็งจนเกินไป มีความทนทานต่อการสึกหรอสูง  ถูกออกแบบให้เป็นชุดพื้นแบบไม่เต็ม
พื้นที่  จะมีเฉพาะบริเวณบริเวณที่จำเป็นสำหรับการสัมผัสกับพื้นจริงๆ  และจะโชว์พื้นผิวยางส่วนที่เป็นวัสดุ Boost
ให้ได้เห็นตามภาพด้านบน  เพื่อลดน้ำหนักของรองเท้าลงมาอีกนิด

   ทั้งนี้..หน้าสัมผัสยาง adiwear นี้  จะวางตัวอยู่บนโครงสร้างที่เรียกว่า Torsion System หรือที่เห็นเป็นโครง
พลาสติกแข็งสีเหลือง  ลักษณะคล้ายเลข 8  เชื่อมเป็นโครงสร้างระหว่างพื้นด้านหน้าและพื้นด้านหลังเข้าไว้ด้วย
กัน  ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างหลักของชุดพื้น  ในจังหวะการเคลื่อนที่  ชุดพื้นรองเท้าจะมีแรงดีดกลับมา  และยัง
มีประสิทธิภาพในการสร้างสมดุลและความมั่นคง  โดยเฉพาะจังหวะการวิ่งด้วยความเร็ว

   
   หลังจากที่เราได้เปิดกล่อง "Hand On!" รองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost จนคุณผู้อ่านทุกท่านได้รู้จัก
รายละเอียดพื้นฐานของรองเท้าวิ่งรุ่นอลังการที่อาดิดาสภาคภูมิใจนำเสนอไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ทีนี้เตรียม
พร้อมที่จะไปลงทดสอบบนลู่วิ่งแบบมาตรฐานกันเลยดีกว่า  แล้วผมจะวิพากษ์วิจารณ์ให้ข้อคิดเห็นและติชม
รองเท้าวิ่งคู่นี้ว่ามันมีดีมากน้อยแค่ไหน อย่างไร...    

   Feeling & Sizing

   
   แต่ก่อนอื่นก่อนใด  ก่อนที่เราจะไปลงลู่ทดสอบรองเท้าวิ่ง อาดิดาส Energy Boost กัน  ผมขอพาทุกท่าน
เข้าสู่ขั้นตอนของการเลือกไซด์รองเท้าก่อนดีกว่า  เนื่องจากรองเท้าวิ่งแต่ละรุ่นซึ่งมีรูปร่างรูปทรง  และรายละเอียด
แตกต่างกัน  ทำให้ขนาดจริงๆ ของรองเท้านั้นย่อมแตกต่างกัน  ถึงแม้ป้ายบอกไซด์จะระบุเป็นตัวเลขเดียวกันก็ตาม
เพื่อให้เป็นข้อมูลให้คุณผู้อ่านสามารถเลือกไซด์รองเท้ารุ่นนี้ได้อย่างเหมาะสม

   โดย Energy Boost คู่ที่ผมกำลังสวมใส่อยู่นั้น มีขนาดตามป้ายบอกไซด์ว่า 9.0 US , 8.5 UK , 42 2/3 Fr และ
27.0 cm
ซึ่งเป็นขนาดไซด์ที่เล็กกว่ารองเท้าฟุตบอลที่ผมได้สวมใส่เป็นปกติอยู่ครึ่งไซด์  เนื่องด้วยเหตุผล
ที่รองเท้าล็อตแรกนั้นสามารถผลิตได้ในจำนวนจำกัด  แล้วคู่ที่ผมได้รับการสนับสนุนมานี้  ก็เป็นคู่ที่ได้มาก่อน
เปิดตัวด้วย  เป็นผลให้ไซด์ที่สามารถเลือกได้มีเพียงเท่านี้จริงๆ  

   
   แต่พอได้ลองสวมเท้าซึ่งใส่ถุงเท้าบางปานกลางเข้าไป  แล้วดึงกระชับแนวร้อยเชือกที่มีเส้นเชือกผูกผ่านรูแค่
ระดับที่ 4 (เหลือรูร้อยเชือกคู่บนสุดเอาไว้ 1 ระดับ) พร้อมกับผูกปมหูกระต่ายตามปกติ  พบว่าแนวนิ้วเท้าจะชนกับ
หัวรองเท้าพอดี  แต่ด้วยหน้าผ้าของรองเท้าเป็นผ้านิ่มๆ ยืดหยุ่นมาก  ทำให้นิ้วเท้ายังคงสามารถขยับขึ้นลงได้สะดวก
อยู่ดี  ในขณะที่ส้นเท้าก็จะถูกบีบกระชับเข้ารูปกับหุ้มส้นเป็นอย่างดี

   ทั้งนี้..กรณีที่ดึงกระชับแนวร้อยเชือกแน่นมากๆ และผูกปมเชือกแบบไม่ให้ขยับเลย  พบว่าบริเวณหลังเท้านั้นถูก
บีบกดมากเกินไปจนมีอาการเจ็บเหมือนกัน  แต่ถ้าคลายแนวร้อยเชือกเสียหน่อย  ไม่ให้ตึงนัก  แรงกดบนหลังเท้า
ก็จะหายไป  ไม่เจ็บแล้ว  และฟีลลิ่งบริเวณหน้าเท้าที่เป็นส่วนของเทคโนโลยี อาดิดาส เทคฟิต สามารถให้ทั้ง
ความกระชับและความหยืดหยุ่นเข้ารูปกับรูปเท้าได้เป็นอย่างดี  ไม่ได้แน่นหนาจนอึดอัดเกินไป  เพียงเท่านี้ก็จะได้
การสวมใส่ Energy Boost ในฟีลลิ่งกลางๆ  ไม่แน่นจนปวดเท้า  และไม่หลวมจนเสียความมั่นใจ

   ดังนั้นผมจึงขอฟันธงเลยว่า รองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost โอเวอร์ไซด์ 0.5 cm หรือครึ่งไซด์  โดย
ยึดจากความยาวเป็นหลัก  ส่วนคนที่หน้าเท้ากว้างก็ไม่ต้องกังวล  เพราะผมเองก็เป็นคนที่มีลักษณะเท้ากว้างและ
หลังเท้านูนระดับปานกลาง  แต่ก็ยังสามารถสวมใส่รองเท้าวิ่งรุ่นนี้ในแบบที่ลดครึ่งไซด์ไปวิ่งได้ในแบบสบาย
อารมณ์  จะมีก็เพียงแนวร้อยเชือกซึ่งถ้าดึงกระชับให้ตึงเกินไป  จะกดหลังเท้าจนปวด  ซึ่งแก้ไขได้ด้วยการคลาย
แนวร้อยเชือกออกนิดนึง  แค่นี้ก็ทำให้สวมใส่ได้สบายแล้ว

   Running Test

   เอาล่ะครับ...เมื่อสามารถเลือกไซด์ Energy Boost ได้ตามแบบที่ท่านต้องการแล้ว  ก็ได้เวลามาทดสอบ
หาคำตอบถึงศักยภาพของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้  รุ่นที่อาดิดาสบอกว่าจะมาเขย่าวงการวิ่งทั่วโลกอย่างมั่นอกมั่นใจ
สำหรับบททดสอบหลักๆ ของรองเท้าวิ่งคู่นี้  อาจจะไม่มากมายหัวข้อเหมือนกับรองเท้าฟุตบอล  แต่จะเน้นทดสอบ
ให้ครอบคลุมทุกด้านที่รองเท้าวิ่งจำเป็นต้องมี  

   อย่างไรก็ตาม..เนื่องจากเป็นรองเท้าวิ่งรุ่นแรกที่ผมจะมาทดสอบการใช้งานอย่างจริงจัง  โดยยังไม่มีรองเท้าวิ่ง
รุ่นอื่นมาทดสอบเปรียบเทียบ  จึงจะยังไม่ขอลงคะแนนเป็นตัวเลข  ให้กับการทดสอบหัวข้อต่างๆ นะครับ  เอาไว้
มีประสบการณ์หรือรองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ มากพอแล้ว  ค่อยมาอัพเดตลงคะแนนให้อีกทีแล้วกัน

   การบีบกระชับกับเท้า และความมั่นใจในการใช้งาน

   
   หลังจากที่ได้ลองทดสอบ Energy Boost คู่นี้มาเป็นระยะนานมากพอสมควร  ยอมรับเลยว่ามันสามารถสร้าง
ความกระชับเข้ากับรูปเท้าได้อย่างยอดเยี่ยม  โดยเฉพาะส่วนของหน้าเท้าที่มีเทคโนโลยี อาดิดาส เทคฟิต
รวมกับรูปทรงของหลังเท้าที่ค่อนข้างลู่แบนลงมา  ทำให้มันบีบกระชับเข้ากับเท้าจนแทบจะเป็นเนื้อเดียวกัน
และส่วนของหุ้มส้นก็เช่นกัน  หุ้มส้นของรองเท้าวิ่งจากอาดิดาสรุ่นนี้  สามารถโอบรัดส้นเท้าและแนวเอ็นร้อยหวาย
ได้อย่างแน่นหนา  ไม่มีการขยับยกขึ้น-ยกลงของส้นเท้าในจังหวะการวิ่งเต็มความเร็วเลยแม้แต่น้อย

   ในขณะที่ความกระชับทางด้านข้าง  โดยเฉพาะส่วนตอนกลางของเท้าบริเวณที่เป็นแถบสามขีดของอาดิดาส
ก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน  วัสดุแข็งที่ใช้ทำแถบสามขีด  ช่วยทำให้โครงสร้างของรองเท้าบีบเข้ากับด้านข้างของเท้า
ทั้งข้างเท้านด้านในและข้างเท้าด้านนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   และด้วยอานิสงค์ของการเลือกไซด์รองเท้าที่แนวนิ้วเท้าชนกับหัวรองเท้าพอดี  ทำให้ไม่มีช่วงว่างตรงหัวรองเท้า
จึงไม่เกิดการลื่นไถลของฝ่าเท้าไปด้านหน้า-ด้านหลังเลย

   อย่างไรก็ตาม...คุณผู้อ่านอาจจะสงสัยว่า Energy Boost ที่ผมเลือกใส่ในแบบที่ลดไซด์ลงครึ่งนึง  จนดูน่าจะ
อึดอัดคู่นี้  เกิดอาการกัดส้นเท้าหรือไม่  ขอตอบเลยว่าไม่มีอาการกัดเท้าแม้แต่นิดเดียว  จริงที่ว่าฟีลลิ่งของการ
สวมใส่อาจจะแน่นจนดูอึดอัด  แต่ด้วยตัวรองเท้าที่ส่วนใหญ่จะเป็นผ้านิ่มๆ  และหุ้มส้นด้านในที่เป็นหน้าสัมผัสผ้า
หนาและฟู  ชั้นในโปร่ง  มีระยะยุบตัวให้รองรับกับส้นเท้า  ทำให้มันไม่กัดหรือเสียดสีกับเท้าจนเกิดอาการบาดเจ็บ
แต่อย่างใด  

   ถือได้ว่ารองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost เป็นรองเท้าที่สร้างความกระชับเข้ารูป แนบชิบสนิทกับรูปเท้าได้
อย่างไม่มีที่ติ  กระชับทุกสัดส่วน  ไม่ว่าจะเป็น หลังเท้า  ข้างเท้าและส้นเท้า  จนช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้งาน
เป็นอย่างมาก

   ประสิทธิภาพของการระบายอากาศ

   ในเรื่องของความสามารถในการถ่ายเทหรือระบายอากาศของ Energy Boost  ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญอีกอย่าง
ของรองเท้าวิ่ง  พบว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้ก็พอจะทำให้อากาศสามารถถ่ายเทได้สะดวกพอสมควร  ด้วยตัวรองเท้าที่ส่วนใหญ่
ผลิตจากผ้าที่ไม่หนามากนัก  อย่างไรก็ตาม..ยังรู้สึกว่าอากาศนั้นไม่สามารถไหลผ่านได้จนรู้สึกเย็นสบายเท้าได้ดี
เทียบเท่ากับรองเท้าวิ่งซีรี่ย์ ClimaCool ของอาดิดาสเอง  

   โดยเฉพาะความแตกต่างของชุดพื้น  ที่รองเท้ารุ่นนี้เป็นแบบทึบไม่มีรูให้อากาศไหลเลย  ใช้ไปนานๆ จะรู้สึกได้ว่า
ฝ่าเท้ามีเหงื่อสะสมขึ้นมาบ้าง  แต่อย่างว่าล่ะครับ..นั่นมันเป็นจุดขายของรองเท้าวิ่งซีรี่ย์ ClimaCool ของอาดิดาส
โดยเฉพาะ  ถ้าอยากจะได้อะไรที่ใส่แล้วเย็นสบายขนาดนั้น  ก็คงต้องหนีไปซื้อซีรี่ย์นั้นมาใช้งาน

   แต่ถ้าจะพูดถึงเฉพาะ Energy Boost คู่ที่กำลังทดสอบกันอยู่นี้  จริงๆ แล้วถ้าใช้งานวิ่งใช้ช่วงเย็น แดดร่มลมตก
แม้พื้นจะมีความร้อนสะสมบ้าง  ด้วยพื้นรองเท้าที่หนากำลังดีและความสามารถในการทนความร้อนของวัสดุ Boost
ที่ค่อนข้างดี  จะช่วยลดภาระในการระบายความร้อนออกจากภายในรองเท้าลงได้  จนแทบจะเป็นปกติ ไม่ร้อนเท้าเลย

   ความสามารถในการรองรับและผ่อนแรงกระแทก

   
   มาต่อกับที่การทดสอบความสามารถในการรองรับและผ่อนแรงกระแทก  ซึ่งถือเป็นจุดเด่นจุดขายจุดเปิดตัว
ของเจ้า Energy Boost เลยทีเดียว  เริ่มด้วยการทดสอบลงน้ำหนักโดยใช้ส้นเท้า  สิ่งที่เกิดขึ้นคือส้นของรองเท้าวิ่ง
รุ่นนี้ "โครตเด้ง" เลยครับ  การรองรับและผ่อนแรงกระแทกจะพื้นเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมไร้ที่ติมาก  ผมสามารถวิ่ง
โดยเน้นลงน้ำหนักที่ส้นเท้าได้ไกลขึ้น นานขึ้น  โดยไม่รู้สึกว่ามีแรงสะเทือนขึ้นมาถึงหน้าแข้งและหัวเข่ามากนัก
นอกจากการผ่อนแรงกระแทกอย่างยอดเยี่ยมแล้ว  ยังรู้สึกได้ว่าพื้นของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ยังช่วยให้เราวิ่งไปด้านหน้า
ด้วยแรงดีดได้ดีขึ้นอีกด้วย    

   
   ในขณะที่การลงน้ำหนักด้วยปลายเท้า ที่ถึงแม้จะมีความหนาของวัสดุ Boost น้อยกว่าส้น เกือบเท่าตัว  แต่ก็
สามารถช่วยผ่อนแรงกระแทกจากพื้นได้ดีแทบจะไม่แตกต่างกัน  ผมได้ลองสปรินซ์ทำความเร็วเต็มที่ด้วยปลายเท้า
ในระยะ 1 รอบลู่วิ่ง  กลับไม่รู้สึกถึงอาการเมื่อยฝ่าเท้าและปลายเท้าเลย  ในขณะที่ฟีลลิ่งการส่งผ่านแรงจากพื้นสนาม
ก็ดูจะทำได้รวดเร็วแล้วว่องไวขึ้นจนรู้สึกได้     

   แม้ผมจะบอกว่ายังไม่เคยรีวิวทดสอบการใช้รองเท้าวิ่งรุ่นอื่นๆ อย่างเป็นจริงเป็นจังก็ตาม  แต่ที่บ้านก็มีรองเท้าวิ่ง
รุ่น ClimaCool Seduction ที่ก่อนหน้านี้ถือเป็นรองเท้าคู่ใจใส่ไปไหนมาไหน และใส่วิ่งบ้างเวลาว่าง  เลยพอจะเอา
มาเปรียบเทียบในเรื่องของการรองรับและผ่อนแรงกระแทกกันหน่อยแล้วกัน

   สำหรับรองเท้าวิ่งอาดิดาส รุ่น ClimaCool Seduction ที่ผมมีอยู่ก่อนหน้านี้  เป็นรองเท้าที่ส้นหนาพอๆ กัน  แต่พื้น
ของรองเท้านั้นผลิตจากวัสดุคนละอย่าง  ด้วยความที่ได้ใช้มาเกือบจะร่วมปี  จนสามารถจดจำฟีลลิ่งได้เป็นอย่างดี  
แต่พอครั้งแรกที่ผมได้สลับมาวิ่งโดยใช้ Energy Boost บอกได้เลยว่าสามารถรองรับและผ่อนแรงกระแทก
จากพื้นดีกว่ากันคนละเรื่อง
 มันไม่ใช่แค่ตัวเลขจากการทดสอบในแลปที่อาดิดาสโฆษณาออกมาเท่านั้น  แต่มัน
ยังสามารถใช้งานได้จริง  จนทุกวันนี้เจ้า ClimaCool Seduction นอนกองนิ่งอยู่ที่บ้าน และฝุ่นเกาะไปแล้ว

   การสปรินซ์ทำความเร็ว

   
   สำหรับการสปรินซ์ทำความเร็วด้วยรองเท้าอาดิดาส Energy Boost ยังถือว่าทำได้ในระดับที่ดี แต่ยังไม่
ถึงที่สุด  โดยยังคงได้ข้อดีจากพื้น Boost เป็นหลัก  ซึ่งช่วยให้รองเท้ารุ่นนี้เด้งไปด้านหน้าด้วยความเร็ว
แบบประหยัดแรง  นั่นหมายความว่า  จุดเด่นของรองเท้าวิ่งคู่นี้ไม่ได้อยู่ที่ความสามารถในการเรียกความเร็ว
ให้กับผู้สวมใส่  แต่รองเท้าจะสามารถช่วยประหยัดพละกำลังในการวิ่งด้วยความเร็วได้  ทำให้ผม
สามารถวิ่งด้วยความเร็วในระดับสูงสุดของตัวเองได้นานขึ้น


   แต่หากเอามาใช้เพิ่อวิ่งแข่งความเร็วระยะสั้นแล้ว  ยังรู้สึกว่าพื้นจากวัสดุ Boost ที่เด้งดึ๋งเป็นอย่างมาก
มันมีระยะหยืดหยุ่นที่มากเกินไป  จนทำให้รู้สึกเกิดอาการหน่วงนิดหน่อยในจังหวะที่ปลายเท้าสัมผัสและส่งแรงถีบ
ไปยังพื้น  แตกต่างจากพวกรองเท้าวิ่งระยะสั้นที่จะเน้นพื้นบางๆ แข็งๆ เพื่อทำให้ระยะการยืดหยุ่นของพื้นสั้นกว่า
ทำให้การถีบแรงตอบสนองจากพื้นนั้นทำได้อย่างรวดเร็วกว่านี้

   อย่างไรก็ตาม..ถ้ามองเฉพาะความเป็นรองเท้าวิ่งประเภททั่วไป  ที่เน้นการซับพอร์ตแรงกระแทกแล้ว  คง
ต้องยอมรับว่า Energy Boost ที่มีลักษณะของหัวรองเท้าที่เชิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  พื้นด้านหน้าที่บางกว่าส้น
ถึงเท่าตัว  น้ำหนักตัวและรูปทรงรองเท้าที่ปราดเปรียว ไม่เทอะทะ  สามารถที่จะใส่เพื่อสปรินซ์วิ่งทำความเร็วได้
แบบไม่ต้องง้อพวกรองเท้าพื้นบางๆ เลยด้วยซ้ำ

   การดูดซับและป้องกันแรงสั่นสะเทือน

   
   แม้ว่าการวิ่งบนลู่วิ่งซึ่งเป็นพื้นที่ช่วยดูดซับแรงสั่นสะเทือนไปได้ส่วนหนึ่งแล้ว  แต่ผมมีโอกาสได้ลองพาเจ้า
Energy Boost บนพื้นประเภทอื่นเหมือนกัน  โดยการวิ่งผ่านพื้นที่ไม่ค่อยเรียบมากนัก  เช่นพื้นยางมะตอย
หรือพื้นหินขัดที่มีไม่เรียบ  หรือพื้นหินตัวหนอน  หรือเหยียบก้อนหินเล็กๆ เป็นต้น  พบว่าชุดล่างของรองเท้าวิ่ง
รุ่นนี้  ที่ด้านในฝังโครงสร้างที่เรียกว่า Torsion System เป็นโครงพลาสติกแข็ง รูปร่างเป็นเลข 8 นั้น  ยังเกิด
แรงสั่นสะเทือนกลับมายังฝ่าเท้า
จนรู้สึกได้ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะเวลาส่วนพลาสติก Torsion System
(พลาสติกสีเหลือง  ตรงกลางฝ่าเท้า) ไปเหยียบเอาก้อนหิน หรืออะไรที่มันยื่นขึ้นมาจากพื้น  จะรู้สึกถึงอาการ
เสียจังหวะ เหมือนสะดุด หรือโดนสตั้นสัก 2-3 วิ อะไรประมาณนั้น  ก็เพราะว่าเจ้าโครงสร้างดังกล่าว  มันเป็น
พลาสติกแข็งๆ ไม่มีหน้าโฟม หรือยาง หรือวัสดุ Boost เป็นหน้าด่านป้องกันเวลาไปเหยียบกับสิ่งแปลกปลอม
แตกต่างจากพวกรองเท้าวิ่งแบบพื้นเต็ม  ที่พร้อมจะเหยียบหรือสัมผัสกับก้อนหินได้ดีกว่านี้    

   ดังนั้นพอจะเป็นการบอกได้ว่า อาดิดาส Energy Boost ดูจะเหมาะต่อการวิ่งบนพื้นลู่ หรือพื้นที่เรียบสนิท และ
สะอาดสะอ้านมากกว่า  การใช้งานประเภทวิ่งแบบ Trail Running หรือแบบสมบุกสมบัน  วิ่งชนธรรมชาติตามป่า
ตามเขา  ดูจะไม่ใช่งานถนัดของรองเท้าวิ่งรุ่นนี่สักเท่าไหร่  เพราะมีโอกาสที่จะเหยียบก้อนหิน เหยียบกิ่งไม้ หรือ
อะไรต่างๆ นานา ได้ตลอดเวลา

   ประสิทธฺิภาพการยึดเกาะกับพื้น

   มาปิดท้ายด้วยการทดสอบเกี่ยวกับประสิทธิภาพการยึดเกาะกับพื้นของรองเท้าวิ่งรุ่นเด็ดจากอาดิดาส
จากการทดสอบวิ่งบนพื้นหลากหลายประเภท  พบว่าหน้าสัมผัสพื้นยางของรองเท้าวิ่งรุ่นนี้  ซึ่งถูกออกแบบ
ให้เป็นแบบไม่เต็มพื้นที่  มีเฉพาะส่วนที่จำเป็นสำหรับการสัมผัสกับพื้นเท่านั้น  มีประสิทธิภาพในการยึดเกาะ
กับพื้นในระดับที่ดีพอสมควร  โดยเฉพาะกับพื้นที่มีลักษณะฝืดและแห้ง  การยึดเกาะกับพื้นประเภทนี้นั้นไม่มี
ปัญหาใดๆ เลย

   อย่างไรก็ตาม..หากต้องวิ่งผ่านพื้นที่มีลักษณะลื่น เช่น พื้นปูนขัดเงา หรือพื้นเปียกน้ำ เป็นต้น  ยังพบว่า
หน้าสัมผัสที่พื้นรองเท้า Energy Boost นั้นยังมีจังหวะลื่นไถล  และเกิดการออกตัวฟรีให้ได้พบเจออยู่บ้าง
ซึ่งจุดนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้ไม่เหมาะกับการวิ่งแบบสมบุกสมบัน หรือผจญภัย นั่นเอง

   Conclusion

   
   ผ่านพ้นบททดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่งอาดิดาส Energy Boost ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ในช่วงสุดท้ายนี้
ก็จะขออนุญาตสรุปถึงตัวตนของรองเท้าวิ่งรุ่นที่อาดิดาสภาคภูมิใจรุ่นนี้อีกครั้ง  เพื่อจะได้ให้คุณผู้อ่านทุกท่าน
สามารถใช้เป็นข้อมูลในการตัดสินใจ  ได้ว่ารองเท้าวิ่งรุ่นนี้จะตอบโจทย์ความต้องการของท่านได้เพียงพอหรือไม่
อย่างไร

   หลังจากที่ได้ใช้งานไปมากเกินพอแล้ว  ผมบอกได้เลยว่า Energy Boost ถือเป็นรองเท้าวิ่งที่สมกับความ
ภาคภูมิใจของอาดิดาสจริงๆ  จุดเด่นสำคัญก็คือ เป็นรองเท้าวิ่งที่รองรับและผ่อนแรงกระแทกได้อย่าง
ยอดเยี่ยม  สามารถใช้วิ่งโดยลงน้ำหนักตัวได้ทั้งปลายเท้าหรือส้นเท้า  ศักยภาพของวัสดุ Boost
ช่วยให้พื้นรองเท้ารุ่นนี้ "โครงเด้ง" เลยทีเดียว  จนรู้สึกว่าการก้าวขาวิ่งไปแต่ละก้าวนั้น  รองเท้า
สามารถช่วยรักษาและคืนกลับพลังงานได้จริง ตามขื่อรุ่นรองเท้า  ในขณะที่หน้าผ้าและตัวรองเท้า
ยังสามารถสร้างความกระชับเข้ารูปกับเท้าได้แทบทุกรูปแบบ  ไม่ว่าจะเป็นส่วนหลังเท้า  ข้างเท้า
และส้นเท้าช่วยสร้างความมั่นใจเหมือนกับว่าตัวรองเท้ากับเท้านั้นเป็นอวัยวะเดียวกันเลย  ถึงแม้
รูปทรงรองเท้าจะดูน่าอึดอัดเวลาสวมใส่พอสมควร  แต่มันกลับไม่เกิดการเสียดสีหรือกัด จนก่อให้
เกิดอาการบาดเจ็บเลยแม้แต่น้อย    


   ทั้งนี้ทั้งนั้น... Energy Boost ยังมีข้อด้อยให้เห็นบ้างนิดหน่อย  ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ระบบป้องกันแรง
สั่นสะเทือนที่เมื่อเอาไว้วิ่งบนพื้นขรุขระ แล้วจะรู้สึกถึงแรงสะเทือนได้ชัดเจน  ในขณะที่การยึดเกาะ
ของชุดพื้นก็ทำได้ดีแค่เฉพาะพื้นฝืดหรือพื้นแห้งเท่านั้น  เมื่อต้องพบเจอกับพื้นลื่นๆ จำพวก หินขัดมัน
หรือพื้นเปียก  จะรู้สึกได้ว่าความหนึบและความสามารถในการยึดเกาะพื้นของช่วงล่างจะลดหายลงไป

ดูไปดูมาแล้ว รองเท้าวิ่งนี้ดูจะเหมาะสำหรับวิ่งบนพื้นลู่และเรียบเป็นหลัก

   แม้ว่าอาดิดาส Energy Boost ดูจะเน้นไปที่การเป็นสุดยอดรองเท้าวิ่งประเภทรองรับแรงกระแทก (Cushioning)
โดยเฉพาะ  แต่รองเท้ารุ่นนี้ก็มีศักยภาพในด้านอื่นมาให้ค่อนข้างจะครบถ้วนสมบูรณ์แบบจริงๆ  ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง
ของความกระชับ สร้างความมั่นใจในการวิ่ง, การทำความเร็ว ด้วยน้ำหนักตัวที่เบา และรูปทรงรองเท้าที่ไม่เทอะทะ
และการระบายอากาศที่อยู่ในเกณฑ์ที่ดี  ที่สำคัญคือมันเป็นรองเท้าวิ่งที่ชุดพื้นเด้งและยืดหยุ่น  จนรู้สึกได้ว่าการ
วิ่งแต่ละก้าวนั้น พลังงานที่ส่งไปยังพื้น  ถูกส่งกลับมาให้เราเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้มากขึ้น สมชื่อ
รุ่นรองเท้า
Energy Boost™ จริงๆ  

   
   ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม อาดิดาส ถึงได้ทุ่มงบประมาณในการทำการโปรโมทรองเท้าวิ่งรุ่นนี้ไปทั่วทุกมุมโลก
ถือเป็นงานเปิดตัวรองเท้าวิ่งที่ยิ่งใหญ่สุดๆ  ปกติแล้วแทบไม่เห็นรองเท้าวิ่งรุ่นไหนได้รับการโปรโมทขนาดนี้
เต็มที่ก็อาจจะแค่ดึงเอาพรีเซนเตอร์มาถ่ายภาพ  แล้วปล่อยลงสื่อโฆษณารูปแบบต่างๆ ก็เท่านั้น  แต่กับเจ้า
Energy Boost มันคนละเรื่องเลย  พอได้พลิกไปดูข้อความหน้ากล่องที่เขียนเอาไว้ว่า "adidas introducing
a running revolution"
ยิ่งทำให้เข้าใจได้ทันที  เพราะนี่คือสิ่งที่อาดิดาสพยายามจะนำเสนอ  และดูเหมือนว่า
จะทำออกมาได้จริง  ถือเป็นการ ปฏิวัติวงการ(รองเท้า)วิ่ง ให้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป  ไม่มีอะไรเกินเลยจาก
ข้อความดังกล่าวแม้แต่น้อย

   อ่านกันมาจนจะจบแล้ว  หลายท่านอ่านจะยังไม่เข้าใจว่าทำไมเราต้องหารองเท้าวิ่งที่ดี ที่เหมาะสม และตอบโจทย์
ความต้องการให้ครบถ้วนที่สุดเท่าที่จะทำได้  ในเมื่อกีฬาวิ่งดูจะเป็นกีฬาง่ายๆ ที่อาจจะไม่ต้องใช้อะไรเลยก็วิ่งได้
จะวิ่งเท้าเปล่า  จะวิ่งด้วยรองเท้าผ้าใบธรรมดา  รองเท้านันยาง  หรือรองเท้าวิ่งรุ่นไหนก็ได้ มันก็เหมือนๆ กันไม่
ใช่เหรอ !?  ไม่จริงหรอกครับ  ผมอยากให้คุณผู้อ่านมองกลับกันในอีกมุม  ในเมื่อกีฬาวิ่งเป็นกีฬาที่ดูจะมีอุปกรณ์
น้อยชิ้นที่สุด  คือ "รองเท้าวิ่ง" ในเมื่อมันเป็นแบบนั้นแล้ว  ทำไมเราถึงไม่ใส่ใจกับอุปกรณ์สำคัญที่มีเพียงชิ้น
เดียวแต่โครตสำคัญชิ้นนี้ล่ะ
  เพราะรองเท้าวิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญ  ที่จะช่วยป้องกันอาการบาดเจ็บ  เพิ่มประสิทธิภาพ
ของการเคลื่อนที่  และยืดอายุการวิ่งให้เราสามารถวิ่งไปได้นานๆ  กีฬาที่ดูเหมือนจะง่ายๆ แต่การเลือกรองเท้าวิ่ง
ที่เหมาะสมนั้นถือเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย  มิฉะนั้นจะมีรองเท้าวิ่งออกมามากมายหลากหลายประเภทที่แตกต่างกัน
ไปทำไม  ผมคนหนึ่งล่ะ..ที่อยากให้คุณผู้อ่านทุกท่านตระหนักว่ารองเท้าวิ่งมีความสำคัญมาก  และเรา
ก็ควรจะหารองเท้าวิ่งที่ดี ที่เหมาะสมกับความต้องการของเราให้มากที่สุด เท่าที่จะทำได้...



   

   

   ต้องบอกเลยว่าเป็นช่วงระยะเวลาที่เหมาะเจาะพอดี  สำหรับการรีวิวการทดสอบการใช้งานรองเท้าวิ่งอาดิดาส
Energy Boost คู่นี้  ที่แม้ก่อนหน้านี้จะมีสื่อฯ รายต่างๆ ลงข้อมูลข่าวสารไปแล้ว  แต่การรีวิวทดสอบการใช้งาน
ตรงๆ แบบนี้ มีแต่ที่ SiamBoots เพียงที่เดียว  เพราะถ้าผมปล่อยรีวิวการทดสอบไปก่อนหน้านี้พร้อมกับชาวบ้าน
ชาวช่องเขา  คุณผู้อ่านก็ยังไม่สามารถจับจองเป็นเจ้าของรองเท้าวิ่งสุดครบเครื่องแห่งปีคู่นี้ได้  เพราะตัวสินค้า
นั้นผลิตไม่ทัน  สุดท้ายแล้ว..ช่วงนี้  กระแสข้อมูลข่าวสารของรองเท้า Energy Boost คงจะเงียบเหงา วังเวง
จนอาจจะถูกลืมไปแล้วเป็นแน่แท้

   แต่ตอนนี้..ผมได้รับการยืนยันจาก บริษัท อาดิดาส ประเทศไทย (จำกัด) เป็นที่แน่นอนแล้วว่า Energy Boost
มีจำหน่ายในช็อปอาดิดาสเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ล็อตที่ 2 ซึ่งเป็นล็อตล่าสุดนี้  จำนวนสินค้าที่เข้ามามีมากกว่าครั้งแรก
ทำให้ไม่ต้องแย่งชิงกันจองล่วงหน้าเหมือนตอน 650 คู่แรก  อย่างไรก็ตาม..ยังคงมีวางจำหน่ายเพียงแค่ 3 ที่ เท่านั้น
ได้แก่ ร้านอาดิดาส สาขา เซ็นทรัลเวิล์ด, ร้านอาดิดาส สาขา สยาม พารากอน และ ซุปเปอร์สปอร์ต สาขา
เซ็นทรัล ลาดพร้าว
ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้  Energy Boost จะถูกขยับขยายไปวางจำหน่ายเหมือนกับ
สินค้าประเภทอื่นๆ ของอาดิดาส  เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างทั่วถึง  โดยราคาค่าตัวยัง
คงอยู่ที่ 5,590 บาท เหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงตามกระแสและกาลเวลา  แต่สิ่งที่แตกต่างไปจากเดิมก็คือ สีรองเท้า
ที่เข้ามาจำหน่ายในล็อตนี้  จะประกอบไปด้วย สีฟ้า (ผู้หญิง), สีม่วง และ สีดำแบบออริจินัล
 

   ข้อเสนอแนะเพื่อเติม

   
   ดูเหมือนว่า Energy Boost จะมีประสิทธิภาพดีไปเสียทุกอย่างเลยจริงๆ  แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอฝากไว้เป็น
คำแนะนำ  ถ้ามีโอกาสก็อยากจะให้ปรับปรุงแก้ไข  นั่นก็คือส่วนของ Torsion System ที่หน้าสัมผัสเป็นพลาสติก
เปลือยๆ แบบนี้  แม้ว่าการออกแบบมามันจะโค้งเว้าเข้าไป  ไม่สัมผัสกับพื้น  แต่ถ้าไปเหยียบหิน หรืออะไรก็ตาม
ที่ยื่นขึ้นมาจากพื้นล่ะก็..คงรู้กันนะครับ  นี่เป็นจุดที่ทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันแรงสั่นสะเทือนลดน้อยลงไป
อยากให้ลองดูว่าสามารถที่จะเพิ่มส่วนที่เป็นหน้ายางสัมผัสมาปิดเอาไว้ได้หรือไม่  แค่นี้ก็น่าจะช่วยแก้ปัญหาตรงนี้
ออกไปได้แล้วล่ะ...
   
   ข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
   - ร่วมแสดงความคิดเห็นกับเพื่อนๆ สมาชิก

   Special Thanks
   - บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด

   *** บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกวันที่ 9 พฤษภาคม 2013 เวลา 14.00 น. ***

   SiamBoots   
   ขอสงวนสิทธิ์ บทความ  ข้อความและรู้ภาพทั้งหมดในนี้  เป็นทรัพย์สินทางปัญญา
   ของ www.SiamBoots.com และ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น
   "ห้ามนำส่วนใดส่วนหนึ่งหรือทั้งหมดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต"  

   
   



ขอขอบพระคุณ บริษัท อาดิดาส (ประเทศไทย) จำกัด  
ที่สนับสนุนรองเท้าวิ่ง Energy Boost

   
   *** ผู้ผลิตหรือจัดจำหน่ายสินค้าท่านใด  ต้องการจะส่งสินค้ามาให้ SiamBoots ร่วมทดสอบ  
   หรือสนับสนุนอุปกรณ์ต่างๆ  ในการใช้ประกอบการทดสอบรองเท้า  สามารถติดต่อมาได้ที่
   e-mail : siamboots@hotmail.com






Web Counter